เจ๊เจี๊ยบ โต้ปวิน ยัน ปิยบุตร ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นโปลิตบูโร เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน
เจ๊เจี๊ยบ โต้ปวิน ยัน ปิยบุตร ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นโปลิตบูโร เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน
เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "เป็นความโชคดีที่ปิยบุตรออกมาจากพรรคประชาชน จะได้ตัดโปลิตบุโรออกไปอีกคน เพื่อให้พรรคทำงานได้จริงๆ เมื่อเปิดดู track recod ของปิยบุตรก็มีแต่เรื่องอื้อฉาว ตั้งแต่ดอดไปทำดีลกับใครต่อใคร ทั้งกับอภิรัชต์และกับอนุทินในสมัยนั้น ไปกินฟรีดื่มฟรีกับเค้า แต่สุดท้ายไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าฝ่ายอำนาจเก่าเค้าอยากจะเจรจาด้วย ซึ่งในความเป็นจริง เค้าไม่ได้อยากเจรจาอะไรด้วยทั้งนั้น
นี่ยังรวมถึงเรื่องลดเพดานต่างๆ ทั้งที่เคยทำนิติราษฎร์แต่สุดท้ายเรื่อง 112 ก็ไม่ขยับ วันนี้ ประกาศใหญ่โตว่าตัวเองโบกมือลาพรรคส้ม จะได้ไปทำอะไรที่อยากทำอย่างเสรี แต่เมื่อไม่มีกี่วันนี้ ยังนั่งด่าแก้วตาเพราะแก้วตาด่าพรรคอย่างเสรี นี่คือสถานการณ์กลับไม่ได้ไปไม่ถึง จะเป็นนักการเมือง ก็ขาดความน่าเชื่อถือ จะกลับเป็นนักวิชาการ ก็แปดเปื้อนการเมืองไปแล้ว น่าจะย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสกับเมียนะคะ เปิดบาร์ไวน์ จะได้นั่งดื่มทุกวัน"
ล่าสุดนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้นายปวิน ถึงกรณีกล่าวหา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ดังกล่าว ระบุว่า "โพสต์นี้ของอ.ปวิณเป็นโพสต์ในมุมคนนอก ที่จะมีข้อมูลเป็นจิ๊กซอว์มาประติดประต่อแบบไหนไม่ทราบได้ แต่ก็เป็นสิทธิที่จะวิพากวิจารณ์
แต่ข้อเท็จจริงมีหนึ่งเดียว ดิฉันจึงขอใช้พื้นที่นี้ปกป้องความจริงไม่ให้ถูกบิดเบือน แสดงความรู้สึกความคิดเห็นส่วนตัวเพื่อบันทึกไว้ในฐานะคนในที่มีประสบการณ์ทำงานเป็น
1. กรรมการคัดเลือกผู้สมัครสส. และสส.บัญชีรายชื่อ #พรรคอนาคตใหม่
2. สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหาร #พรรคก้าวไกล
ดิฉันร่วมทุกข์ร่วมสุข ทำงานกับอ.ปิยะบุตรมาตั้งแต่อาจารย์มาชักชวนก่อตั้งพรรคร่วมกันในปี 2561 และอยู่กับพรรคก้าวไกลจนถึงนาทีสุดท้าย
ดิฉันขอยืนยันว่าอ.ปิยะบุตรไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นโปลิตบูโรแบบที่ถูกกล่าวหา เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน ระมัดระวังตัวเรื่องการก้าวก่ายแทรกแซง ไม่วางตัวใหญ่โตใด ๆ
อ.ปิยะบุตรเป็นคนที่ทุ่มเททำงานหนัก เสียสละ น่าเคารพรัก เป็นแบบอย่างที่ดีในจิตวิญญาณของผู้สร้าง เป็นที่พึ่งทางใจยามเหนื่อยล้าท้อแท้ และมีคุณูปการต่อพรรคในทางที่ชอบ เช่น ส่งพลัง ให้กำลังใจ คำแนะนำปรึกษาเมื่อถูกร้องขอ
หลังถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม อ.ปิยะบุตรสนับสนุนโอบอุ้มพรรคตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ ไม่เคยเสียมารยาท ไม่ก้าวก่ายแทรกแซงใด ๆ มีแต่พวกเราเรียกร้องขอคำปรึกษาและขอให้มาพบปะสังสรรค์กันบ้างนาน ๆ ครั้ง
เชื่อมั่นว่าผู้ร่วมงานจำนวนมากของดิฉันก็สามารถยืนยันข้อเท็จจริงนี้ตรงกัน
ถ้าไม่มีอ.ปิยะบุตรก็ไม่มีพรรคส้ม ที่เป็นยานพาหนะทางการเมืองเดียวของพวกเราในวันนี้
ดิฉันไม่อาจทนให้อ.ปิยะบุตรถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม จึงขอบันทึกประสบการณ์ที่ตัวเองได้สัมผัสมาจริงนี้เอาไว้
ท่านผู้อ่านมีสิทธิจะใช้ดุลยพินิจที่จะเชื่อถือใครก็อยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคล"