โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศุลกากรรื้อเกณฑ์ 'ฟรีโซน' เพิ่มค่าปรับรายชิ้น สกัดสำแดงเท็จ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า จากการหารือกับภาคเอกชน กรมศุลกากรพบประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับเกณฑ์การยกเว้นอากรสำหรับสินค้าที่ออกจากเขตปลอดอากรเพื่อจำหน่ายในประเทศ (Free Zone) ปัจจุบันมีการใช้เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าของอาเซียนที่กำหนดสัดส่วนวัตถุดิบภายในภูมิภาค (Content) ที่ 40% เป็นเกณฑ์ในการยกเว้นอากร

อย่างไรก็ตาม สัดส่วน 40% ดังกล่าวมักไม่ใช่การสร้างมูลค่าเพิ่มที่แท้จริง (Value Added) ในประเทศไทย เนื่องจากเกณฑ์ปัจจุบันอนุญาตให้นับรวมผลกำไร หรือแม้แต่การซื้อสินค้าต่อจากผู้นำเข้ามานับเป็นสัดส่วนสินค้าไทยได้

จ่อรื้อเกณฑ์สิทธิประโยชน์ "ฟรีโซน" เน้นมูลค่าเพิ่มที่แท้จริงในประเทศ

โดยกรมศุลกากรมีแนวคิดที่จะปรับปรุงประกาศกระทรวงเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเกษตรหรือสินค้าต่างประเทศใช้ช่องโหว่ของฟรีโซนมาเลี่ยงภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ในประเทศ ได้แก่

การปรับนิยามมูลค่าเพิ่ม โดยอาจกำหนดให้สัดส่วน Content ต้องมาจากวัตถุดิบในประเทศรวมกับแรงงานในประเทศเท่านั้นเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างแท้จริง

มาตรการคุมเข้ม อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอที่เข้มงวดขึ้น เช่น การห้ามนำกำไรมาคำนวณในสัดส่วน 40% หรือกำหนดให้ต้องมีกระบวนการผลิตที่มีนัยสำคัญ เช่น การเปลี่ยนพิกัดศุลกากร ไม่ใช่เพียงแค่การบรรจุหีบห่อ (Packaging) หรือการตรวจคุณภาพ (Quality Control) เท่านั้น

เพิ่มค่าปรับ "รายชิ้น" แก้ปมสำแดงราคาต่ำ-หาเงินทำลายของกลาง

ในส่วนของการปราบปรามการกระทำผิด กรมศุลกากรเตรียมใช้อำนาจของอธิบดีในการแก้ไขเกณฑ์การระงับคดี และเพิ่มค่าปรับ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่สำแดงแหล่งกำเนิดเท็จและสินค้าต้องห้ามอย่างบุหรี่ไฟฟ้า โดยจะมีการพิจารณาเปลี่ยนมาปรับเป็นรายชิ้น จากเดิมที่ค่าปรับจะอิงตามราคาสินค้า ซึ่งมักประสบปัญหาการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง (Under Value) หรือการโต้แย้งราคา การเปลี่ยนมาปรับตามจำนวนชิ้นจะช่วยให้การประเมินราคาทำได้ง่ายขึ้น และลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

ทั้งนี้ จะแก้ปัญหาสินค้าล้นคลัง โดยปัจจุบันมีของกลางตกค้างจำนวนมาก โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งกรมศุลกากรประสบปัญหาขาดงบประมาณในการทำลายสินค้าเหล่านี้ เงินที่ได้จากการเพิ่มค่าปรับนี้ จะถูกนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำลายของกลาง เพื่อลดภาระการจัดเก็บและป้องกันการลักลอบขโมยของกลางออกมาขายซ้ำ

