ศิลปาชีพสืบสานพระราชปณิธานน้อมรำลึก 100 วันสวรรคตสมเด็จพระพันปีหลวง
ในวาระครบรอบ 100 วันสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชปณิธานดังกล่าวยังคงได้รับการสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดย สามารถ ทองสม หนึ่งในครูฝึกสมาชิกศิลปาชีพ ผู้เคยทำหน้าที่ถ่ายทอดฝีมือและคุณค่าของงานศิลป์ด้วยความศรัทธามานาน 30 กว่าปี
“ตอนนั้นผมยังเรียนเทอมสุดท้ายในคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อนชื่อสุเทพ นวลนุช ทำงานกับคุณไข่มุกด์ ชูโต เป็นหัวหน้าถวายงานสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต้องการช่างวาดศิลปะไทยมาร่วมงาน ผมเรียนมาทางนี้ ก็มาสมัครงานโดยวาดลวดลายวิถีชีวิตคนในภูมิภาคต่าง ๆ เป็นแบกกราวด์ตู้โค้งไฟเบอร์กลาสสำหรับใส่ตุ๊กตาชาววัง พอทำงานเสร็จก็ส่งให้คุณไข่มุกด์ ท่านมองดูแล้วก็บอกว่าผ่าน ให้เข้าทำงานทันที
งานแรกที่ได้รับมอบหมายคือการฝึกสอนสมาชิกศิลปาชีพที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ ไม่มีความรู้ด้านศิลปะมาก่อน ก็สอนเขาวาดเส้นขั้นพื้นฐาน เขียนลาย ระบายสี สมาชิกส่วนใหญ่เรียนรู้ได้เร็ว มีแววความเป็นศิลปินตั้งแต่แรกเริ่ม สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงชุบเลี้ยงให้ชีวิตใหม่แก่พวกเขา พอฝึกมือไปจนคล่อง แล้วก็ส่งตัวให้ไปอยู่แผนกอื่น ๆ ที่เขาสนใจ เช่น งานครั่ง งานถมทอง งานแกะสลักไม้ ซึ่งทักษะความรู้ศิลปะที่เรียนรู้มา สามารถนำไปต่อยอดงานศิลปะแขนงต่าง ๆ นอกจากนั้น ผมได้รับมอบหมายให้เป็นคณะช่างปั้นส่วนพระองค์ของสมเด็จพระพันปีหลวง ตามแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสรรค์ผลงาน เช่น ออกแบบแจกันเซรามิก ลงสีลวดลายวรรณคดี ภาพวาดจินตนาการ สำหรับประดับตกแต่งตามพระตำหนักต่าง ๆ”
ในการทำงานของคณะครูฝึกสมาชิกศิลปาชีพ ยังทำหน้าที่คอยติดตามความคืบหน้าไปจนสิ้นสุดกระบวนการ
“ที่ อ.กุดนาขามกับ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เป็นพื้นที่ที่มีสมาชิกศิลปาชีพเป็นจำนวนมาก คณะทำงานนำต้นแบบงานปั้นเซรามิก และต้นแบบกระเป๋าย่านลิเภา ไปให้สมาชิกศิลปาชีพขยายแบบทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และคอยแนะนำให้คำปรึกษาแก่สมาชิก แล้วกลับมาถวายรายงานแด่สมเด็จพระพันปีหลวง เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยต่อไป กระทั่งถึงวันเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฏร กลุ่มสมาชิกศิลปาชีพจะนำผลงานทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระองค์ท่าน ทรงรับซื้อผลงานเหล่านั้น สมาชิกศิลปาชีพได้รับค่าตอบแทน นำมาเลี้ยงดูครอบครัว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเสด็จฯ ไปทรงงานที่ใด ทรงทำด้วยความมุ่งมั่น ประทับอยู่ที่โต๊ะทรงงานจนดึกดื่น คณะทำงานก็ร่วมแรงร่วมใจกันถวายงานกันอย่างสุดกำลัง
ทรงเปิดโอกาสให้สมาชิกศิลปาชีพและครูฝึกสอนทุกแผนกพัฒนาความรู้ ไปดูงานศิลปะ สถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในศิลปะอย่างแท้จริง กระทั่งผลงานศิลปาชีพนำไปจัดแสดง ณ ประเทศฝรั่งเศส และรัสเซีย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมาชิกศิลปาชีพตามเสด็จด้วย พวกครูฝึกดีใจมาก สิ่งที่พระองค์ทรงส่งเสริมงานหัตถกรรมไทย ได้ออกสู่สายตาชาวโลกอย่างภาคภูมิใจ
สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้ผมยึดถือพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างว่า คนเราต้องหมั่นพัฒนาตัวเอง ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นครูที่ไม่มีความรู้ไปสอนใครได้ อีกเรื่องหนึ่งคือ พระเมตตา ผมนำมาปรับใช้กับการทำงาน บางครั้งงานที่ทำ มักมีอุปสรรค เช่นเวลาเราสอนสมาชิกวาดเส้น บางคนมีพัฒนาการช้า เพราะร่างกายพิการแขนขา การได้ยิน ครูฝึกต้องพยายามหาวิธีที่จะทำให้เขามีความสามารถเท่าเทียมกับคนอื่น ๆ เหมือนที่พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่ย่อท้อต่อสิ่งใด”
แม้แต่คณะทำงานได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงหลายต่อหลายครั้ง
“ทรงจัดงานพระราชทานเลี้ยงอาหารเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ พวกคณะครูฝึกสมาชิกศิลปาชีพกับสมาชิกศิลปาชีพร่วมกันทำการ์ดที่มีบทกลอนถวายพระพร ประดิษฐ์ของขวัญนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ส่วนตัวของผม ครั้งหนึ่งระหว่างที่ผมขึ้นไปคัดลอกลวดลายแจกัน บนพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จฯ ผ่านมาพอดี รับสั่งว่า…ความหมายของลายไทยเป็นยังไง ผมประหม่า ไม่พูด ยิ้มอย่างเดียว กว่าจะรู้ตัว พระองค์ทรงยิ้ม ๆ แล้วพระดำเนินไป ยังนึกเสียดายถึงทุกวันนี้เลยว่า ทำไมเราไม่ถวายรายงานอะไรไปสักหน่อย
แม้วันนี้พระองค์สวรรคตแล้วยังระลึกถึงอยู่เสมอ หากมีโอกาสผมจะไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อไม่นานมานี้ สมาคมศิษย์เก่าคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการภาพเขียน น้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้แนวคิด น้อมศิระกราน ด้วยรัก และภักดี Her Majesty Queen Sirikit, Our Beloved Queen Mother ผมวาดภาพรักษ์ป่า รักษ์นํ้า นำแรงบันดาลใจมาจากโครงการพระราชดำริ ป่ารักษ์นํ้า มาเขียนเป็นภาพสะท้อนธรรมชาติงดงาม มีป่า มีนํ้า ชีวิตสรรพสัตว์สมบูรณ์ สะท้อนพระราชกรณียกิจของท่านถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย”
ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงช่วยเหลือพสกนิกรทุกหมู่เหล่า และเป็นการยืนยันว่าพระราชปณิธานของพระองค์จะยังคงได้รับการสืบสานอย่างมั่นคงสืบไป.