โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

SCB EIC ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทย 1.8% ชี้ส่งออก-ลงทุนหนุน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.8% จากเดิม 1.5% โดยระบุว่าแรงขับเคลื่อนหลักมาจากแนวโน้มการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่ดีขึ้น สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ฟื้นตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า

รายงานของ SCB EIC ระบุว่า มูลค่าส่งออกไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยได้รับแรงส่งจากกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุปสงค์สินค้าที่เกี่ยวข้องทั่วโลก ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเร่งตัวจากเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้ามาในช่วงก่อนหน้า สะท้อนผ่านยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในปี 2025 ที่ทำสถิติสูงราว 1.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรพิมพ์ (PCB) เครื่องใช้ไฟฟ้า และการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

การก่อสร้างภาคเอกชน โดยเฉพาะอาคารเชิงพาณิชย์และโรงงานใหม่ มีแนวโน้มฟื้นตัวตามการตั้งฐานการผลิต อย่างไรก็ตาม แรงส่งจากภาครัฐในปีนี้อาจชะลอลงบ้าง หลังมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจไปมากแล้วในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567

แม้ปรับมุมมองดีขึ้น แต่ SCB EIC ระบุว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังมีแนวโน้มชะลอลงจากปีก่อน และขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพในระยะยาว โดยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะความเปราะบางของภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ขณะที่พื้นที่การคลังมีจำกัดจากระดับหนี้สาธารณะที่เข้าใกล้เพดาน และต้องติดตามความเสี่ยงต่ออันดับความน่าเชื่อถือประเทศ

ในด้านเสถียรภาพการเมือง รายงานประเมินว่า ผลการเลือกตั้งที่มีความชัดเจนช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองลง ภายใต้กรณีฐานที่รัฐบาลใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนพฤษภาคม 2569 และการประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 อาจล่าช้าประมาณ 1-2 เดือน โดยคาดว่าแนวโน้มพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นควบคู่กับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว ภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลัง

อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นความเสี่ยงทางการเมืองที่ต้องติดตาม เช่น กรณีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจนำไปสู่ข้อถกเถียงทางกฎหมาย และความเป็นไปได้ของการจัดการเลือกตั้งใหม่

ด้านนโยบายการเงิน SCB EIC ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้ง สู่ระดับ 1% ภายในกลางปีนี้ และจะคงระดับดังกล่าวตลอดช่วงที่เหลือของปี เพื่อผ่อนคลายภาวะการเงินและช่วยพยุงภาคครัวเรือนกับธุรกิจ SMEs ท่ามกลางสินเชื่อที่ยังหดตัวและเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 1-3% ต่อเนื่อง ทั้งนี้ มาตรการเฉพาะจุดของภาครัฐ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การปรับโครงสร้างหนี้ และการค้ำประกันความเสี่ยงเครดิต จะช่วยเสริมประสิทธิผลของนโยบายการเงิน

สำหรับเศรษฐกิจโลกปี 2026 SCB EIC ปรับเพิ่มคาดการณ์เป็น 2.7% จากเดิม 2.5% โดยแรงหนุนสำคัญมาจากการลงทุนด้าน AI และการค้าเทคโนโลยีขั้นสูง เศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะขยายตัว 2.2% จากการลงทุนของกลุ่ม Hyperscaler ขณะที่ 5 ประเทศหลักอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 5.1% จีนขยายตัว 4.6% ญี่ปุ่น 0.9% และอินเดีย 6.5%

ด้านทิศทางดอกเบี้ยโลก ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยรวม 0.5% ในปีนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยที่ 2% ตลอดปี ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะทยอยปรับขึ้นสู่ 1.25% สะท้อนภาพรวมภาวะการเงินโลกที่ผ่อนคลายมากกว่าปีก่อน แต่ยังมีข้อจำกัดจากแรงกดดันเงินเฟ้อในบางประเทศ

SCB EIC สรุปว่า แม้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2026 ปรับดีขึ้นจากแรงส่งภายนอกและเสถียรภาพการเมืองที่ชัดเจนขึ้น แต่ภาพรวมยังเป็นการเติบโตในอัตราต่ำกว่าศักยภาพ ท่ามกลางข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและความไม่แน่นอนที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...