โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ณพ” อ้างคลิปเสียง “ดร.เกษม” เซ็นโอนหุ้น WEH จริง! หลังศาลสั่งจำคุก 2 ปีพร้อม “กอแก้ว”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ย. 2568 เวลา 17.12 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 17.12 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 พ.ย. 68) นายณพ ณรงค์เดช นักธุรกิจชื่อดัง พร้อมทีมทนายความ ได้เปิดแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร และข้อหาอกตัญญูที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางธุรกิจภายในครอบครัว โดยเฉพาะการโอนหุ้นของ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ซึ่งการแถลงข่าวครั้งนี้มีขึ้น ภายหลังศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาสั่งจำคุกนายณพและคุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา (แม่ภรรยา) คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีใช้เอกสารปลอมที่มีลายเซ็นของ ดร.เกษม ณรงค์เดช เพื่อโอนหุ้น WEH มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา แม้ว่าก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นเคยพิพากษายกฟ้องมาแล้วก็ตาม

นายณพ กล่าวว่า ตนเป็นผู้ซื้อบริษัทวินด์ เอนเนอร์จี้ โฮลดิ้ง มาตั้งแต่ปี 2558 และแม้ได้ชวนพี่น้องร่วมลงทุนแต่ก็ถูกปฏิเสธ โดยถูกมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน ต่อมาในปี 2559 ตนได้ขายบริษัทนี้ให้กับคุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ซึ่งคุณหญิงกอแก้วได้ชำระเงินค่าหุ้นอย่างชัดเจน มีหลักฐานทางการเงินครบถ้วน

สำหรับเอกสารเกี่ยวกับการซื้อหุ้นและการแต่งตั้งตัวแทนที่ถูกกล่าวหาว่าปลอมนั้น ได้ทำขึ้นในปี 2559 และ 2560 โดยในขณะนั้น นายณพได้ขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อ (ดร.เกษม) ในการขอยืมชื่อสำหรับโอนเอกสารในฐานะตัวแทนเท่านั้น โดยที่ดร.เกษม ไม่ต้องมีภาระในการชำระค่าหุ้นใดๆ

นายณพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงได้เปิดเผยคลิปเสียงการพูดคุยที่เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป็นการพูดคุยหลังจากการทำเอกสารที่ถูกกล่าวหาว่าปลอมถึงสองปี ในคลิปเสียงดังกล่าว ดร.เกษมได้ยอมรับอย่างชัดเจนว่าเซ็นเอกสารจริง และระบุเองว่า หุ้นที่อยู่ในมือท่านไม่ใช่ของท่าน และท่านไม่ได้จ่ายเงินค่าหุ้น ส่วนเหตุผลมีีการโอนหุ้นคืนให้กับคุณหญิงกอแก้ว เพื่อเปิดเผยชื่อเจ้าของที่แท้จริง เนื่องจากบริษัทกำลังจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

พร้อมกันนี้ย้ำว่าตนเองเป็นเจ้าของเดิมและคุณหญิงกอแก้วเป็นเจ้าของต่อในปี 2559 ซึ่งมีการพิสูจน์เส้นทางการเงินในศาลเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดที่ตนจะต้องปลอมแปลงเอกสารในสิ่งที่ตนเองเป็นเจ้าของอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีแพ่งที่เกี่ยวข้องมาประกอบการชี้แจง โดยศาลระบุว่าโจทก์ (นายกฤษณ์ และนายกรณ์ ณรงค์เดช) ไม่สามารถแสดงหลักฐานการชำระค่าหุ้นที่ชัดเจนได้ และไม่น่าเชื่อว่า ดร.เกษม จะฟ้องร้องเพื่อบังคับตามเอกสารที่ตนเองรู้ว่าไม่ได้จัดทำขึ้น ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าวสนับสนุนคำกล่าวของนายณพ

นายณพยังตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องอกตัญญู โดยยืนยันว่าตนเป็นผู้ซื้อธุรกิจนี้มา และมีการพิสูจน์ในศาลชัดเจนว่าหุ้นเป็นการลงทุนของตนและคุณหญิงกอแก้ว ตนรู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลคุณหญิงกอแก้วและบุตรได้ พร้อมแสดงความห่วงใยต่อสุขภาพของบิดา เนื่องจากทราบว่า ดร.เกษม มีอาการความจำและอาการทางสมอง ทำให้เกรงว่าอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ โดยนายณพและบุตรชายพยายามเข้าไปพบและดูแลบิดาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ถูกคนในบ้าน อาทิ นายกรณ์ ปิดกั้นไม่ให้พบ

ทั้งนี้ นายณพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และพร้อมที่จะต่อสู้ตามช่องทางกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้คดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำคุกตนและคุณหญิงกอแก้ว 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา อยู่ระหว่างการเตรียมต่อสู้ในชั้น ศาลฎีกา

ทางด้าน ทีมทนายความระบุว่า ได้นำคลิปเสียงดังกล่าวเข้าสู่สำนวนศาลเรียบร้อยแล้ว และจะใช้สิทธิ์ในการยื่นฎีกาเพื่อชี้เป้าให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...