ส่งออกไทยปี 68 ทุบสถิติ 11 ล้านล้าน แต่ปี 69 จ่อติดลบมากสุดถึง 3.1%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) เปิดเผยว่า ยอดการค้าระหว่างประเทศ ปี 68 มีมูลค่าการค้า 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 11.138 ล้านล้านบาท ถือเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และขยายตัวถึง 12.9% เทียบกับปี 67 สูงสุดในรอบ 4 ปี สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เพียง 2-3% ส่วนการนำเข้า 344,943 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 11.448 ล้านล้านบาท ขยายตัว12.9% สูงสุดรอบ 3 ปี ขาดดุลการค้า 5,307.9 ล้านดอลลาร์ฯ หรือขาดดุล 310,286 ล้านบาท
ส่วนเฉพาะเดือนธ.ค.68 มีมูลค่าการส่งออก 28,928.4 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 931,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8% เทียบกับเดือนธ.ค.67 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 และมีมูลค่านำเข้า 29,280.4 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 954,831 ล้านบาท ขยายตัว 18.8% ขาดดุลการค้า 352 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 23,532 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงได้ดุลการค้าสหรัฐฯ และขาดดุลการค้าจีนต่อเนื่อง โดยเดือนธ.ค.68 ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ 5,095.7 ล้านดอลลาร์ฯ และปี 68 ได้ดุล 51,361.4 ล้านดอลลาร์ฯ ส่วนจีนเดือนธ.ค.68 ไทยขาดดุล 7,246 ล้านดอลลาร์ฯ และปี 68 ขาดดุลที่ 67,892.8 ล้านดอลลาร์ฯ
“สาเหตุที่การส่งออกเดือนธ.ค.68 มีมูลค่าสูงมาก มาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่ขยายตัวสูงถึง 52.8% ส่วนทั้งปีขยายตัว 38.3% โดยเฉพาะจากการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ที่ได้รับการยกเว้นเสียภาษีตอบโต้ 19% โดยสินค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนมากถึง 25% ของมูลค่าส่งออกรวม อีกทั้งการส่งออกไปสหรัฐฯยังคงขยายตัวสูงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้เผชิญกำแพงภาษีนำเข้า”
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดการส่งออกเดือนธ.ค.68 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 2.8% กลับมาขยายตัวในรอบ 5 เดือน แม้แยกเป็นสินค้าเกษตร ลด 0.6% หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน แต่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 6.8% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง, อาหารสัตว์เลี้ยง, ไก่แปรรูป เป็นต้น ส่วนสินค้าหดตัว เช่น ยางพารา ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง จากค่าเงินบาทแข็งค่า และการแข่งขันที่รุนแรง
ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 20.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 21 เดือน จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ด้านตลาดส่งออก สหรัฐฯ เพิ่ม54.3%, สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) เพิ่ม 17.2%, อาเซียน (5 ประเทศ) เพิ่ม 13.1%, จีน เพิ่ม 4.4%, ญี่ปุ่น เพิ่ม 8.6% ส่วนตลาดซีแอลเอ็มวี ลด 11.4% ฯลฯ
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 69 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลง จากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ทั้งมาตรการเดิมและมาตรการใหม่ที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการผลิตและการค้าโลก ตลอดจนการแข็งค่าของเงินบาท ประเมินว่า การส่งออกทั้งปีจะขยายตัวติดลบ 3.1% ถึงบวก 1.1% เมื่อเทียบปี 68 มีค่ากลางที่ลบ 1.1 คิดเป็นมูลรวม329,106-343,371 ล้านดอลลาร์ฯ หรือเฉลี่ยต่อเดือนที่ 27,425-28,614 ล้านดอลลาร์ฯ
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของอุปสงค์ในสินค้าเทคโนโลยีและเอไอ ประเด็นด้านความมั่นคงทางอาหาร และการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ เช่นอินเดีย ลาตินอเมริกา และเอเชียกลาง ประกอบกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ฉบับใหม่ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีนี้
“ปี 69 ประเมินว่า การส่งออกไทยมีทั้งความเสี่ยงและโอกาส โดยความเสี่ยงสำคัญมาจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะทำให้ห่วงโซ่การผลิต และการค้าโลกเปลี่ยนแปลง รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท แต่ยังมีโอกาสหากเศรษฐกิจฟื้น ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ไม่รุนแรง และวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอกนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง”