โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สปสช.กันเงินล่วงหน้า 6.3 พันล้าน การันตีเบิกจ่ายบริการ'ผู้ป่วยใน'

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา มี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบให้ สปสช. จัดสรรกันเงินล่วงหน้าให้กับหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระหว่างกันเงินจากการส่งเบิกผลงานการให้บริการผู้ป่วยใน (IPD) รายเดือน ปีงบประมาณ 2569 ภายใต้วงเงิน 6,326.16 ล้านบาท

ความเป็นมาของมติดังกล่าว นพ.จเด็จ กล่าวว่า เกิดจากการที่ สปสช. ได้ร่วมประชุมกับ สธ. ไปเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 โดยมีข้อเสนอให้จัดสรรเงินกันตามเกณฑ์ของ สธ. ล่วงหน้าให้หน่วยบริการสังกัด สป.สธ. เพื่อให้ได้รับการการันตีว่าหน่วยบริการจะได้รายรับไม่น้อยกว่าปี 2568 และไม่ให้กระทบกับงบประมาณในการจัดบริการให้ประชาชน ในระหว่างที่ต้องรอการกันเงินจากการส่งผลงานการให้บริการผู้ป่วยในรายเดือน ในปีงบประมาณ 2569

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้มีการกันเงินตามหลักเกณฑ์ของ สธ. ไว้เพื่อปรับเกลี่ยจากรายรับค่าใช้จ่ายสำหรับบริการผู้ป่วยนอกทั่วไป (OPD) ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบริการพื้นฐาน (PP) ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) รวมเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ในส่วนของค่าบริการ IPD จะมีการกันเงินงบประมาณเอาไว้ จำนวน 6,326.16 ล้านบาท หรือประมาณกว่าครึ่งหนึ่งของเกณฑ์การกันเงินทั้งหมด

หลักการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้สำหรับดูแลผู้ป่วย IPD ยังคงเป็นอัตรา 8,350 บาท/AdjRW ตามเดิม และเท่ากันในทุกๆ สังกัด อย่างไรก็ตาม หน่วยบริการภายใต้สังกัด สป.สธ. เมื่อมีการหักค่าใช้จ่ายด้านค่าแรงและเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการกันเงินตามหลักเกณฑ์ของกระทรวง สธ.ในภาพรวม

ซึ่ง สธ. มองเห็นว่าอาจได้นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำ และความไม่เท่าเทียมกันทางงบประมาณ ทำให้มีความจำเป็นต้องกันงบประมาณจำนวนหนึ่งขึ้นมา นั้นก็คืองบประมาณจำนวน 6,326.16 ล้านบาท ที่ บอร์ด สปสช. ได้มีมติออกมาในการประชุมครั้งนี้

นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า ดังนั้น ที่มีกระแสออกไปว่า สปสช. จะมีการลดการจ่ายชดเชยค่าบริการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยใน (IPD) สิทธิบัตรทองจาก 8,350 บาท/AdjRW เป็น 3,505.14 บาท/AdjRW นั้น จริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง ยืนยันว่า ไม่มีการปรับลดอัตราการจ่ายชดเชยดังกล่าวแต่อย่างใด แต่เป็นอัตราการจ่ายเฉพาะหน่วยบริการสังกัด สป.สธ. ซึ่งเป็นหลังจากมีการหักค่าใช้จ่ายด้านค่าแรงและเงินเดือนบุคลากรภาครัฐ

รวมถึงการกันเงินในระดับประเทศออกแล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รับการจัดสรรผ่านกลไกงบประมาณของภาครัฐในอีกช่องทางหนึ่ง หลังจากมีการปรับ AdjRW ออกไปแล้ว จึงส่งผลให้เหลือเงินอยู่ 3,505.14

นพ.จเด็จ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมบอร์ด สปสช. ยังได้การหารือในประเด็นที่เมื่อหักค่าใช้จ่ายด้านค่าแรงและเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์ไปแล้ว รวมถึงการกันเงินในระดับประเทศออกมารวมไว้ที่ส่วนกลาง ได้ส่งผลให้หน่วยบริการหลายแห่งที่มีบุคลากรภาครัฐเยอะ ก็จะไม่ถูกหักเงินค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากนัก

แต่ถ้ามีบุคลากรภาครัฐน้อยก็จะถูกหักไปเยอะ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกันระหว่างหน่วยบริการ ดังนั้น ต้องจัดให้หน่วยบริการมีความเท่าเทียมกัน โดยการเติมเงินงบประมาณจำนวน 6,326.16 ล้านบาท เข้าไปให้หน่วยบริการที่ได้งบน้อยกว่าหน่วยบริการอื่นๆ

อย่างไรก็ดี ในประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมเห็นว่า การเพิ่มเติมงบประมาณไม่อยากให้เป็นการเพิ่มเติมโดยอยู่บนฐานของเงินเดือนที่จ่าย แต่ให้พิจารณาตามความจำเป็นของแต่ละหน่วยบริการ โดยการบริหารจัดการร่วมกันระหว่าง สธ. และ สปสช. เพื่อเข้าไปหนุนเสริมหน่วยบริการได้เลย โดยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่จะต้องมารอเงินงบประมาณช่วงปลายปี แล้วอาจทำให้หน่วยบริการ โรงพยาบาลในสังกัด สป.สธ. อาจมีผลกระทบจากปัญหาสภาพคล่องทางการเงินเหมือนช่วงที่ผ่านมา

นพ.จเด็จ กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า มติดังกล่าวของ บอร์ด สปสช.ครั้งนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดําเนินงานและบริหารจัดการกองทุน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามประกาศ บอร์ด สปสช. เรื่อง “การดําเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2569 พ.ศ. 2568”

ที่กำหนดให้ สปสช. สามารถกันเงินไว้ปรับเกลี่ยจากรายรับค่าใช้จ่ายสำหรับบริการ OPD PP และ IPD ให้แก่หน่วยบริการภายใต้สังกัด สป.สธ. ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของงบประมาณการรายรับ ที่หน่วยบริการสังกัด สป.สธ. จะได้รับสำหรับบริหารจัดการระดับประเทศ เขต จังหวัด และสำหรับการปรับเกลี่ยรายรับของแต่ละหน่วยบริการประจำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...