นโยบายให้ใช้ทางด่วนภูเก็ตกะทู้-ป่าตอง “ฟรี” เป็นเหตุต้องเลื่อนก่อสร้างไปเรื่อยๆ
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ขณะนี้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ทบทวนรายละเอียดร่างขอบเขตงาน(TOR) โครงการก่อสร้างทางพิเศษ(ด่วน) จังหวัดภูเก็ต ระยะ(เฟส)ที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม.วงเงินประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทเสร็จเรียบร้อย ในเรื่องมาตรการความปลอดภัยสูงสุดในการก่อสร้าง ให้เกิดความรอบคอบโดยเฉพาะขั้นตอนการทำงาน สเปกของเครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ และคุณสมบัติของผู้รับจ้าง หลังเกิดเหตุเครนงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของหน่วยงานต่างๆ ถล่มทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก
ตามขั้นตอนปกติ เมื่อจัดทำร่าง TOR แล้วเสร็จ จะเสนอผู้ว่าการ กทพ. พิจารณา ก่อนขึ้นประกาศผ่านเว็บไซต์ กทพ. เพื่อรับฟังคำพิจารณ์ และเปิดประกวดราคา(ประมูล) แต่ยังไม่ดำเนินการ เนื่องจากรอนโยบายทางการเมือง ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ และสำนักงบประมาณ ให้ความเห็นว่า การยกเว้นค่าผ่านทาง และใช้งบประมาณอุดหนุนการก่อสร้าง จะส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลังของรัฐ และเป็นภาระงบประมาณของประเทศ โดยตอบกลับประเด็นที่ กทพ. ขอหารือเรื่องยกเว้นค่าผ่านทางโครงการทางด่วนภูเก็ต เฟสที่ 1 ให้ประชาชนใช้ฟรีตามนโยบายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม
สำหรับโครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต เฟสที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง เริ่มศึกษามาตั้งแต่ปี 2553 และผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีมติอนุมัติโครงการฯภายใต้การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค.2565 แต่เมื่อเปิดประมูลคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการฯ ไม่มีเอกชนยื่นเสนอเข้าร่วมลงทุน จึงเสนอ ครม. ขอเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนจากเดิม PPP เป็น กทพ. ลงทุนก่อสร้างเองทั้งหมด และเปิด PPP เฉพาะการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ซึ่งที่ประชุม ครม. ชุดรัฐบาลที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นอดีต รมว.คมนาคม เห็นชอบเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2568
กทพ. มีแผนเร่งจัดทำ TOR และเปิดประมูลหาผู้รับจ้างตั้งแต่เดือน พ.ย.2568 เริ่มก่อสร้างต้นปี 2569 เปิดบริการปี 2573 แต่ไม่เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ และมีแนวโน้มเลื่อนแผนดำเนินงานออกไปอีกเรื่อยๆ นับตั้งแต่นายพิพัฒน์ มีนโยบายให้กรมทางหลวง(ทล.) ดำเนินโครงการแทนกทพ.เพื่อให้ประชาชนใช้เส้นทางฟรี ให้เหตุผลเพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางให้ประชาชน
ทำให้ล่าช้าออกไปจากการโอนโครงการจากทางด่วนเป็นทางหลวงซึ่งต้องศึกษาทบทวนใหม่นานนับปี สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนและชาวจ.ภูเก็ต ที่ต้องการให้เร่งรัดก่อสร้างโครงการเร็วๆ ไม่ใช่ในรูปแบบการหาเสียงเอาใจประชาชนด้วยการให้ใช้ฟรี กระทั่งนายพิพัฒน์ต้องถอยและเปลี่ยนแนวคิด กลับมาให้กทพ.ดำเนินโครงการต่อแต่ให้เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกเว้นค่าทางด่วน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ชัดๆว่าจะกระทบวินัยการเงินการคลังและสร้างภาระงบประมาณ