ชาวฮ่องกงแห่ซื้อ ‘เงิน’ หลังราคา ‘ทอง’ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่าหลังจากร้านขายโลหะมีค่าในย่านธุรกิจ ใจกลางเมืองของฮ่องกง ประกาศว่า เงินหลายร้อยแท่งขายหมดแล้ว เมื่อวันพุธ (28 ม.ค.) เสียงแสดงความผิดหวังของผู้คนในแถวก็ดังขึ้น แม้ทุกร้านพยายามเพิ่มปริมาณสินค้าเพื่อรองรับความต้องการ แต่แท่งเงินก็ถูกซื้อหมดในระยะเวลาเพียงชั่วโมงกว่า ๆ
นายเคน หว่อง วัย 65 ปี ผู้เกษียณอายุ เริ่มต่อคิวที่ร้านขายโลหะมีค่า ตั้งแต่ช่วงสายของวัน และสามารถซื้อแท่งเงินได้ 5 แท่ง หว่องเปิดเผยว่า การซื้อเงินทำให้เขามีโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ที่กำลังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทองคำ “แพงเกินไป” พร้อมเสริมว่า ด้วยนโยบายที่ไม่แน่นอนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทำให้เขาและคนอื่น ๆ อีกหลายคนมีโอกาสทำกำไรจากราคาที่สูงขึ้นของโลหะมีค่า
ในวันพฤหัสบดี (28 ม.ค.) ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 5,588 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 174,761 บาท) เนื่องจากนักลงทุนมองหาสถานที่ปลอดภัยในการลงทุน ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับความปั่นป่วนทั่วโลกซึ่งเกิดจากนโยบายของสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ราคาเงินก็พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 119 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 3,721 บาท) และเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% แล้วในปีนี้ และพุ่งขึ้นมากกว่า 140% จากปี 2568
นายเฉิน นักธุรกิจเครื่องประดับวัย 40 ปี จากเมืองเซินเจิ้น ทางตอนใต้ของจีน เปิดเผยว่า ยอดขายเครื่องประดับเงินของบริษัทในเดือนนี้สูงกว่าเดือนพ.ย. ถึง 10 เท่า
นายซามูเอล เซ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารดีบีเอส อธิบายว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ผลักดันให้การลงทุนในโลหะมีค่าเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางกำลังกระจายพอร์ตการลงทุนไปสู่ทองคำ นักลงทุนรายย่อยและสถาบัน ก็จัดสรรสินทรัพย์ไปยังโลหะมีค่ามากขึ้น.
เครดิตภาพ : AFP