โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ต่างชาติลงทุนไทยเดือน ม.ค. พุ่ง 3.3 หมื่นล้าน EEC โตแรง 43%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนเดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 113 ราย

โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 24 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 89 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 33,779 ล้านบาท โดยมีจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่

1. จีน 26 ราย คิดเป็น 23% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,390 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำผลิตภัณฑ์ไม้และชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์
  • ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และสายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น
  • ธุรกิจบริการสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนโลหะสำหรับอุตสาหกรรม เป็นต้น

2. ญี่ปุ่น 25 ราย คิดเป็น 22% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 15,315 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ
  • ธุรกิจบริการตรวจรับรองคุณภาพสินค้าที่ใช้แล้ว
  • ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะ เป็นต้น

3. สหรัฐอเมริกา 16 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 420 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
  • ธุรกิจโฆษณา
  • ธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่ม
  • ธุรกิจบริการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม

4. สิงคโปร์ 12 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,513 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ
  • ธุรกิจบริการ Cloud Service
  • ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

5. ฮ่องกง 10 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 587 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจสอบและทดสอบการทำงานของเครื่องจักร เป็นต้น
  • ธุรกิจบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ธุรกิจบริการปรับปรุงซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่ายและ/หรือให้บริการ
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป เป็นต้น

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 10 ราย (10%) (เดือน ม.ค. 2569 อนุญาต 113 ราย / เดือน ม.ค. 2568 อนุญาต 103 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 10,619 ล้านบาท (46%) (เดือน ม.ค. 2569 ลงทุน 33,779 ล้านบาท / เดือน ม.ค. 2568 ลงทุน 23,160 ล้านบาท) รวมถึง มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 262 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 35 คน (15%) (เดือน ม.ค. 2569 จ้างงาน 262 คน / เดือน ม.ค. 2568 จ้างงาน 227 คน)

นอกจากนี้ การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 55 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 113 ราย มูลค่าลงทุน 17,226 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI Services

นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนมกราคม 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 38 ราย คิดเป็น 34% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 9 ราย (31%) (เดือน ม.ค. 2569 ลงทุน 38 ราย / เดือน ม.ค. 2568 ลงทุน 29 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 14,637 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจาก

  • จีน 19 ราย ลงทุน 5,293 ล้านบาท
  • สิงคโปร์ 5 ราย ลงทุน 4,310 ล้านบาท
  • ญี่ปุ่น 5 ราย ลงทุน 1,306 ล้านบาท
  • ประเทศอื่นๆ 9 ราย ลงทุน 3,728 ล้านบาท

โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ

  • ธุรกิจบริการออกแบบ ติดตั้ง และทดสอบระบบอัตโนมัติที่ใช้ในการบริหารจัดการและควบคุมในกระบวนการผลิต
  • ธุรกิจบริการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยเป็นการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ด้านการแสดงแสงสีเสียงผ่านระบบมัลติมีเดีย
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Compressor และ Motor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ/ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และชิ้นส่วนยางสำหรับยานพาหนะ เป็นต้น
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...