โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TDRI แนะ 4 ทางออก ยาแก้ป่วยเศรษฐกิจไทย

Thai PBS

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

นักวิชาการ TDRI ชี้เศรฐกิจไทยเป็นคนป่วย เพราะวิกฤตโครงสร้างสะสมมานาน อาจใช้เวลาฟื้น 20-30 ปี แนะรัฐบาลใหม่เร่งแก้หนี้ครัวเรือน ภาษีสหรัฐฯ เอสเอ็มอี และฐานะการคลัง

กรณีสื่อต่างประเทศ Financial Times เผยบทวิเคราะห์ถึงเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะอ่อนแรงเปรียบเสมือนเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” จากการเติบโตที่ชะลอตัวต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค จากปัจจัยหนี้ครัวเรือนอยู่ในเกณฑ์สูง ความสามารถในการแข่งขันลดลง รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง

นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยกับ The Active ว่า การที่ไทยเป็นคนป่วยสะท้อนถึงการมีปัญหาที่รุนแรง โดยเปรียบเศรษฐกิจเหมือนร่างกายมนุษย์ที่เผชิญความเสี่ยงจากโรคที่ได้รับทุกวันหรือการบาดเจ็บเล็กน้อยอย่างเตะโต๊ะ ซึ่งก็สามารถฟื้นตัวได้เอง แต่หากถึงขั้นป่วยจนต้องเข้ารับการรักษา หมายความว่าต้องมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างจริงจัง

ประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทย จากสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาสะสมเป็นระยะยาวนาน 10 – 20 ปี โดยไม่ได้เกิดมาจากปัญหาเดียว แต่เกิดจากความเสื่อมถอยของหลายปัจจัยรวมกัน และเมื่อปัญหาเหล่านี้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องไปด้วย จากที่เคยเติบโต 8% จนปัจจุบันปีนี้เหลือไม่ถึง 2% สิ่งนี้คืออาการของทุกโรคที่เข้ามาซ้ำเติมไทยจนกลายเป็นคนป่วย และการแก้ไขเรื่องนี้ต้องใช้เวลานาน 20 – 30 ปี

หลักฐานทางสถิติตอนนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤต จากการที่เศรษฐกิจถดถอยลงต่อเนื่อง โดยกรอบค่าเฉลี่ยประมาณ 3 – 5 ปี เริ่มตั้งแต่หลังโควิด-19 เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่า 2% ถือว่าอันตราย เพราะเริ่มลากยาว และสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน เช่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจุบันเหลือ 33 ล้านคน จาก 40 ล้านคนในช่วงก่อนโควิด-19 เป็นต้น สิ่งนี้เป็นตัวอย่างของปัญหาที่ไม่สามารถหายได้ในระยะสั้นแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว

เศรษฐกิจไทยต้องเร่งแก้ทุกด้าน

นักวิชาการ TDRI ระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยนั้น รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนในทุกด้าน ดังนี้

1. ภาษีสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจบลงยังไง ทั้งเงื่อนไขการค้าที่ไทยได้รับและเสียเปรียบอะไรบ้าง เช่น ต้องนําเข้าสินค้าอะไรบางอย่างเพิ่มมากขึ้นจากสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับธุรกิจคนไทย และปัญหาสินค้าสวมสิทธิจากจีน (Transshipment) ดังนั้นไทยจะแก้ปัญหา ปรับตัว และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร

2. ปัญหาหนี้ครัวเรือน แม้จะสามารถปรับตัวลดลงได้เองตามกลไกเศรษฐกิจ หากปล่อยเวลาให้ผ่านไปภาระหนี้ก็อาจทยอยลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่การมีหนี้ครัวเรือนสูง จะส่งผลให้เศรษฐกิจซึมยาว จนกลายเป็นติดกับดักทำให้คนในประเทศไม่อยากใช้จ่ายจนกระทบการค้าขาย และเมื่อคนเริ่มรัดเข็มขัด ก็ยิ่งรัดเข็มขัดกันมากขึ้น จนซ้ำเติมให้เศรษฐกิจแย่ลงต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าจะแก้ปัญหานี้อย่างนั่งยืนก็ต้องไม่ทำให้ประเทศติดกับดักดังกล่าว

3. ปัญหาธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) เข้าไม่ถึงสินเชื่อ รัฐบาลต้องพยายามดึงธุรกิจเหล่านี้กลับมาเข้าในระบบและวางกลไกในการพัฒนาธุรกิจเหล่านี้ระยะยาว รวมช่วยเหลือเฉพาะรายที่พัฒนาต่อไปได้ เพราะปกติรัฐบาลมักจะมีแต่มาตรการช่วยเหลือผ่านการอุดหนุนและค้าขายกับรัฐ จนอาจกลายเป็นกับดักทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไม่เติบโต

