‘ปวิน’ ฟาด ‘พรรคส้ม’ ปล่อย ‘อมรัตน์’ พ่น ‘ขยะทางความคิด’ ไม่อินความเสมอภาคทางเพศ’
'ปวิน' ผิดหวัง 'พรรคส้ม' ผลิตนักการเมืองแบบ 'อมรัตน์' ที่ยอมรับ'ไม่อินเรื่องความเสมอภาคทางเพศ' สะท้อนความอ่อนด้อยทางวิชาการ-ไม่เข้าใจในคุณค่าพื้นฐานประชาธิปไตย ตบหน้าผู้หญิงทั่วประเทศ หากพรรคปล่อยให้สื่อสารแบบ 'ขยะทางความคิด' นิ่งเฉยต่อความบิดเบี้ยวนี้ ก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นความหวังของสังคมสมัยใหม่
25 ก.พ. 2569- สืบเนื่องจากนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "ส่วนตัวไม่อินเรื่องความเสมอภาคทางเพศ อาจเพราะไม่ เคยรู้สึกว่าไม่เท่าเทียมหรือถูกข่มเหงรังแก ตอนเด็ก ๆ ไปรังแกเพื่อนผู้ชายอีกต่างหาก"
นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้นางอมรัตน์ ว่า
เมื่อไหร่พรรคประชาชนจะเลิกบ้ง ผลิตนักการเมืองที่ยอมรับอย่างน่าชื่นตาบานว่า “ไม่อินเรื่องความเสมอภาคทางเพศ” นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าผิดหวังอย่างมาก แล้วอีพรรคนี้เสือกมีคนแบบนี้ในพรรคเยอะด้วย
การออกมาโพสต์แบบ "หลงทิศผิดทาง" ของอมรัตน์ อดีต ส.ส. พรรคส้มในครั้งนี้ สะท้อนถึงความอ่อนด้อยทางวิชาการและความไม่เข้าใจในคุณค่าพื้นฐานของประชาธิปไตยอย่างรุนแรง การที่ออกมาอ้างว่า "ไม่อิน" กับความเสมอภาคทางเพศเพียงเพราะประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่เคยถูกกดขี่ หรือการที่คนพูดสามารถรังแกเพื่อนผู้ชายได้ในวัยเด็กนั้น เป็นการตรรกะที่วิบัติและเห็นแก่ตัวที่สุด เพราะความเสมอภาคทางเพศ (Gender Equality) ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกส่วนบุคคล แต่มันคือโครงสร้างสิทธิเสรีภาพที่พลเมืองทุกคนต้องยึดถือร่วมกัน การที่ผู้หญิงยุคนี้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีสิทธิ์ลาคลอด มีสิทธิ์ในเรือนร่างที่แม้สามีก็ละเมิดไม่ได้ หรือมีอิสระในการใช้ชื่อสกุลหลังแต่งงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ได้มาจากการต่อสู้ของขบวนการสตรีนิยม (Feminism) ที่ลุกขึ้นมาทวงคืนสิทธิ์ที่ถูกริบไปเพียงเพราะ "ความเป็นหญิง" ไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมส่วนตัวที่ใครจะมาเล่นบทผู้ล่าหรือผู้ถูกกระทำในชีวิตประจำวัน
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ผู้หญิงที่มีสถานะเป็นถึง "นักการเมือง" และสังกัดพรรคที่อ้างตัวว่าเป็นหัวก้าวหน้า กลับออกมาพ่นน้ำลายทำลายหลักการที่ตัวเองควรจะปกป้อง ถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของตัวบุคคลและต้นสังกัด คำถามคือพรรคประชาชนจะปล่อยให้คนในชายคาออกมาสื่อสารแบบ "ขยะทางความคิด" และพูดจาเรื่อยเปื่อยไร้สาระแบบนี้อีกกี่ครั้ง? การแยกแยะไม่ออกระหว่าง "ความเสมอภาคทางเพศ" กับ "สิทธิสตรี" รวมถึงการเอาความมั่นหน้าส่วนตัวมาฟอกขาวโครงสร้างที่เอารัดเอาเปรียบ คือการตบหน้าผู้หญิงทั่วประเทศที่ยังคงต้องต่อสู้กับการถูกลดทอนคุณค่าในสังคมชายเป็นใหญ่ทุกวัน หากคนระดับแกนนำยังมองไม่เห็นปัญหาที่อยู่ตรงหน้า และพรรคยังนิ่งเฉยต่อความบิดเบี้ยวนี้ ก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นความหวังของสังคมสมัยใหม่
-- บางทีก็คิดนะว่าพรรคมึงไม่พร้อมที่จะเป็นรัฐบาลจริงๆ