โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ศึกใน-ศึกนอก’ วัดฝีมือ ‘อนุทิน 2’

เดลินิวส์

อัพเดต 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.57 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผ่านพ้นจบวันเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็เกิดความวุ่นวายสารพัดเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จนชวนให้ลุ้นกันว่าการเลือกตั้งจะลงเอยกลายเป็นโมฆะหรือไม่

แต่ส่วนที่เดินหน้าตามสเต็ปทางการเมือง คือการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผู้ชนะอันดับ 1 โกยเก้าอี้สส.ได้ 193 ที่นั่ง เป็นแกนนำจับมือกับพรรคการเมืองต่างๆ รวบรวมเสียงสนับสนุนรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ครองบัลลังก์นายกรัฐมนตรีต่อไปเป็นสมัยที่ 2

ค่ายสีน้ำเงินมีสส.จำนวนมาก แถมยังได้ชื่อว่ามี“ตัวซีเครท” เกื้อหนุน อีกทั้งยังเร่งรวมหมู่สส.จากบรรดาพรรคเล็กๆไว้เบื้องต้น 11 เสียง ตามด้วยการจับมือกับหนึ่งในคู่แข่งสำคัญอย่าง “พรรคเพื่อไทย” ที่ได้สส. 74 คน รวมเป็น 278 คน ยิ่งเพิ่มอำนาจต่อรองเหนือใคร แต่ใช่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะทำทุกอย่างได้ราบรื่น เหมือนเส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ

เพราะต้องเจอศึกในขั้วตัวเอง อย่าลืมว่าทั้งคู่เคยสร้างแผลในใจไว้ต่อกันจากหลายเรื่อง ซึ่งรวมถึงความขัดแย้งขั้นรุนแรงที่“เพื่อไทย” ประกาศยึดเก้าอี้รมว.มหาดไทยจากภท.ในยุครัฐบาลของ “แพทองธาร ชินวัตร” จนเกิดเรื่องคลิปเสียง “อังเคิล ฮุน เซน -หลานอิ๊งค์” เข้าทางค่ายสีน้ำเงินใช้พลิกเกมการเมืองขั้นแตกหัก จนนำพาตัวเองได้ไปสู่เป็นรัฐบาล พร้อมกับวางฐานอำนาจอย่างกว้างขวาง

และในอดีต พรรคเพื่อไทยเคยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาหลายหน แต่ครั้งนี้จำต้องเป็นลูกเรือในรัฐนาวาของ “กัปตันหนู” โดยหวังใช้เป็นโอกาสฟื้นฟูตัวเองให้ได้เป็นที่ 1 ในศึกเลือกตั้งรอบหน้า และคงจะทำทุกทางให้ตัวเองมีผลงาน ซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินนโยบายรัฐบาล “อนุทิน 2 ” ไม่ราบรื่นได้เท่าที่ควร

ส่วนพันธมิตรอย่าง “พรรคกล้าธรรม (กธ.)” คว้าสส.มาได้ 58 คน ซึ่งมาจากการแข่งขันกับ ภท.อย่างดุเดือดในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกัน “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ที่ก่อนหน้านี้มักส่งซิกของการเป็นผู้มีอำนาจต่อรอง และยังกุมความลับของใครต่อใคร แต่เวลานี้โดน ภท.เร่งรวบฝูงพรรคเล็กไว้เสียเอง บวกกับมี 74 เสียงจาก “เพื่อไทย” ลดความมั่นหน้าของ กธ.ลงได้มาก แต่ “หัวหน้าหนู” ต้องไม่ผลักมิตรไปเป็นศัตรู จนส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

และแม้ “รัฐบาลอนุทิน 2” จะมีเสียงสส.ข้างมากได้กว่า 300 เสียง ค่อนข้างมีเสถียรภาพ แต่นายกฯ สมัย 2 พร้อมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ยังต้องเจองานหนักในการพัฒนาประเทศ ควบคู่กับการแก้ปัญหาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เรื่องโครงการ “คนละครึ่ง เฟส 2” ที่ภท.ใช้โปรโมตหาเสียงเอาไว้จนได้รับชัยชนะนั้น รัฐบาลจะบริหารอารมณ์ของประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างไร เพราะพากันร้องขอต้องการโครงการนี้ ขณะที่งบประมาณแผ่นดินยังมีจำกัด จึงไม่สามารถทำโครงการนี้ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม

ขณะที่งานด้านความมั่นคงของประเทศ ยังมีปัญหาความขัดแย้งพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคาราคาซังหลายแง่มุม ประชาชนยังหวั่นเกรงเหตุปะทะรอบ 3 รวมถึงการฟื้นคืนความสงบและสายสัมพันธ์ไทย-กัมพูชายังคงเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง

นี่แค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งของบรรดาความท้าทายที่รอวัดฝีมือและศักยภาพของ “นายกฯอนุทิน” ว่าจะสามารถฟันฝ่าพารัฐบาลชุดใหม่ล้างอาถรรพ์อยู่รอดครบวาระ 4 ปีได้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...