โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“20 ปีไม่เคยคิดต้องหนีบ้านตัวเอง” เกษตรกรสุรินทร์โอดภัยชายแดน ทำเงินหาย-อพยพซ้ำ

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เกษตรกรปลูกแตงกวาบ้านโนนสว่างสุดช้ำ ผวาอพยพรอบ 3 หลังต้องทิ้งไร่หนีตายมาแล้ว 2 หน วอนรัฐบาลใหม่กู้ความสงบ-สร้างแนวกำแพงความมั่นคงก่อนสิ้นเนื้อประดาตัว

วันที่ 18 ก.พ.69 ที่บ้านโนนสว่าง หมู่ 6 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ติดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความมั่นคง แม้ภาพความสงบจะกลับคืนมาในระดับหนึ่ง แต่ความหวาดหวั่นยังคงฝังลึกในใจผู้คน หลังต้องเผชิญเหตุอพยพมาแล้วถึง 2 ครั้ง

นายเส็ง ลำดวนหอม อายุ 61 ปี เกษตรกรบ้านโนนสว่าง เปิดเผยว่า ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ตนยึดอาชีพปลูกแตงกวาเป็นรายได้หลัก บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตได้วันละกว่า 100 กิโลกรัม สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000–2,000 บาท ถือเป็นรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ช่วงสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องอพยพหนีภัยถึง 2 รอบ ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินโดยตรง ผลผลิตแตงกวาที่ควรนำไปจำหน่ายกลับไม่สามารถขายได้ตามปกติ บางส่วนต้องนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในศูนย์อพยพ ทำให้สูญเสียรายได้จำนวนมาก

นายเส็งกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวลว่า ตลอดชีวิตที่ทำเกษตรมากว่า 20 ปี ไม่เคยคิดว่าจะต้องหนีออกจากบ้านของตนเองหลายครั้ง และไม่เคยคาดว่าจะต้องสูญเสียรายได้จากผลผลิตที่ลงแรงปลูกด้วยมือของตนเอง

“ทำเกษตรมากว่า 20 ปี ไม่เคยคิดว่าจะต้องหนีออกจากบ้านตัวเองหลายรอบ รายได้หายไปเยอะมาก อยากให้สถานการณ์สงบโดยเร็ว” นายเส็งกล่าว

เกษตรกรรายนี้ยอมรับว่า แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะดูสงบลง แต่ในชีวิตประจำวันยังคงหวั่นใจว่าอาจเกิดการอพยพรอบที่ 3 หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย โดยพยายามเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ทั้งการจัดเก็บสิ่งของจำเป็น และวางแผนดูแลแปลงปลูกแตงกวาให้เสียหายน้อยที่สุด ทว่า ความไม่แน่นอนยังคงสร้างแรงกดดันต่อครอบครัวและชุมชนโดยรอบ

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนต่างเฝ้ารอความหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาจัดการปัญหาชายแดนให้ยุติโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง

นายเส็งยังฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ของประเทศไทย ให้พิจารณาแนวทางเสริมความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนอย่างจริงจัง เช่น การจัดทำกำแพง หรือมาตรการป้องกันที่ชัดเจน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนตามแนวชายแดน และลดความเสี่ยงต่อการอพยพซ้ำ

ท้ายที่สุด ชาวบ้านในพื้นที่มีความหวังเพียงเรียบง่าย คือขอให้บ้านเกิดปลอดภัย เพื่อจะได้ทำมาหากินอย่างสงบ โดยไม่ต้องเผชิญกับการอพยพซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่อไป เพราะสำหรับพวกเขา “บ้าน” ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย หากแต่คือรากเหง้า ความมั่นคง และความหวังของชีวิตทั้งครอบครัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...