รู้จักอียิปต์กับทูต‘ธนวัต ศิริกุล’ โอกาสทองที่ธุรกิจไทยต้องรีบคว้า
งานสัมมนาธุรกิจไทย-อียิปต์ "Building Partnerships for Africa" ภายใต้การนำของกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ สำเร็จลงอย่างงดงาม คณะนักธุรกิจไทยพบปะจับคู่ธุรกิจกับฝ่ายอียิปต์และได้เห็นโอกาสของประเทศนี้ด้วยตาของตนเอง
การมาเยือนอียิปต์ครั้งนี้ไม่ได้มาในสถานะประเทศเดี่ยวๆ แต่อียิปต์คือประตูเชื่อมโยงไทยสู่แอฟริกาตามโครงการริเริ่มไทย-แอฟริกา (Thailand-Africa Initiative: TAI) ธนวัต ศิริกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ให้สัมภาษณ์พิเศษกรุงเทพธุรกิจ อธิบายความสำคัญนี้ไว้อย่างชัดเจน
- ภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-อียิปต์
ความสัมพันธ์ไทยกับอียิปต์ เราได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน 72 ปีมาแล้วนะครับ เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในทุกระดับ ในเรื่องมิติของการเมืองนั้น เรากับอียิปต์ต่างเห็นว่าการดำเนินการทางการทูตภายใต้โลกบริบทของโลกปัจจุบัน ควรยึดหลักของกฎกติกา อียิปต์เน้นการทูตด้วยการเจรจา ไม่ใช่การใช้กำลังซึ่งเป็นอะไรที่ประเทศไทยเราก็เห็นความสำคัญเช่นกัน
อียิปต์เนี่ยเขาอยู่ในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจากสงครามระหว่างฮามาสกับอิสราเอลเขาเองก็มีบทบาทอย่างยิ่งที่ช่วยให้ตัวประกันชาวไทยได้รับการปล่อยตัว แม้กระทั่งคนที่เสียชีวิตเขาก็ช่วยเราในการติดตาม ก็ถือว่าเป็นความร่วมมือที่แน่นแฟ้น เราเองก็รู้สึกเป็นว่าเขาเป็นเพื่อนแท้ เป็นพันธมิตรที่แท้จริงของเราในแอฟริกาตอนเหนือ
- การเยือนระดับสูง
การเยือนในระดับสูงระหว่างกันมีมาเรื่อย ๆ ล่าสุดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จร่วมพิธีเปิด Grand Egyptian Museum เมื่อตอนต้นเดือนพฤศจิกายนในฐานะผู้แทนพระองค์ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นจริงจัง ซึ่งฝ่ายอียิปต์เนี่ยเขาก็รู้สึกดีใจแล้วก็ประทับใจนะครับ ที่พระองค์ท่านได้เสด็จมา ก็ถือว่าเป็นผู้แทนระดับสูงของไทย
- ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการค้า
ในมิติเศรษฐกิจและการค้าก็เป็นที่ทราบกันดีว่าไทยค้าขายกับอียิปต์พอสมควร มูลค่ารวมประมาณ 1,000 ล้านเหรียญ ไทยเราได้ดุลการค้า 700 กว่าล้าน ฝ่ายอียิปต์เขาก็เลยอยากที่จะปรับดุลการค้านี้ด้วยการดึงดูดให้ธุรกิจไทยมาลงทุนในอียิปต์มากขึ้น โดยใช้อียิปต์เป็นศูนย์กระจายสินค้าก็ดี แหล่งลงทุนเพื่อการผลิตสินค้าที่ไทยมีความได้เปรียบก็ดี เช่น เสื้อผ้า อาหาร แล้วก็สิ่งอื่น ๆ รวมไปถึงอุตสาหกรรมสำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Renewable Energy, Green Hydrogen เขาอยากให้ผู้ประกอบการไทยมาลงทุน
- โอกาสของอาหารไทยและสินค้าเกษตร
