ตร.ขอนแก่น ตีกรอบรัศมี 40 กม.ไล่ล่าโจรชิงทองมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 17 ก.พ. 2569 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองกรุงเทพเยาวราช ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 206 ม.12 ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยคนร้ายสามารถชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 26 บาท รวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาทหลบหนีไป โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดอย่างเข้มงวด
ตำรวจขอนแก่น ตั้งรางวัลนำจับ 1 แสน ล่าโจรไม้ยาวบุกเดี่ยวสอยทอง 26 บาท
พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลของคนร้ายค่อนข้างมาก แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด แต่จากพฤติการณ์ในการก่อเหตุและเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีในเส้นทางสายรองชี้ให้เห็นว่า คนร้ายมีความชำนาญเส้นทางพอสมควร โดยขณะนี้ได้ตีกรอบรัศมีในการค้นหา 40 กม. จากจุดเกิดเหตุ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า คนร้ายยังคงอยู่ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น
"ได้มีการประสานข้อมูลไปยังโรงพักต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น และ อำเภอรอยต่อว่า มีการแจ้งความรถจักรยานยนต์ถูกโจรกรรรมหรือไม่ ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานแจ้งความรถจักรยานยนต์หาย รวมทั้งประสานไปยังร้านทองและโรงรับจำนับในพื้นที่ว่ามีบุคคลใดนำทองคำรูปพรรณมาขายฝากหรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่พบการซื้อขายเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกชุดกำลังเร่งหาตัวคนร้ายและพยานหลักฐานต่าง ๆ อย่างเต็มที่"
ด้านนายสุข อายุ 36 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนออกไปทำธุระ ไม่มีใครอยู่ที่ร้าน กระทั่งทราบข่าวการชิงทองจากคนในหมู่บ้าน และมีคนบอกว่าคนร้ายผ่านมาทางหน้าร้านของตน จึงกลับมาเปิดกล้องวงจรปิดย้อนหลังตรวจสอบพบว่าในเวลา 13.46 น. คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าร้านจริง
โดยในมือถือท่อนเหล็กยาวยื่นออกไปด้านหลังอย่างชัดเจน เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลเกี่ยวกับรูปพรรณสันฐานและรถที่ใช้ก่อเหตุ ก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นคันเดียวกัน จึงบันทึกช่วงเวลาดังกล่าวเก็บไว้ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาประสานขอภาพเพื่อนำไปใช้ประกอบการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
"หลังทราบเหตุรู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายใกล้บ้านตนเอง และยังใช้เส้นทางผ่านหน้าร้านไปก่อเหตุอีก ปกติเห็นเหตุลักษณะนี้จากข่าวทางโทรทัศน์เท่านั้น ไม่เคยคิดว่าจะเกิดใกล้ตัวขนาดนี้ จากนี้จะเพิ่มความรัดกุมในการดูแลทรัพย์สินมากขึ้น โดยได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทั่วบริเวณบ้าน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการตกงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยมากกว่าเดิม"