“เรามองว่าเกณฑ์เดิมไม่ทำให้ผู้กระทำผิดหลาบจำ เนื่องจากสินค้าบางประเภทมีกำไร (Margin) สูงมาก การเพิ่มค่าปรับและการดำเนินคดีที่รวดเร็วขึ้นผ่านการระงับคดีในชั้นศุลกากรจะช่วยลดภาระงานของพนักงานสอบสวนและชั้นศาลได้อีกทางหนึ่ง”

สำหรับการเดินหน้านโยบายการจัดเก็บภาษีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท หรือจัดเก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่บาทแรก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมานั้น สามารถสร้างรายได้เข้ารัฐได้กว่า 300-400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากและช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการไทย โดยคาดว่าทั้งปี 2569 นี้ จะสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีดังกล่าวกว่า 4,800 ล้านบาท

ศุลกากรชู "Trade Enabler" ปรับระเบียบ ลดต้นทุนเอกชน

อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้ปรับทิศทางการทำงานโดยเน้นการรับฟังปัญหาจากภาคเอกชนเป็นหลัก เพื่อนำมาปรับปรุงระเบียบปฏิบัติให้ทันต่อสถานการณ์โลก โดยวางเป้าหมายเปลี่ยนจากหน่วยงานที่คอยกำกับดูแลเพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็น "Trade Enabler" หรือผู้ที่ทำให้การค้าเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงตามด้วยการตรวจสอบที่เหมาะสม โดยย้ำว่าหากการค้าไม่เกิด เศรษฐกิจประเทศก็เดินหน้าต่อไม่ได้

จากข้อมูลปีที่ผ่านมา พบว่ามูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทยอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น การนำเข้า 11.1 ล้านล้านบาท และการส่งออก 10.9 ล้านล้านบาท โดยมีจำนวนตู้สินค้าผ่านเข้าออกกว่า 13.2 ล้านตู้

เปิด "Quick Wins" แก้พอยต์หลักภาคโลจิสติกส์

ในช่วง 3 เดือนแรก (ตั้งแต่ 27 ตุลาคม เป็นต้นมา) กรมศุลกากรได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนหลายประการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า

1. การเปลี่ยนโหมดขนส่ง (Multimodal Transport) อนุญาตให้เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากรถไฟเป็นรถยนต์ที่สถานีชุมพร เพื่อส่งออกไปยังระนองได้ทันที ช่วยลดข้อจำกัดด้านระเบียบเดิมที่เคยทำไม่ได้

2. ระบบเรือวน (Coastal Shipping) เปิดให้เรือสามารถแวะรับตู้สินค้าระหว่างท่าเรือในประเทศได้ เช่น จากแหลมฉบังมาท่าเรือกรุงเทพฯ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งตู้เปล่า

3. การถ่ายลำระบบอิเล็กทรอนิกส์ ลดขั้นตอนด้านเอกสารสำหรับการถ่ายลำสินค้า โดยใช้ข้อมูลดิจิทัลแทนการยื่นเอกสารซ้ำซ้อน ช่วยลดภาระและเวลาให้ผู้ประกอบการ

4. การยกเว้นค่าภาระตู้สินค้าอายัด ประสานการท่าเรือฯ เพื่อพิจารณายกเว้นค่าเช่าพื้นที่ (Detention/Demurrage) ในกรณีที่ตู้สินค้าถูกศุลกากรอายัดไว้ตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อผู้ประกอบการที่สุจริต

ชี้ "ใบอนุญาต" คืออุปสรรคใหญ่-เตรียมนำ AI ช่วยงาน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า Pain Point ที่ใหญ่ที่สุดของผู้นำเข้าส่งออกในปัจจุบันคือการขอใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีมากกว่า 23-40 หน่วยงาน ซึ่งกรมศุลกากรพยายามผลักดันระบบ National Single Window (NSW) ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดขั้นตอนเหล่านี้

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายนำเทคโนโลยี AI (เช่น Gemini) มาช่วยเจ้าหน้าที่ในการวิเคราะห์พิกัดศุลกากร (HS Code) เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน ลดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ และเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจปล่อยสินค้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...