โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

MG ขับเคลื่อน Dual Track ตอบโจทย์ลูกค้ารถ EV-HEV

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ต๋า เซิน เซิน

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย เป็นระยะเวลากว่า 13 ปี ค่ายรถยนต์ เอ็มจี (MG) ภายใต้บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือเป็นค่ายรถยนต์จีนรายแรกทีมาดำเนินธุรกิจในไทย และยังเป็นค่ายรถยนต์รายแรกที่แนะนำรถยนต์ไฟฟ้า 100% (อีวี) ออกสู่ตลาด

ก่อนหน้านี้ เอ็มจี ประกาศเป้าหมายภายในทศวรรษแรก ต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดติดอันดับ Top 5 ของยอดขายรถยนต์โดยรวม

ล่าสุดภายใต้การนำทัพของ “ต๋า เซิน เซิน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และทีมผู้บริหารจาก “เอ็มจี เซลส์” ได้กำหนดหมุดหมายครั้งใหม่ ต้องการพาเอ็มจีขึ้นแท่น Top 3 ให้ได้ภายในทศวรรษที่ 2 เป็นอย่างไรไปติดตามกัน

ยอดขายไม่ใช่สำเร็จ

จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาของเอ็มจีนั้น ไม่ได้ถูกวัดหรือกำหนดด้วยตัวเลข “ยอดขาย” ในแต่ละปี เพราะเอ็มจีเชื่อว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น จนสามารถก้าวขึ้นแท่นผู้นำที่มียอดขายติดอันดับ Top 5 นั้น คือ การสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ปี 2568 ที่ผ่านมา เอ็มจีมียอดขายตามเป้าที่ 27,007 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดติด 5 อันดับแรก ในจำนวนนี้แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 80% และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด 20%

วางโรดแมปขึ้นแท่น Top 3

ปีนี้ เอ็มจีตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 30,000 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 5% พร้อมกำหนดเป้าหมายว่า ภายในทศวรรษที่ 2 ต้องขึ้นแท่นแบรนด์สู่ Top 3 และยกระดับภาพลักษณ์สู่การเป็นแบรนด์ที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) มุ่งเติบโตเชิงคุณภาพ ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL ด้วยการผสานเทคโนโลยีระดับโลก (Global) เข้ากับความเข้าใจตลาดเมืองไทย (Local) เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริงและเติบโตอย่างยั่งยืน มาประยุกต์เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย สร้างความแตกต่าง สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวด้วย “การบริการ”

ขยายพอร์ตโฟลิโอ

โดยมีแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคเป็นสำคัญ ทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัย เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และความพึงพอใจของลูกค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาในระยะสั้น เพื่อแบรนด์ที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ในใจผู้บริโภค จะทำให้เอ็มจีเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งบริษัทจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกเทคโนโลยี ภายใต้กลยุทธ์ Dual Track ทั้งกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กันอย่างชัดเจน

ปีนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่ ได้แก่ MG IM5 ในกลุ่มพรีเมี่ยมอีวี, MG MAXUS 9 MCE ในกลุ่ม e-MPV และ NEW MG4 ELECTRIC MINORCHANGE และในไตรมาสที่ 2 มีจะรถ EV ในกลุ่ม B-Segment

ก่อนที่ปี 2570 จะเปิดตัวรถใหม่รวม 5 รุ่น ภายใต้นโยบาย “รถที่ใช่ ในเซ็กเมนต์ที่ใช่ และในเวลาที่เหมาะสม”

ลงทุนเพิ่ม 2,000 ล้านบาท

ที่ผ่านมาเอ็มจีมีการลงทุนสำหรับโรงงานผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ในประเทศไทย ไปมากกว่า 30,000 ล้านบาท และปีนี้จะมีการลงทุนอย่างน้อย 2,000 ล้านบาท สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ในกลุ่มรถ EV ในกลุ่ม B-Segment ที่จะเปิดตัวไตรมาส 2 ของปีนี้

เอ็มจียังมีแผนที่จะผลิตเพื่อส่งออกรุ่นนี้ไปจำหน่ายในทวีปยุโรปด้วย ควบคู่การนำแนวคิด Live Commerce มาใช้ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย ขยายฐานลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทัล

เน้นเติบโตอย่างยั่งยืน

เอ็มจีมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพในทุกมิติ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินงานทุกด้าน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเป็นความไว้วางใจ ในระยะยาวให้กับลูกค้าและพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ ผ่านการขยายเครือข่ายศูนย์บริการโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 130 แห่งทั่วประเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า

การบริหารจัดการอะไหล่ รวมถึงการนำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาช่วยดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ไปจนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

สุดท้ายทีมผู้บริหารเอ็มจียังได้ย้ำว่า เอ็มจีไม่ได้มองว่าจะขายได้เท่าไรในประเทศนี้ แต่สิ่งสำคัญที่เอ็มจีตั้งใจ คือจะสามารถคืนกลับให้กับผู้บริโภคและประเทศไทยได้มากเท่านั้นมากกว่า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : MG ขับเคลื่อน Dual Track ตอบโจทย์ลูกค้ารถ EV-HEV

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...