ทรัมป์สั่งเก็บภาษีทั่วโลก 10% ใช้อำนาจชั่วคราวตามกฎหมาย “มาตรา 122”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่าบริหาร เรียกเก็บภาษีศุลกากรครอบคลุมทั่วโลกในอัตรา 10% โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517
กฎหมายดังกล่าวได้รับการบัญญัติเพื่อให้ผู้นำสหรัฐสามารถจัดการกับวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการขาดดุลชำระเงินอย่างรุนแรง หรือเพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเกินไป จนกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ภายใต้มาตรา 122 ผู้นำสหรัฐสามารถสั่งเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 15% ของราคาสินค้า สามารถสั่งจำกัดการนำเข้าหรือใช้ทั้งภาษีและโควตาร่วมกันได้
อย่างไรก็ตาม กฎหมายอนุญาตให้บังคับใช้มาตรการนี้ได้เพียง 150 วัน หรือประมาณ 5 เดือนเท่านั้น หากต้องการใช้ต่อเกิน 150 วัน ผู้นสหรัฐ "ต้องได้รับการอนุมัติ" จากสภาคองเกรส หรือต้องออกกฎหมายฉบับใหม่มารองรับ
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า การใช้อำนาจตามมาตรา 122 จะมีผล "ภายในอีก 2-3 วันข้างหน้า" คือประมาณวันจันทร์ที่ 23 ก.พ. หรือวันอังคารที่ 24 ก.พ. แต่เมื่อผู้สื่อข่าวเน้นกับทรัมป์ว่า มาตรการนี้ใช้ได้ไม่เกิน 150 วัน ทรัมป์ตอบเพียงว่า "รัฐบาลสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ"
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังศาลฎีกามีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง ว่าทรัมป์ลุแก่อำนาจ เนื่องจากกฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ( ไออีอีพีเอ ) "ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีศุลกากร" และสภาคองเกรสเท่านั้นคือผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้
ขณะที่มีการวิเคราะห์ด้วยว่า ทรัมป์เลือกใช้อำนาจตามมาตรา 122 เพื่อ "ซื้อเวลา" ในการต่อสู้ทั้งกับฝ่ายตุลาการและนิติบัญญัติ เพื่อหาช่องทางเก็บภาษีถาวรในอนาคต.
เครดิตภาพ : AFP