โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ย. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

อุตส่าห์ตั้งท่าจะใช้ กระแสชาตินิยมสร้างคะแนนนิยมดูเหมือนจะทำให้ติดลมบนได้เมื่อผนวกเข้ากับโครงการคนละครึ่งพลัส ที่เตรียมเดินหน้าเฟส 2 ในช่วงจังหวะใกล้กับการเลือกตั้งครั้งใหม่ แต่พลันที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ หนักสุดคือ หาดใหญ่ และทุกอำเภอของจังหวัดสงขลา กระแสน้ำไม่ได้สร้างความเสียหายอันหนักหน่วงต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวใต้เท่านั้น แต่ยังได้พัดพากระแสที่ อนุทิน ชาญวีรกูลพร้อมคณะพรรคภูมิใจไทยหวังกอบโกยด้วยแผนที่วางไว้ แทบจะหายวับไปกับตา ด้วย

จากจำนวนยอดผู้เสียชีวิต ไม่ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะยืนยันตัวเลขที่หาดใหญ่ว่ามีแค่ 65 ศพที่เกิดจากน้ำท่วม หรือจะทำให้ดูน้อยอย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด มันอยู่ที่คนในพื้นที่ซึ่งมีญาติ พี่น้องสูญหายจะเป็นตัวบ่งชี้ข้อเท็จจริงซึ่งนั่นมันย่อมจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของฝ่ายกุมอำนาจโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคสีน้ำเงิน ดังนั้น ในจังหวะชุลมุนจึงไม่ควรที่จะไปเร่งรัดหรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบด่วนสรุปเรื่องจำนวนที่แน่ชัด เพราะสุดท้ายแทนที่จะสร้างความเชื่อมั่น กลับจะยิ่งทำให้ความไว้วางใจต่ำเตี้ยลงไปอีก

มองกันได้ไม่ยากสถานการณ์หนักหนาขนาดไหน ถึงขนาดต้องมีตัวช่วยเบี่ยงเบนกระแสโจมตีที่ถาโถมเข้าใส่อนุทินพร้อมรัฐบาล 4 เดือนอย่างรุนแรงในช่วงนี้จึงไม่แปลกที่จะได้เห็นอาการนอตหลุดของบางคนในรัฐบาล ก่อนที่จะลงเอยด้วยการกล่าวขอโทษ อันเป็นเหตุมาจากการเผชิญแรงกดดันที่พุ่งเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง เมื่อทุกอย่างถูกบีบด้วยความจริงที่ข้อกล่าวหาที่ว่า รัฐบาลผิดพลาดในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน และแก้ไขปัญหาแบบมือสมัครเล่นสิ่งที่จะแก้ตัวได้จึงเหลือทางเดียวคือการอัดเม็ดเงินว่าด้วยการเยียวยาอย่างเต็มที่

มันไม่มีทางเลือกอื่น ยิ่งเมื่อพิจารณาจากกระบวนการที่ทำกันอยู่ทั้งพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาล เห็นกันชัดเจนว่า เป็นไปเพื่อเป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งหน้าทั้งสิ้นดังนั้น การดำเนินการที่ว่าด้วยการฟื้นฟู เยียวยา จึงต้องใส่กันเต็มแม็กซ์แจกกันอุตลุดแต่ก็ต้องอย่าลืมว่าทุกอย่างมันมีหลักเกณฑ์ และพื้นที่ซึ่งเคยประสบเหตุลักษณะเดียวกันมาก่อน จะแบ่งแยกด้วยอ้างความเจริญของพื้นที่คงยาก เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติล้วนแต่แทบจะต้องตั้งต้นนับหนึ่งกันใหม่ทั้งสิ้น กรณีน้ำท่วมอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายน่าจะเป็นบรรทัดฐานของการเยียวยาที่เหมาะสมไว้แล้ว

อย่างที่บอกด้วยสถานการณ์มันบังคับ อาจจะเรียกว่า เข้าตาจนในแง่ของผลกระทบต่อความนิยมทางการเมือง เราอาจจะได้เห็นมาตรการที่รัฐบาลอายุสั้น จะหลับหูหลับตาผลักดันให้เกิดการช่วยเหลือชนิดที่ทำให้เสียงก่นด่าอันอื้ออึงนั้นเงียบลงได้จะเห็นว่าเมื่อต้องเผชิญกับแรงเสียดทานมากขึ้นเรื่อย ๆ อนุทินจากที่เคยทำตัวแบบสบาย ๆ พยายามสร้างภาพของการใช้พระคุณมากกว่าพระเดช ได้แสดงท่าทีที่ตรงข้าม เหมือนกรณีโซเซียลเผยแพร่สายการบินฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าโดยสารเส้นทางหาดใหญ่-กทม.