ก็สอดคล้องกับนโยบายปัจจุบันของรัฐบาลอียิปต์ที่เน้นการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะทางด้านเอเชียแปซิฟิก ณ ตอนนี้ ประเทศหลัก ๆ ในภูมิภาคเอเชียที่มาลงทุนกับเขาก็คือ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้กับไทยที่จะมา การลงทุนของไทยยังค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย แต่ก็ยังมีศักยภาพเยอะ
แล้วตั้งแต่ผมมารับตำแหน่ง สถานทูตก็รายงานเข้าไปให้เห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจ พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า โอกาสของอาหารไทยในประเทศนี้เนี่ยมันมีอีกเยอะนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับรสชาติที่แท้จริงของอาหารไทย เพราะในชั้นนี้คนอียิปต์ยังรู้จักอาหารไทยค่อนข้างแคบ ไม่ว่าจะเป็นผัดไทย หรือว่าต้มยำกุ้ง หรือแกงเขียวหวาน แต่ผมคิดว่ายังมีอาหารไทยที่มีความหลากหลายอื่น ๆ ที่เราสามารถมานำเสนอเพื่อนำไปสู่การนำเข้าวัสดุอุปกรณ์แล้วก็เครื่องปรุงอาหารไทยได้ในอนาคต
- ต่อยอดจากจุดแข็งอียิปต์
นอกเหนือจากนี้ โอกาสทางธุรกิจของไทยในเรื่องของอาหารก็คือ ใช้อียิปต์ในฐานะที่เขาก็เป็นประเทศเกษตรกรรม มีผลิตผลทางการเกษตรมากมายหลากหลาย ใช้ความเชี่ยวชาญของเราในเรื่องของ food processing นำไปสู่การส่งออกตลาดในยุโรปและสหรัฐอเมริกา รวมถึงตลาดแอฟริกาด้วยกันเอง อียิปต์ สามารถปลูกส้มส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก สตรอว์เบอร์รี่ก็ดี ผลไม้ที่มีน้ำหวานของเขาก็ดีมาก ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะมาทำ food processing ให้มี value added
- ลงทุนอะไรดีที่อียิปต์
นอกจากนี้เขาก็อยากจะเชิญชวนให้มาลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่เรียกว่า aquaculture เพราะเขารู้ว่าไทยเนี่ยมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง เขาอยากได้เทคโนโลยีจากเราในเรื่องนี้ ผมคิดว่าอันนี้ก็จะเป็นโอกาสอันดี นอกเหนือจากนั้นเขาก็ชื่นชอบ และรู้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพและมีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการการท่องเที่ยว เพราะอียิปต์เองก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ มีต้นทุนทางอารยธรรมนะครับ มีสถานที่สำหรับการท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ได้ลงทุนกันไปเยอะ ซึ่งผมมองว่ามันจะเป็นโอกาสสำหรับไทย โดยเฉพาะโรงแรมต่าง ๆ ที่จะเอาพนักงาน สปา การบริหารจัดการการภาคบริการ
เรื่องธุรกิจการท่องเที่ยวเขาเห็นว่าไทยเราประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เขาอยากที่จะเรียนรู้จากไทยในเรื่องการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นด้าน marketing หรือว่าการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว หรือบริการทางด้านอาหารแล้วก็สปา แล้วก็อื่น ๆ ที่เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมของไทยอยู่แล้วนะครับ
- ไทยคือประตูสู่อาเซียน
โอกาสอื่น ๆ ที่เราสามารถร่วมมือด้วยกันอีก เราก็อยากให้อียิปต์มองว่าไทยก็เป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนของเขาเช่นกัน เขาสามารถกระจายสินค้าของเขาผ่านประเทศไทยไปสู่อาเซียนได้ เราก็บอกเขาว่าอาเซียนมันก็ 660 กว่าล้านนะครับก็มีศักยภาพ
