UBS เตือนหนี้เอกชนเสี่ยงวิกฤติ อัตราผิดนัดอาจพุ่ง 15% หาก AI ดิสรัปต์เศรษฐกิจ
UBS ปรับมุมมองเชิงลบต่อภาค private credit หลังความกังวลผลกระทบจาก AI ต่อภาคธุรกิจทวีความรุนแรง ชี้อัตรา default อาจพุ่งสูงถึง 15% ในกรณีเลวร้ายที่สุด
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักวิเคราะห์ของ UBS Group AG ประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (worst-case scenario) ของภาคสินเชื่อเอกชน (private credit) ไว้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แต่ล่าสุดมุมมองดังกล่าวยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
แมทธิว มิช นักกลยุทธ์ของ UBS ระบุว่า อัตราการผิดนัดชำระหนี้ (default rate) ในตลาด private credit อาจพุ่งสูงถึง 15% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 2 จุดเปอร์เซ็นต์ และสูงกว่าตัวเลขที่บริษัทเผยแพร่ไว้เมื่อไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อน
ก่อนหน้านี้ UBSเคยเตือนว่าผู้ให้กู้โดยตรง (direct lenders) อาจเผชิญอัตรา default ราว 13% หากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงต่อภาคธุรกิจลูกหนี้ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อเศรษฐกิจสหรัฐทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ UBSปรับมุมมองเชิงลบลงอีก
รายงานของ UBS ระบุว่า “สิ่งใหม่ที่เห็นชัดขึ้น คือ ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ชัดเจนกว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงจาก AI ที่รวดเร็วและรุนแรง”
ความวิตกดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังตลาดหุ้นร่วงลงช่วงต้นสัปดาห์ จากรายงานของ Citrini Research ที่ประเมินสถานการณ์ซึ่งความก้าวหน้าของ AI อาจทำให้อัตราการว่างงานของสหรัฐพุ่งเป็นตัวเลขสองหลักภายในปี 2571 นอกจากนี้เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า Blue Owl Capital Inc. ยังสั่งระงับการไถ่ถอนเงินจากกองทุน private credit กองหนึ่ง ส่งผลให้ความกังวลต่อคุณภาพสินเชื่อของผู้ให้กู้โดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์ เพิ่มสูงขึ้น
นักกลยุทธ์ของUBS เตือนว่า “ความเสี่ยงเฉียบพลันที่สุดคือ ช็อกเฉพาะภาคส่วนที่ลุกลามจนเกิดการผิดนัดชำระหนี้เป็นลูกโซ่” พร้อมชี้ว่า ภาคเทคโนโลยีมีความเปราะบางเป็นพิเศษต่อการถูกรบกวนจากการนำ AI มาใช้ หรือการหดตัวอย่างรวดเร็วของการลงทุน
ทั้งนี้ปัจจุบันอัตรา default ในตลาด private credit อยู่ราว 3-5% แต่เริ่มเห็นสัญญาณตึงตัว เช่น การจ่ายดอกเบี้ยในรูปแบบเพิ่มเงินต้น (payment-in-kind) ซึ่งขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดหลังยุคโควิด
นอกจาก private credit แล้ว UBSยังมองว่าสินเชื่อ leveraged loans และพันธบัตรขยะ (high-yield bonds) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในกรณีเลวร้ายที่สุด อัตรา default อาจสูงถึง 6% สำหรับ leveraged loans และ 10% สำหรับ high-yield bonds สูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 4% และ 8% ตามลำดับ
โดยสรุปUBS มองว่า หากการเปลี่ยนแปลงจาก AI เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง อาจกลายเป็นชนวนสำคัญที่เขย่าตลาดสินเชื่อภาคเอกชน และลุกลามไปสู่ตลาดตราสารหนี้ความเสี่ยงสูงในวงกว้าง
อ้างอิง : www.bloomberg.com