ถึงขั้นประกาศถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เพิกถอนใบอนุญาต ตนไม่มีอย่างอื่น ไม่ประนีประนอม ถ้าเอาเปรียบประชาชนในยามยาก พร้อมแสดงพลังให้เห็นด้วยว่า “ถ้าจะวัดกับผมก็ลองดู ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว พูดดีก็แล้ว อะไรก็แล้ว”ประสาจิ๊กโก๋เรียกว่าเบ่งกล้ามโชว์ เหมือนประกาศศักดา ให้รู้ว่าไผเป็นไผ แบ็กอัพที่หนุนหลังดีขนาดไหนซึ่งอาจไม่ใช่แค่ต่อเรื่องนี้เท่านั้น น่าจะเป็นการส่งสัญญาณไปถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย ใครกล้าหือให้ระวังตัวกันให้ดี

จุดอ่อนอย่างหนึ่งของเสี่ยหนู ไม่น่าจะต่างจากที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์บอก เป็นคนปากไวพูดก่อนคิดกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ แรกเริ่มเดิมทีบอกว่าอยู่ในพื้นที่จนกว่าน้ำจะลด แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงบอกจะบินไปบินมา ท่าทีแบบนี้มันจึงเหมือนเป็นการกลับไปกลับมามากไปกว่านั้น หากมองในแง่ของความรับผิดชอบถ้าจะอ้างว่าความเป็นนายกฯ ไม่ใช่ต้องลงมือทำเองทั้งหมด สามารถสั่งการมอบหมายให้รัฐมนตรีหรือผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีอำนาจหน้าที่ไปทำแทนได้ ซึ่งคงลืมไปว่า หมวกอีกใบของตัวเองคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เจ้ากระทรวงคลองหลอด สโลแกนก็บอกอยู่แล้ว บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน เมื่อนายกฯ นั่งควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หากจะให้แมน ๆ กับสถานการณ์ร้อนแบบนี้ ต้องเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แต่งตั้งคนอื่นให้ออกหน้า หรือว่าจะให้มารับผิดชอบแทนเหมือนจัดลำดับ วางบทบาทไม่เข้ากับสถานการณ์หรือยังไงไม่ทราบ จังหวะที่คนกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากน้ำที่ท่วมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร้องขอความช่วยเหลือไปทุกแห่งที่เผชิญเหตุการณ์อันเลวร้าย ไม่ใช่จังหวะที่คนเป็นผู้นำจะไปชี้นิ้วสร้างภาพตรวจสถานการณ์ หรือไปทำอาหารโชว์

ภาพเหล่านั้นควรเกิดหลังจากที่สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว มันก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ขณะที่ตัวผู้นำถูกกังขาเรื่องความสามารถในการบริหารจัดการ คนในรัฐบาลก็ดันไปโจมตีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมิหนำซ้ำ หนักข้อไปกว่านั้นคือ การโยนเป็นความผิดของประชาชนที่อ้างว่ามีการประกาศเตือนแล้วไม่ยอมทำตามเป็นธรรมดาของการเมืองที่ตั้งเป้าไว้สวยหรู พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้และทำท่าว่าจะทำให้ฝันสลายจึงต้องปกป้องผลเสียหายที่จะกระทบต่อตัวเองอย่างเต็มที่

ไม่ต้องไปพูดถึงข้อเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบใด ๆ มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วสำหรับนักเลือกตั้งประเทศนี้ ล้วนแต่เป็นประเภทด้านได้อายอดกันทั้งสิ้นรอดูแค่ว่าจะมีการเร่งมาตรการซื้อใจ รักษาหน้าของรัฐบาลเส้นใหญ่กันแบบไหนก็เท่านั้น ประเด็นทางการเมืองทั้งเรื่องตัวบุคคลบางราย และกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความพยายามที่จะจุดพลุเพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจไปจากข่าวน้ำท่วมแต่ทำยังไงก็ไม่มีใครตกหลุมพราง จึงต้องใช้ทางอื่นเข้ามาช่วยชนิดที่ว่าเล่นใหญ่กันเลยทีเดียว

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...