- ความสัมพันธ์ระดับประชาชนสู่ประชาชน
ก็อย่างที่คงได้เห็นกันวันนี้ (13 ก.พ.) ว่าเราได้จัดไทยฟู้ดบาซาร์ แล้วก็เชิญนักธุรกิจมา 27 บริษัทก็มาเห็นแล้วว่าศักยภาพของอาหารไทยในประเทศนี้เป็นอย่างไร นี่เฉพาะแค่ไคโรนะครับ เรายังไม่ได้ออกไปต่างจังหวัด ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นการใช้ประชาชนสู่ประชาชนเผยแพร่วัฒนธรรมระหว่างกัน ก็จะเป็นเครื่องมือทางการทูตที่เราพอใช้ได้
- Thailand-Africa Initiative
ก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะมุ่งมาที่ทางแอฟริกา โดยใช้ Thailand-Africa Initiative (TAI) ที่ท่านรัฐมนตรีได้กลับมา relaunch อีกครั้ง ผมว่าโอกาสเนี่ยมันมีอีกเยอะ เพียงแต่เราอยากจะเชิญชวนให้ผู้ประกอบการของไทยศึกษาเกี่ยวกับศักยภาพที่จริงจัง แล้วมองให้เห็นไปถึงว่าอนาคตเขาต้องการที่จะนำประเทศเขาไปสู่จุดใด
มีหลาย ๆ อย่างที่เราสามารถทำงานร่วมกันได้ ผมอยากให้คนไทยใช้โอกาสอันนี้ โดยที่เรามีนักศึกษาไทยที่อยู่ในอียิปต์มากกว่า 3,000 คน ซึ่งน้อง ๆ เหล่านี้ก็มาศึกษาใช้เวลาประมาณ 4-6 ปี ก็จะเป็นผู้แทนทางการทูตของเราอีกระดับนึง เป็นอีกกลุ่มนึงที่จะช่วยเราในการดำเนินความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้น เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ทุกท่านได้เห็นโอกาส และศักยภาพและความเป็นไปได้ ผมมองว่าอียิปต์เป็นเพื่อนที่ดีของเราในภูมิภาคแอฟริกาตอนเหนือ
- การบ้านสำหรับนักธุรกิจไทย
สิ่งที่จะทำต่อไปก็คือ ทำยังไงที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากพอที่จะเจรจาค้าขายกันมากขึ้น และอยากให้คนที่มาแล้วเล็งเห็นถึงโอกาสอย่างจริงจัง อยากให้พิจารณาว่าจะมาร่วมทุนกับเขาได้อย่างไร
ผมคิดว่าผลประโยชน์เนี่ย ถ้าจีนมา ญี่ปุ่นมา เกาหลีมา ก็ต้องมีอะไรที่ไทยเราสามารถมาได้ อาจจะต้องใช้เวลา แล้วก็ใช้แรงในการที่จะทำความรู้จักกับเขา แต่เท่าที่เราได้สัมผัส ผู้คนเขาก็ไม่ใช่นิสัยไม่ดีอยู่ที่นี่ผมก็มีเพื่อนอียิปต์หลาย ๆ คน เท่าที่สัมผัสมีความจริงใจนะครับ แน่ละเรามีความแตกต่าง แต่ในขณะเดียวกันเราก็มีค่านิยมมากมายคล้าย ๆ กัน เช่น ต่างนิยมดำเนินชีวิตทางสายกลาง เน้นสันติภาพ เน้นการเจรจา เรื่องการกำหนดทิศทางการทูต เป็นประเทศที่ผลิตสินค้าที่ค้าขายระหว่างกันได้ หรือทำงานร่วมกันได้ เพื่อจะเพิ่มมูลค่าเพิ่มไปยังตลาดอื่น ๆ เขามีความตกลงทางการค้าเสรีกับหลาย ๆ ประเทศ มีทรัพยากรอีกมากมายมหาศาล ซึ่งเราเองก็สามารถจะร่วมมือกับเขาได้
- แอฟริกาภูมิภาคแห่งโอกาส
