โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องผลกระทบ ราคารถยนต์ป้ายแดง หลังสรรพสามิต ปรับขึ้นภาษีรถยนต์ลอตใหญ่

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
จับตา รถป้ายแดงขึ้นราคา คัน 5,000-20,000 หลังรัฐบาลประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ รถน้ำมันอ่วม เสียแพงสุด34% รถไฟฟ้า 8% และรถไฮบริด 19%

ตั้งแต่ ม.ค. 69 กรมสรรพสามิต ได้มีการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ครั้งใหญ่ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้ยานยนต์มลพิษต่ำ โดยโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ในส่วนรถยนต์ไฟฟ้า หากเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี 3.5 ยังคงเสียภาษีในอัตรา 2% ต่อไปอีก 2 ปี แต่ถ้าเป็นรถยนต์อีวีทั่วไป หากไม่ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนอีวี 3.5 ได้ปรับขึ้นจาก 8% เป็น 10% โดยการปรับขึ้นภาษีทุกๆ 2%

ขณะที่รถยนต์ไฮบริดมีการปรับฐานภาษีขึ้นเช่นกัน โดยกลุ่มที่ผลิตในประเทศและผ่านเงื่อนไข เช่น การใช้ชิ้นส่วนในประเทศหรือมีระบบความปลอดภัยเอดีเอเอสปรับจาก 4% เป็น 6% ส่วนการนำเข้าทั้งคันปรับจาก 8% เป็น 10% ขณะที่รถยนต์สันดาปนั้น จะมีการปรับขึ้นภาษีแบบขั้นบันไดตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทุกๆ 2 ปี เริ่มปี 69 ปี 71 และปี 73 เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งมีอัตราการเสียภาษีอยู่ในช่วงที่ 13-34%

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตามโครงสร้างอัตราภาษีใหม่ หากรถมีราคา 1 ล้านบาท และมีการขึ้นภาษีจากเดิม 2% จะทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม ผลจากการขึ้นภาษีทำให้มีการเปลี่ยนผ่านการผลิต ของเซกเตอร์ยานยนต์อย่างชัดเจน จากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด อีกทั้งช่วงปลายปีบรรดาค่ายรถต่างเร่งผลิต และสต็อกรถไว้เพื่อให้ได้ภาษีอัตราเดิม ซึ่งกรมยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางการผลิต และราคาเป็นอย่างไร

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2569 ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ที่ใช้น้ำมันต้องจ่ายภาษีแพงขึ้นอย่างน้อย 5,000 – 10,000 บาทต่อคัน และอาจสูงเป็นหลักแสนถึงหลักล้าน หากเป็นรถยนต์สันดาปภายในที่ปล่อยมลพิษเยอะ โดยเฉพาะรถน้ำมันที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เกิน 3 ลิตร

ทั้งนี้ เป็นผลจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่เปลี่ยนจากการพิจารณาเพียงขนาดเครื่องยนต์ (cc) มาพิจารณาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพิ่มเติม ทำให้อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในกลุ่ม Eco Car จากเดิม 12% ปรับเพิ่มเป็น 13-34% โดยอัตราภาษีดังกล่าวจะทยอยปรับขึ้นอีก 2 ระยะ ได้แก่ ระหว่างปี 2571-2572 และอีกครั้งในปี 2573

สำหรับอัตราภาษีรถยนต์ใหม่ปี 2569 ตามปริมาณการปล่อยก๊าซ CO

1. กลุ่มที่ปล่อยก๊าซ CO2 น้อยกว่า 100 กรัม/กม.

  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เข้าร่วมมาตรการอีวี 3.5 : อัตราภาษี 2% ลดลงจากปกติที่ 8%
  • รถยนต์ไฮบริด (Hybrid): อัตราภาษี 6%
  • รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE): อัตราภาษี 13%

2. กลุ่มที่ปล่อยก๊าซ CO2 ระหว่าง 101 - 200 กรัม/กม.

  • รถยนต์ไฮบริด (Hybrid): อัตราภาษี 9 - 19% (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 4 - 8%)
    • รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE): อัตราภาษี 22 - 29%

3. กลุ่มที่ปล่อยก๊าซ CO2 มากกว่า 200 กรัม/กม. (หรือเครื่องยนต์ > 3,000 cc)

  • รถยนต์ไฮบริด (Hybrid): อัตราภาษี 40% (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 24%)
    [* รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป \(ICE\): อัตราภาษี 50% \(เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 34%\) ]
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...