เลือกตั้งระอุ! จับตารอดูแต่ละพรรค ช่วงโค้งสุดท้ายจะทิ้งไพ่สำคัญอะไรมัดใจ
ถือเป็นการทำโพลครั้งสำคัญของสองสำนักที่มีชื่อเสียง ก่อน 7 วันสุดท้ายจะถึงวันกาบัตร 8 ก.พ. 69 ซึ่งหลังจากนี้ ตามกฎหมายไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องไปเปิดเผยหลังปิดหีบเลือกตั้ง โดย “นิด้าโพล” เปิดผลสำรวจเรื่อง “ยกสอง กระแสเลือกตั้ง 69” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-27 ม.ค. 69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 29.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ร้อยละ 22.24 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 12.52 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4 ร้อยละ 12.12 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 9.36 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 33.56 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 22.76 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.92 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.76 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.44 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 22.60 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 13.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
ส่วน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 26,621 คน (สำรวจทางภาคสนาม 100 เปอร์เซ็นต์) ระหว่างวันที่ 16-28 ม.ค. 69 พบว่า พรรคการเมืองแบบบัญชีรายชื่อ ส่วนใหญ่จะเลือก คือ พรรคประชาชน ร้อยละ 35.99 รองลงมาคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 22.13, พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.92, พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.16, พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.40 ส่วน สส. แบบแบ่งเขต ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือก สังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.46 รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 21.52, พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 20.60, พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.13, พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 3.41 สำหรับบุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ คนต่อไปนั้น พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) ร้อยละ 35.07 รองลงมาคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยละ 21.53 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) ร้อยละ 16.11 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) ร้อยละ 12.97 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) ร้อยละ 3.61
จะเห็นว่า พรรคประชาชน (ปชน.) นำมาทุกภาคส่วน คำถามคือเมื่อถึงวันเลือกตั้ง จะรักษาคะแนนนิยมไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ โดยเฉพาะนักวิชาการบางคนมองว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังเหนือกว่าโดยเฉพาะ สส.เขต แต่ในที่สุดก็คงรอคำตอบหลังวันกาบัตร แต่ต้องยอมรับเดิมพันของพรรคส้มมีสูงมากกว่าพรรคลำดับที่สอง ต้องได้เสียงมากกว่าพรรคลำดับ 2 ประมาณ 30-40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตั้งรัฐบาลแข่ง แต่จะเป็นไปได้หรือ เพราะมาถึงวันนี้แม้พรรคสีส้มจะได้ “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มาเป็นตัวช่วย และได้กระแสจากพายุน้ำแข็งจาก "ไอซ์" รักชนก ศรีนอก ที่เดินหน้าตรวจสอบกองทุนประกันสังคม แต่จำนวน สส.ไม่น่าจะได้มากเท่าเดิม 151 ที่นั่ง คงต้องรอดูจะทิ้งไพ่สำคัญ เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 66 กับสโลแกนที่ว่า มีเราไม่มีลุง จนพลิกสถานการณ์ ได้ สส.มาเป็นลำดับหนึ่ง เช่นเดียวกับพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่งสำคัญอย่าง ภท. และ เพื่อไทย คงไม่อยู่เฉยแน่ ต้องปล่อยทีเด็ด เพื่อหวังมัดใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ส่วนท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น "นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ผู้ช่วยหาเสียง นำผู้สมัคร สส.ปทุมธานี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ปีกแรงงาน ปล่อยรถคาราวานหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย สายลูกน้ำเค็ม ซึ่งเริ่มต้นจาก จ.ปทุมธานี ไปยังภาคตะวันออก โดยรถแห่ของสายนี้ มีไฮไลต์เป็นรูปนายณัฐพงษ์และแกนนำพรรค ในธีม The Matrix มีนายณัฐพงษ์แบมือให้เลือกระหว่างมือขวาที่มีเม็ดยาสีส้ม และมือซ้ายเป็นเม็ดยาสีน้ำเงิน ซึ่งมีแป้งกับหนูอยู่ด้วย
โดยนายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการเลือกระหว่างการเมืองในอดีต กับการเมืองที่จะพาประเทศไทยไปสู่อนาคต เมื่อถามว่าหากสมมุติชนะไม่ขาด จะดึงพรรคเพื่อไทย (พท.) มาจับมือเพื่อแข่งกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างมีโอกาสเป็นไปได้เสมอ ส่วนจุดยืนในเรื่องการจับมือหรือร่วมรัฐบาล ไม่สามารถร่วมกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ และไม่โหวตสนับสนุนให้กับแคนดิเดตของพรรค ภท.ได้
“นายณัฐพงษ์” ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาเปิดโปง ผู้สมัคร สส.พรรค ปชน.เรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครที่ จ.แพร่ ว่า ไม่ส่งผลอะไร ที่จะขัดต่อคุณสมบัติการลงสมัคร สส. อยากฝากถึงนายชูวิทย์ว่ามีข้อมูลอะไร ก็เปิดเลย อย่ามาพูดรายวันแบบนี้ เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายมีกระแสเรื่องกระสุนการเมือง มีข่าวจากผู้ว่าแบงก์ชาติเกี่ยวกับการถอนเงิน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจการเลือกตั้งครั้งนี้ เราพบว่ามีจำนวนยอดเงินในการเอาไปซื้อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ถ้าลองคำนวณออกมา คูณต่อจำนวนเขต 400 เขต พบว่าเงินแค่หลักหมื่นล้านบาท สามารถซื้อประเทศได้แล้ว เมื่อถามว่าอีกฝั่งจะปลุกกระแสชาตินิยมหรือไม่ เรื่องกระแสชาตินิยม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบอะไร ส่วนอีกฝั่งหนึ่งใช้แคมเปญ ไม่เลือกเราเขามาแน่ ให้ความเห็นว่าไม่เลือกเรา ไม่เลือกพรรคประชาชน เทามาแน่นอน
ด้าน "นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่โพลทุกสำนักชี้ว่า พท.ยังตามอยู่ว่า โพลที่เราได้น้อย เป็นไปไม่ได้ที่จะได้เยอะขึ้น แต่มีเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราพอใจมาก เมื่อถามว่า ช่วงโค้งสุดท้ายบางพรรคมีการเลือกข้าง เพื่อแยกประชาชนออกจากกัน นายยศชนัน กล่าวว่า หน้าที่ของพรรคการเมืองคือการทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ
ส่วน "นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" หัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงช่วงสุดท้ายมีการใช้วาทกรรม แบ่งแยกระหว่างรักชาติกับไม่รักชาติ พรรคพท.มองอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นการแบ่งแยกประชาชน “การบอกว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ แต่เขากระโดงไปแล้ว ถ้าเลือกพท.เราจะให้ความเป็นธรรม เดินหน้าเรื่องคดีต่ออย่างแน่นอน เมื่อถามว่า ถ้าพรรค พท.กับพรรค ภท.จับมือกัน เรื่องเขากระโดงจะสะดุดหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะร่วมกับใครก็ตาม พวกตนยังคงติดตามเรื่องที่ผิดปกติ ไม่ถูก ไม่ชอบอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า มองประเด็นที่มีการบอกจะเปิดชื่อนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์อย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ช่วงนี้สีน้ำเงินดูเหมือนจะใสกิ๊กผิดปกติกว่าคนอื่นเขา ซึ่งเป็นข้อสังเกตของทุกพรรคการเมือง ส่วนเรื่องคดีความ ไม่ว่าพรรคการเมืองใด เราปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นข้อสงสัยของทุกพรรคการเมืองว่า ขณะนี้เป็นการใช้กลไกรัฐในการดำเนินคดี ในช่วงก่อนลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่
ส่วนมีการพูดถึงคลิปอังเคิล หากพูดมาจะได้ชี้แจง เพราะเรายืนยันเจตนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ สิ่งที่ท่านทำในวันนั้นเพื่อยุติความรุนแรง ไม่อยากให้เกิดการปะทะและเสียชีวิต เมื่อถามว่า นอกจากการซื้อเสียงแล้ว มีความกังวลเรื่องการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีการโยกย้ายข้าราชการในส่วนของกระทรวงมหาดไทยอย่างผิดปกติ อยู่การเมืองมา 20-30 ปี ไม่เคยเห็นการโยกย้ายที่ผิดปกติขนาดนี้ เป็นข้อสังเกตที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ
ต้องยอมรับว่า พรรค พท.ถือเป็นตัวแปรสำคัญทางการเมือง ไม่ว่าพรรค ภท. หรือปชน. จะได้เสียงข้างมาก เนื่องจากคงไม่มีพรรคไหนได้เสียงเกินครึ่ง หากพรรคใดได้เสียง สส. 150 ที่นั่ง พรรค พท. ซึ่งคาดว่าจะได้ประมาณ 80 ที่นั่ง รวมกันก็เกือบเกินครึ่งแล้ว หาเสียงพรรคขนาดกลางมาเติม ก็รวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้แน่ๆ คงต้องรอดู พรรค พท. เตรียมเงื่อนไขอะไรไว้บ้าง หากพรรคไหนต้องการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล.
"ทีมข่าวการเมือง"