4. ปัญหาวินัยการคลัง มีการกำหนดเพดานหนี้สาธารณะไว้ไม่ควรเกิน 70% ของจีดีพี หากระดับหนี้สูงเกินกรอบดังกล่าว ไทยอาจเผชิญความเสี่ยงถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น ภาระดอกเบี้ยมากขึ้นตามไปด้วย และอาจกระทบต่อภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินกิจการและการลงทุน ดังนั้นหากรัฐบาลจะดำเนินนโยบายใด ๆ ต้องวางแผนการคลังอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะนโยบายที่เคยใช้ในการหาเสียง ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ

“ผมก็คิดว่าประมาณซัก 3 – 4 อย่างเนี่ย ถ้าทําได้อย่างรวดเร็วในช่วงแรกเนี่ย มันก็จะช่วยประคองเศรษฐกิจไปได้” นณริฏ กล่าว

นโยบายยังไม่ชัด รัฐบาลใหม่ยังไม่ลงตัว

นณริฏ ประเมินนโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีความไม่แน่นอนสูง จนกว่าจะแถลงต่อรัฐสภา เพราะนโยบายที่แจ้งต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มีข้อมูลน้อยมาก ในขณะที่นโยบายที่หาเสียงกับประชาชนมีความหลากหลายมากกว่ากับที่แจ้ง กกต. อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องรวมเสียง สส.ให้ได้เกินกึ่งหนึ่งของสภา ซึ่งมีผลต่อการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี ดังนั้นจะมีนโยบายเพิ่มเติมอีกจากพรรคร่วม

อีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นได้นั้น นักวิชาการ TDRI มองว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลต้องมีความต่อเนื่อง ในอดีตรัฐบาลที่อยู่ยาว เช่น สมัยรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ เกิดอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่กลายมาเป็นอุตสาหกรรมหลักจนถึงปัจจุบัน หรือยุครัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบาย ECC, New S Curve, BCG ซึ่งเกิดในช่วงที่รัฐบาลอยู่ยาวหลายปี และเป็นยุครัฐบาลอนุรักษ์นิยมบวกกับเทคโนโลยี

ส่วนในยุครัฐบาลประชาชาธิปไตย ก็มีสมัย ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ยาว 8 ปี แต่รัฐบาลลักษณะนั้นนโยบายมักไม่ใช่แนวเทคโนแครต (Technocrat) แต่จะเป็นนโยบายเชิงสังคมอย่างรัฐสวัสดิการ (Welfare State) เพราะตอนนั้นเกิดนโยาย 30 บาทรักษาทุกโรก

สำหรับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลภูมิใจไทย สิ่งที่กังวลใจ คือ ทีมงานยังมีน้อยเกินไป เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจที่มีความท้าทายมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ จึงต้องมีทีมเศรษฐกิจที่เก่งมีชื่อเสียงระดับบิ๊กเนม แต่รัฐบาลนี้คาดว่ามีเพียง 3 คน คือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งถือว่าไม่เพียง

“ซึ่งในมุมมองผมต้องการเยอะกว่านี้ และต้องการทีมที่จะดันประเทศมันใหญ่มาก และความท้าทายมันมากกว่าเดิมด้วย ยุคนี้เป็นยุคที่พัฒนายากกว่าเดิม” นักวิชาการ TDRI กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

แผ่นดินไหวสะเทือนใต้ สัญญาณเตือนที่ต้อง “รื้อ” ระบบความปลอดภัยใหม่

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อ.ปริญญา" โพสต์ถาม ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง "แยกเก็บ" จริงหรือ

8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

ทล.ปรับรูปแบบเตรียมจ้างที่ปรึกษาคุมก่อสร้างและ PMC นำร่องขยายคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี-มอเตอร์เวย์ M 9 ยกระดับความปลอดภัย

Manager Online

แบบนี้ก็มีด้วย! ‘บาร์ให้คำปรึกษาคนอยากลาออก’ ไอเดียบริษัทจัดหางานญี่ปุ่น เลือกคนกับงานให้ตรงกัน

SME THAILAND ONLINE

Saucony คว้า ‘เฟย-ภัทร’ พรีเซนเตอร์ ขยายฐานจากกลุ่มนักวิ่งสู่คนเมือง

Manager Online

‘ฮอกไกโด คาเฟ่’ ปักหมุด Flagship Store แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางทองหล่อ ผนึกพันธมิตรระดับโลก ญี่ปุ่น-อิตาลี ประกาศบุกธุรกิจ F&B เต็มรูปแบบ เปิดตัวยิ่งใหญ่รับวันแห่งความรัก โดยมีประธานองคมนตรีให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

ไทยโพสต์

เปิด 10 ธุรกิจต่างชาติลงทุนสูงสุดปี 68 “ธุรกิจรับจ้างผลิต”แชมป์ “บริการคอมพิวเตอร์”รอง กรมพัฒน์ยันปี 69 อำนวยความสะดวกเต็มสูบ

Manager Online

15 หุ้นดังติดจรวดพุ่งแรงหลังเลือกตั้ง! รับเสถียรภาพรัฐบาล'อนุทิน' 300 เสียง

Manager Online
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...