โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

มหาอำนาจแข่งขยายอิทธิพล ภูมิเศรษฐกิจโลกเดือด-บีบไทยตั้งรับ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมประจำปี World Economic Forum 2026 (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม รายงาน Global Risks Report 2026 ฉบับที่ 21 รวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,300 คนทั่วโลก และส่งสัญญาณชัดเจนว่าโลกกำลังเผชิญกับการปรับตัวครั้งใหญ่ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ความเสี่ยงอันดับหนึ่งของโลกไม่ใช่สงครามด้วยอาวุธอีกต่อไป แต่กลายเป็น “สงครามทางเศรษฐกิจ” แทน

รายงาน Global Risks Report 2026 เผยอันดับความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดในปีนี้ คือการเผชิญหน้าทาง ภูมิเศรษฐกิจ (18%) ที่กระโดดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง จากการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการค้าเป็นอาวุธเพื่อชิงความได้เปรียบระหว่างประเทศ ตามมาด้วย ความขัดแย้งด้วยอาวุธระหว่างรัฐ (14%) แม้จะตกจากอันดับหนึ่งของปีที่แล้ว แต่ภัยจากสงครามและความตึงเครียดทางทหารยังคงรุนแรง ขณะที่เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง (8%) ตกลงมาหนึ่งอันดับอยู่ที่อันดับ 3 แต่ยังคงเป็นความกังวลหลักด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบวงกว้าง

อันดับ 4 ความแบ่งแยกทางสังคม (7%) รอยร้าวเชิงอุดมการณ์ภายในสังคมที่กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพ ตามมาด้วยการบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ (7%) ภัยคุกคามจากการแพร่กระจายข้อมูลเท็จอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (5%) ความกังวลเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก

การลิดรอนสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพพลเมือง (4%) เป็นอันดับ 7 ขยับสูงขึ้น สะท้อนพื้นที่ทางประชาสังคมที่ถูกจำกัดมากขึ้น ตามมาด้วยผลกระทบด้านลบจากเทคโนโลยี AI (4%) รายการใหม่ที่ก้าวเข้าสู่ท็อปเท็น สะท้อนความกังวลต่อเทคโนโลยีอุบัติใหม่

ความไม่มั่นคงทางไซเบอร์ (3%) อีกหนึ่งความเสี่ยงใหม่ที่เน้นย้ำภัยคุกคามต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และอันดับ 10 คือ ความไม่เท่าเทียม (3%) ที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และทรัพย์สินที่ยังคงเรื้อรังและแก้ไม่ตก

ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ครั้งแรกที่ “สงครามทางเศรษฐกิจ” แซงหน้า “สงครามจริง” มาเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมกับความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสองรายการ (AI และไซเบอร์) ที่เพิ่งเข้ามาติดท็อปเท็นเป็นครั้งแรก

“ทรัมป์” ใช้อาวุธทางเศรษฐกิจขยายอิทธิพล

การประชุม World Economic Forum ในปีนี้ กลายเป็นเวทีที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา เมื่อความสนใจของโลกอยู่ที่การปรากฏตัวของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มาพร้อมสุนทรพจน์ที่สั่นสะเทือนระเบียบโลก

ทรัมป์เปิดฉากด้วยการประกาศความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเน้นว่าเมื่ออเมริกาเฟื่องฟู โลกทั้งใบก็เฟื่องฟูไปด้วย ภายในหนึ่งปีของการครองอำนาจ เขาอ้างว่าสามารถลดการขาดดุลการค้ารายเดือนของสหรัฐฯ ลงได้ 77% โดยไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ พร้อมฟื้นฟูอุตสาหกรรมเหล็ก และบรรลุข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์ที่ครอบคลุมกว่า 40% ของมูลค่าการค้าสหรัฐฯ รวมถึงข้อตกลงกับยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ไฮไลต์ที่ทั่วโลกจับตาคือท่าทีของทรัมป์ที่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าครอบครองกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์ โดยยืนยันว่าต้องการกรรมสิทธิ์และการเป็นเจ้าของ เพราะเชื่อว่าไม่มีชาติใดจะสามารถรักษาความปลอดภัยของกรีนแลนด์ได้นอกจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เขาลดอุณหภูมิความขัดแย้งด้วยการยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังทางทหารเพื่อยึดครอง

พร้อมโจมตีเดนมาร์กว่า “เนรคุณ” แม้จะลดโทนเรื่องการใช้กำลัง แต่ทรัมป์กลับโจมตีเดนมาร์กอย่างรุนแรง โดยย้อนไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าเดนมาร์กพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีหลังสู้รบไปได้เพียง 6 ชั่วโมง และไม่สามารถปกป้องตัวเองหรือกรีนแลนด์ได้ จนทำให้สหรัฐฯ ต้องเข้าไปจัดการแทน เขาแสดงความเสียดายที่สหรัฐฯ ยอมให้เดนมาร์กถือครองกรีนแลนด์ต่อไป และมองว่าเดนมาร์กไม่สำนึกบุญคุณในปัจจุบัน

