โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชาวฮ่องกงแห่ซื้อ ‘เงิน’ หลังราคา ‘ทอง’ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มกราคม 2569 เวลา 3.16 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ชาวฮ่องกงซึ่งหวังจะทำกำไรจากทองคำที่มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อแท่งเงินเป็นทางเลือกแทนทองคำที่ “ราคาแพงเกินไป” หลังมูลค่าพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่าหลังจากร้านขายโลหะมีค่าในย่านธุรกิจ ใจกลางเมืองของฮ่องกง ประกาศว่า เงินหลายร้อยแท่งขายหมดแล้ว เมื่อวันพุธ (28 ม.ค.) เสียงแสดงความผิดหวังของผู้คนในแถวก็ดังขึ้น แม้ทุกร้านพยายามเพิ่มปริมาณสินค้าเพื่อรองรับความต้องการ แต่แท่งเงินก็ถูกซื้อหมดในระยะเวลาเพียงชั่วโมงกว่า ๆ

นายเคน หว่อง วัย 65 ปี ผู้เกษียณอายุ เริ่มต่อคิวที่ร้านขายโลหะมีค่า ตั้งแต่ช่วงสายของวัน และสามารถซื้อแท่งเงินได้ 5 แท่ง หว่องเปิดเผยว่า การซื้อเงินทำให้เขามีโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ที่กำลังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทองคำ “แพงเกินไป” พร้อมเสริมว่า ด้วยนโยบายที่ไม่แน่นอนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทำให้เขาและคนอื่น ๆ อีกหลายคนมีโอกาสทำกำไรจากราคาที่สูงขึ้นของโลหะมีค่า

ในวันพฤหัสบดี (28 ม.ค.) ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 5,588 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 174,761 บาท) เนื่องจากนักลงทุนมองหาสถานที่ปลอดภัยในการลงทุน ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับความปั่นป่วนทั่วโลกซึ่งเกิดจากนโยบายของสหรัฐ

ขณะเดียวกัน ราคาเงินก็พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 119 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 3,721 บาท) และเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% แล้วในปีนี้ และพุ่งขึ้นมากกว่า 140% จากปี 2568

นายเฉิน นักธุรกิจเครื่องประดับวัย 40 ปี จากเมืองเซินเจิ้น ทางตอนใต้ของจีน เปิดเผยว่า ยอดขายเครื่องประดับเงินของบริษัทในเดือนนี้สูงกว่าเดือนพ.ย. ถึง 10 เท่า

นายซามูเอล เซ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารดีบีเอส อธิบายว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ผลักดันให้การลงทุนในโลหะมีค่าเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางกำลังกระจายพอร์ตการลงทุนไปสู่ทองคำ นักลงทุนรายย่อยและสถาบัน ก็จัดสรรสินทรัพย์ไปยังโลหะมีค่ามากขึ้น.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...