โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทองคำโลก” ทรุดหนัก นักลงทุนเร่ง “Deleverage” กดดันตลาดการเงินโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 09.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยราคาทองคำ Gold Spot เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ เกือบแตะระดับ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาทองคำเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนัก ประกอบกับแรงกดดันจากปัจจัยทางเทคนิค ส่งผลให้ราคาปรับฐานลงอย่างรุนแรง

ล่าสุด ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15:08 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำ Gold Spot เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 4,603.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ลดลง 261.91 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นการปรับตัวลงร้อยละ 5.38 จากระดับก่อนหน้า

การปรับตัวลงดังกล่าวถือว่ามีความรุนแรงและส่งผลกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลกอย่างชัดเจน โดยราคาทองคำในตลาดสปอตร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายวันจันทร์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงภาวะความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นในระบบการเงิน

ทั้งนี้ การปรับฐานของราคาทองคำไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านราคาและเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงกระบวนการ “Deleverage” หรือการลดการใช้เลเวอเรจในการลงทุน ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในตลาดการเงินโลก

กระบวนการ Deleverage หมายถึงการที่นักลงทุนและสถาบันการเงินเร่งขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินสดไปลดภาระหนี้ หรือปรับลดสถานะการลงทุนที่ใช้เงินกู้ หลังจากตลาดเผชิญความผันผวนในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้นเกินกว่าระดับที่กำหนดไว้

สำหรับทองคำ แม้จะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้า ทำให้นักลงทุนบางส่วนใช้เลเวอเรจในระดับสูง เมื่อราคาทองคำเริ่มปรับฐานลงอย่างหนัก จึงเกิดแรงกดดันให้ต้องขายทองคำออกมา เพื่อนำเงินสดไปชำระมาร์จิ้น ลดภาระหนี้ หรือควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

นอกจากนี้ กระบวนการ Deleverage ยังมักส่งผลให้เกิดแรงขายพร้อมกันในหลายสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร สินทรัพย์ดิจิทัล หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากนักลงทุนต้องเร่งเพิ่มสภาพคล่องภายในระยะเวลาจำกัด ส่งผลให้ความผันผวนในตลาดการเงินทวีความรุนแรงขึ้นในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน การลดเลเวอเรจยังเชื่อมโยงกับกลยุทธ์การ “รีบาลานซ์พอร์ต” (Rebalancing) โดยนักลงทุนจะปรับสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ให้กลับสู่ระดับความเสี่ยงที่สอดคล้องกับเป้าหมายเดิม หลังจากราคาสินทรัพย์บางประเภทปรับตัวผันผวนเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งในหลายกรณี ทองคำที่มีสภาพคล่องสูงจึงถูกนำมาขายเพื่อนำเงินไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโดยรวม

อย่างไรก็ตาม การเกิด Deleverage ในรอบนี้ไม่ได้สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อทองคำในระยะยาวโดยตรง แต่เป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากทิศทางเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์

ในระยะถัดไป ทิศทางราคาทองคำจะขึ้นอยู่กับระดับสภาพคล่องในระบบการเงินโลก หากแรง Deleverage เริ่มคลี่คลายและความผันผวนของตลาดลดลง ราคาทองคำอาจกลับเข้าสู่ภาวะทรงตัวหรือฟื้นตัวได้ แต่หากกระบวนการลดเลเวอเรจยังดำเนินต่อเนื่อง ตลาดทองคำอาจยังเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น

ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ยังคงอยู่ในตลาดการเงินโลก และรักษาเสถียรภาพของการลงทุนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...