ประเด็นกรีนแลนด์ลุกลามไปสู่การตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์กับ NATO ทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่พันธมิตรยุโรปคัดค้านความต้องการของสหรัฐฯ โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะอยู่เคียงข้างพันธมิตร 100% แต่ไม่แน่ใจว่าพันธมิตรจะอยู่เคียงข้างสหรัฐฯ หรือไม่ เขาขู่ว่าจะจดจำการตัดสินใจของพันธมิตรในครั้งนี้ไว้ พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการทุ่มเททรัพยากรของสหรัฐฯ ให้กับ NATO

ทรัมป์ยกกรณีเวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการแทรกแซงของสหรัฐฯ โดยระบุว่าหลังจากโค่นล้มนิโคลัส มาดูโร ประเทศนี้กำลังจะประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อภายใต้การดูแลของสหรัฐฯ เขาคาดว่าเวเนซุเอลาจะทำเงินได้มากกว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้ามากกว่าที่ทำได้ใน 20 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทน้ำมันรายใหญ่กำลังเข้ามาร่วมมือกับสหรัฐฯ

นอกจากนี้ยังเตือนแคนาดาให้รู้บุญคุณ โดยตอบโต้สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ที่คัดค้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยระบุว่าผู้นำแคนาดาไม่ได้รู้สึกขอบคุณมากนัก ทั้งที่แคนาดาได้รับประโยชน์มากมายจากสหรัฐฯ เขาเตือนว่าแคนาดาอยู่ได้เพราะสหรัฐอเมริกา

ทรัมป์ ยังเผยว่ากำลังสวมบทบาทคนกลางในการเจรจาระหว่างปูตินและเซเลนสกี โดยเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายต้องการทำข้อตกลง และอยู่ในจุดที่พร้อมจะเจรจาตกลงกันได้แล้ว เขาเตือนว่าถ้าทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงไม่สำเร็จ “พวกเขาก็โง่จริงๆ”

ไทยท่ามกลางพื้นที่ช่วงชิงของมหาอำนาจโลก

ระเบียบโลกที่สั่นคลอนจากแรงปะทะของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ภารกิจการเข้าร่วม WEF 2026 ของทีมไทยแลนด์ นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้เข้าร่วมการประชุม WEF เพื่อขยายความร่วมมือและนำเสนอบทบาทของไทยในเวทีโลก

นำ DEFA ตอบโจทย์โลกดิจิทัล

ทั้งนี้นางศุภจี ได้เข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายในเวทีหารือ “Recoding Trade” โดยนำเสนอกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน (DEFA) ซึ่งไทยเป็นประธานการเจรจา กรอบนี้จะเป็นกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคด้านเศรษฐกิจดิจิทัลฉบับแรกในโลก มุ่งส่งเสริมการค้าและการลงทุนดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุน SMEs คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านเศรษฐกิจสีเขียว

รัฐมนตรีพาณิชย์ไทยย้ำว่า การ “รีโค้ด” ระบบการค้าโลกไม่ใช่แค่ปรับกฎเกณฑ์ แต่เป็นการสร้างระบบการค้าที่เปิดกว้าง ครอบคลุม ยืดหยุ่น และยั่งยืน

ดึงยักษ์เทคลงทุน ปั้นเศรษฐกิจดิจิทัล

นอกจากนี้ได้หารือกับผู้บริหารภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และขยายการลงทุนในประเทศไทย หวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการสร้างความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก โดยได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft, Amazon Web Services (AWS), HCL Technologies และ TikTok เพื่อขยายการลงทุนด้านดิจิทัล คลาวด์คอมพิวติ้ง และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทย

เวทีเดียวกันยังได้เข้าพบหารือกับ Dr.Christopher J. Elias ประธานฝ่าย Global Development มูลนิธิ Gates Foundation เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาระดับโลก โดยเฉพาะประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืน การลงทุนในทุนมนุษย์ ระบบสาธารณสุข และการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ของประเทศกำลังพัฒนา

ภูมิเศรษฐกิจใหม่ ทางเลือกประเทศขนาดกลาง

ท่ามกลางโลกที่มหาอำนาจแข่งขันขยายอิทธิพลผ่านเครื่องมือทางเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวของไทยที่ดาวอสสะท้อนความพยายามในการสร้างพันธมิตรผ่านความร่วมมือพหุภาคี ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน(DEFA) ในฐานะกรอบดิจิทัลระดับภูมิภาค หรือการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์เหล่านี้ของไทย จะใช้ได้ผลเพียงใดในโลกที่รายงาน Global Risks เตือนว่า “ความตึงเครียดทางภูมิเศรษฐกิจจะทวีความรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อไปอีก 2 ปี ซึ่งต้องจับตาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...