โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์กรุงศรีวางเป้าปี 69 สินเชื่อโต 2-4% แม้ GDP ไทยส่อโตต่ำสุดรอบ 30 ปี ‘เคนอิจิ’ ชี้ไทยอ่อนแอ รักษาได้ แต่ต้องมองระยะยาว

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
แบงก์กรุงศรีวางเป้าปี 69 สินเชื่อโต 2-4% แม้ GDP ไทยส่อโตต่ำสุดรอบ 30 ปี ‘เคนอิจิ’ ชี้ไทยอ่อนแอ รักษาได้ แต่ต้องมองระยะยาว

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 และทิศทางกลยุทธ์ระยะกลาง-ยาว โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อรวมที่ 2-4% ท่ามกลางปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตเพียง 1.8% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี (ไม่นับรวมช่วงวิกฤตการณ์)

เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเติบโตหลักของแบงก์จะมาจากในอาเซียน แต่ในไทยก็ยังมีโอกาสอยู่จากธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขการขอส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการลงทุนเหล่านี้จะพาการลงทุนอื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทานตามมาด้วย

สำหรับปี 2569 กรุงศรีตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 2–4% (สูงกว่าปีก่อนที่ 1.7%) และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยรวมที่ 4.0–4.3% โดยที่ NIM ในประเทศอยู่ที่ 3.25–3.50% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ระดับ Mid-40s%

“ตอนนี้ทุกประเทศในภูมิภาคพยายามแย่งชิงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้”

เคนอิจิกล่าวต่อว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีความอ่อนแอกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค และจำเป็นต้องได้รับการรักษาในระยะยาว (Long-term Treatment) โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่กลุ่มเทคโนโลยีใหม่ เช่น เซมิคอนดัคเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI)

“จากที่ The Financial Times บอกว่าไทยคือคนป่วยแห่งเอเชีย ไทยอ่อนแอกว่าเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่เราไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถกินยาแล้วหายทันที เราจำเป็นจะต้องมี long term treatment เรารู้ว่าอะไรคือต้นทุนที่ต้องจ่าย และอะไรคือสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำ ภาคเอกชนและรัฐบาลต้องทำงานร่วมกัน” เคนอิจิกล่าว

โอกาสเติบโตอยู่ที่อาเซียน ตั้งเป้าสินเชื่อต่างประเทศโต 14-16%

ดวงดาว วงค์พนิตกฤต ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ระบุว่า ปัจจุบันเราสังเกตเห็นทุกธนาคารระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ เมื่อมองในระดับมหภาค ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ปีนี้เป็นปีที่การเติบโตของ GDP มีแนวโน้มต่ำที่สุด ต่ำกว่ามาตรฐานที่เคยตั้งไว้ 2% แน่นอนว่าเมื่อภาพใหญ่เป็นแบบนี้ ทุกธนาคารต้องระมัดระวัง

สำหรับกรุงศรีจะเน้นการเติบโตจากพอร์ตต่างประเทศเป็นหลัก โดยวางเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในอาเซียนไว้ที่ 14-16% โดยเฉพาะในประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนาม

แม้ปัจจุบันสินเชื่อต่างประเทศจะมีสัดส่วนเพียง 5% ของพอร์ตรวม แต่คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 20% ปัจจุบันตลาดในไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ขณะที่สินเชื่อในประเทศจะเน้นความระมัดระวัง โดยคาดว่ากลุ่มลูกค้ารายใหญ่จะโต 3-4% รายย่อยโต 2-4% ส่วนกลุ่ม SME มีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อยตามสภาวะเศรษฐกิจ

“สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศน่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่ปีนี้จะยังอยู่ที่ราว 20% แผนระยะกลางถึงยาวของกรุงศรี ต้องไปอาเซียน เพราะเรามองว่าตลาดในไทยค่อนข้างอิ่มตัว”

ส่วนการซื้อกิจการเพิ่มเติมในอาเซียน ดวงดาวกล่าวว่า ไม่เคยปิดประตูสำหรับโอกาสในการซื้อกิจการเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่แผนหลัก ปัจจุบันกรุงศรีขยายธุรกิจค่อนข้างครอบคลุมอาเซียนแล้ว

สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของแบงก์ในอนาคต อาทิเช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดัคเตอร์ และเทเลคอม

ยกเครื่อง ‘ONE Krungsri’ รวม 4 แอปฯ สู่ Super App ต้นปี 70

กรุงศรีเตรียมปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการภายในและช่องทางการบริการลูกค้าใหม่ทั้งหมดภายใต้แนวคิด ‘ONE Krungsri’ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูล ประกอบด้วย รวม 4 แอปพลิเคชันหลัก (Kept, KMA, UCHOOSE, GO) เป็น One Super App ภายในต้นปี 2570

รวมทั้งการรวมเบอร์ติดต่อ Contact Center กว่า 20 หมายเลข เหลือเพียง 1 หมายเลข และเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างสาขากรุงศรี, เฟิร์สช้อยส์ และกรุงศรี ออโต้ ให้เป็นหนึ่งเดียว

ในส่วนของกลุ่มลูกค้ารายย่อย ธนาคารจะมุ่งเน้นกลุ่มครอบครัวที่มีบุตร ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย เช่น โปรแกรมผ่อนชำระค่าเทอมและค่าเรียนพิเศษ 0% นาน 4 เดือน รวมถึงเครื่องมือ Intelligence Marketing ที่สามารถนำเสนอโซลูชันทางการเงินได้แบบ Real-time ตามความต้องการของลูกค้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...