โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KBANK ปี 68 กำไร 4.9 หมื่นล้าน ลด 0.08% แม้รายได้ดอกเบี้ยหด แต่ธุรกิจประกัน-บริหารมั่งคั่งโตแรง

Thairath Money

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประกาศกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 49,565 ล้านบาท ถือว่าลดลงเพียงเล็กน้อย 0.08% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนภาพการปรับตัวที่น่าสนใจ เมื่อรายได้หลักจากดอกเบี้ยชะลอตัวลงกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากนโยบายลดดอกเบี้ยเพื่อประคองสภาพคล่องลูกค้า

แต่สามารถชดเชยส่วนที่หายไปได้ด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ซึ่งพุ่งขึ้นถึง 14.75% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากธุรกิจประกันภัยและธุรกิจบริการบริหารความมั่งคั่ง ที่ทำผลงานได้โดดเด่น แม้ในยามที่ทิศทางดอกเบี้ยไม่เป็นใจ

กำไรปี 68 ลดแค่ 0.08% ประกัน-บริหารความมั่งคั่งโตแรง

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในปี 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจํานวน 49,565 ล้านบาท ลดลง 0.08% โดยกําไรจากการดําเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจํานวน 109,951 ล้านบาท ลดลงจํานวน 4,043 ล้านบาท หรือ 3.55% จากปีก่อน เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่มีจํานวน 137,152 ล้านบาท ลดลงจํานวน 10,852 ล้านบาท หรือ 7.33% ตามภาวะอัตราดอกเบี้ย

รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างปี เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลูกค้า และการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ชะลอตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิด รายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) ลดลงอยู่ที่ระดับ 3.23%

อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจํานวน 57,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 7,408 ล้านบาท หรือ 14.75% โดยหลักเกิดจาก

1) ผลการดําเนินงานการบริการประกันภัยที่เติบโตขึ้น

2) รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เติบโต ส่วนใหญ่จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้าผ่านการนําเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ครอบคลุมทั้งของธนาคารและบริษัทย่อยรวมทั้งพันธมิตร สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เอื้อในการลงทุน

3) กําไรสุทธิจาก เครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ และรายได้จากการลงทุนด้วยนโยบายการกระจายความเสี่ยงการลงทุน และการสร้างผลตอบแทนอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับภาวะตลาด

สําหรับค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานอื่น ๆ มีจํานวน 84,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จํานวน 599 ล้านบาท หรือ 0.71% ซึ่งได้รวมค่าใช้จ่ายพิเศษในการดูแลพนักงานเพิ่มเติม โดยธนาคารและบริษัทย่อยยังคง ให้ความสําคัญในการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน (Productivity) สําหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน อื่น ๆ ต่อรายได้จากการดําเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 43.56%

นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยพิจารณา ตั้งสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) จํานวน 40,312 ล้านบาท ลดลงจํานวน 6,939 ล้านบาท หรือ 14.69% โดยยังคงเป็นสํารองฯ ที่ตั้งตามหลักความระมัดระวังอย่างรอบคอบซึ่งปฏิบัติมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระดับสํารองฯ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์และความไม่แน่นอนของปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญกับความท้าทาย

Q4/68 กำไรร่วง 20% จากไตรมาสก่อน

กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารในไตรมาส 4 ปี 2568 จึงมีจํานวน 10,278 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนจํานวน 2,729 ล้านบาท หรือ 20.98%

โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกําไรจากการดําเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จํานวน 24,825 ล้านบาท ลดลงจํานวน 3,455 ล้านบาท หรือ 12.22% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานอื่น ๆ มีจํานวน 23,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 2,061 ล้านบาท หรือ 9.84% ซึ่งเป็นตามฤดูกาลของการใช้จ่าย ธนาคารและบริษัทย่อยได้พิจารณาตั้งสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลัก ความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องจํานวน 10,265 ล้านบาท

ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เพื่อให้สํารองฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสมรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง และสถานการณ์ในอนาคตยังคงเผชิญความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจํานวน 4,558,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 217,664 ล้านบาท หรือ 5.01% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ปรับปรุงใหม่ ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนสุทธิซึ่งเป็นการลงทุน ตามการคาดการณ์ภาวะตลาดและทิศทางอัตราดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม เงินให้สินเชื่อสุทธิลดลงเล็กน้อย เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นการขยายสินเชื่ออย่างมีคุณภาพด้วยผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงให้เหมาะสมและยังคงให้ความสําคัญกับคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) อยู่ที่ ระดับ 3.20% ซึ่งยังคงต้องดําเนินการติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวังใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน

โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 162.75% สําหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ 20.35%

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : KBANK ปี 68 กำไร 4.9 หมื่นล้าน ลด 0.08% แม้รายได้ดอกเบี้ยหด แต่ธุรกิจประกัน-บริหารมั่งคั่งโตแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...