ผมคิดว่าควรที่จะมองแอฟริกาว่าเป็นภูมิภาคแห่งโอกาสนะครับ มากกว่าจะไปติดภาพลักษณ์อื่น ๆ ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา คณะที่นำโดยท่านอธิบดีอุรษา (มงคลนาวิน) ก็ได้พบปะกับทั้งภาครัฐและก็ภาคเอกชน รวมไปถึงภาคการเงิน เพื่อสร้างความมั่นใจระหว่างกัน เขาเองก็รู้ว่าปัญหาคืออะไร แต่เท่าที่ผมได้สัมผัส ก็มีความต้องการที่จะเชื่อมโยงกัน เพราะฉะนั้นภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญ แล้วเราภาครัฐเองก็พร้อมที่จะทำงาน เป็นลักษณะทำงานร่วมกัน ทีมไทยแลนด์ ระหว่างภาครัฐและเอกชน ถ้าเกิดเรานำสิ่งนี้ไปทำอย่างจริงจังต่อไปในอนาคต ก็จะค้าขายกันได้ง่ายขึ้น มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น เรามีต้นทุนที่เป็นความสัมพันธ์แน่นแฟ้นอยู่แล้ว ก็มาต่อยอดกันไป ถ้ามีคนใดหรือว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งประสบความสำเร็จจริงจัง ก็จะสร้างโมเมนตัมทำให้เล่าเรื่องราวว่ามาทำธุรกิจที่นี่เป็นยังไง ผมคิดว่าศักยภาพยังมีอีกมากมาย
- สถานการณ์ในตะวันออกกลาง
จริง ๆ เนี่ย ความขัดแย้งเข้มข้นมีอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาดูจริงๆ ว่าเราจะบริหารจัดการยังไง ในช่วงที่แย่ที่สุดมันกระทบต่อประเทศชาติอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าพลังงานที่แพงขึ้น การส่งออกสินค้าของเราก็ประสบปัญหา เพราะฉะนั้นเราจะทำยังไงว่าภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่เราก็ยังต้องอยู่กับปัญหาเหล่านี้ เรายังต้องค้าต้องขาย
นอกเหนือจากนี้ปัญหาเรื่องสงครามการค้าระหว่างยักษ์ใหญ่ที่เป็นพันธมิตรของเราทั้งสองฝ่าย เราจะวางตัวยังไง ผมก็ว่าที่นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะครับ เพราะเราดำเนินนโยบายเป็นเพื่อนกับทุก ๆ ฝ่ายอยู่แล้ว ถ้าเราจะทำตามนโยบายเช่นนี้ยิ่งต้องใช้พลังยิ่งต้องใช้ทรัพยากร ยิ่งต้องใช้ความทุ่มเทมากขึ้น เราก็ต้องมองอย่างจริงจังเลยว่า ที่นี่เป็นทางเลือกของเรา ประชากรของเขารวมทั้งทวีปแอฟริกาเนี่ย 2.2 พันกว่าล้านคนแล้ว เป็นตลาดอันใหญ่ เฉพาะอียิปต์เท่าประเทศเดียวประชากรก็ 120 กว่าล้านนะครับ ประชากรก็กำลังโต เป็นตลาดที่กำลัง emerging รายได้กำลังเพิ่มขึ้น
ถ้าเขาชอบสินค้าของเรา นิยมผลิตภัณฑ์ของเรา ถ้าเขานิยมไปท่องเที่ยวบ้านเรา ก็มีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ความสำคัญกับการที่เราจะมองแอฟริกาว่าเป็นโอกาสอย่างไร ก็หวังว่าการเดินทางมาเยือนครั้งนี้ของคณะผู้ประกอบการไทย กลับไปก็จะมีเวลาได้มาคิด ได้มาสะท้อนความรู้สึก และหวังว่าจะมีแรงและมีทุนเข้ามาทางนี้อย่างจริงจัง เพราะคนอื่นเขามาแล้ว
ยิ่งเราใช้เวลา ยิ่งช้า เรายิ่งจะเสียโอกาส ประเทศที่เคยช้ากว่าเราเช่น เวียดนาม ตอนนี้ก็เข้ามาเต็มรูปแบบนะครับ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เขามากันนานแล้ว ก็เริ่มที่จะเริ่มเห็นผลของการลงทุนของเขาแล้ว สำหรับผมคิดว่าถ้าเราไม่มา เราก็จะเสียโอกาสนี้ไป โลกกว้างมันอยู่ตรงนี้ แล้วเราก็จะได้มาสัมผัสอะไรที่มันเป็นเวทีโลกอย่างจริงจัง ในมิติเศรษฐกิจ การขยายความสัมพันธ์ในระดับประชาชนระหว่างกันผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่หลาย ๆ ฝ่ายควรจะมาให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับภูมิภาคแอฟริกา