“ทองคำนิวยอร์ก” ปิดบวก 27 เหรียญ รับปมสหรัฐ-อิหร่านระอุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (17 ก.ค.69) แต่ยังลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อ ตลอดจนแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 26.70 ดอลลาร์ หรือ 0.67% ปิดที่ระดับ 4,018.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันยังเป็นปัจจัยจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ เนื่องจากทำให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือครองสกุลเงินอื่น
นักวิเคราะห์จาก EverBank ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดทองคำ ได้แก่ การแข็งค่าของดอลลาร์และความกังวลว่าเงินเฟ้อทั่วโลกจะเร่งตัวขึ้น ซึ่งอาจผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้น
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ ยกระดับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปยังสะพานและสนามบิน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในภูมิภาค ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นประมาณ 16% ในรอบสัปดาห์
ราคาทองคำปรับตัวลงแล้วประมาณ 25% นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า เงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามและราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
แม้ทองคำจะได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นมักส่งผลลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์ระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดช่วยลดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งถัดไป อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น อาจทำให้เฟดส่งสัญญาณเข้มงวดต่อการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้น
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 58% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
ด้านฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟด เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาพร้อมสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังไม่ส่งสัญญาณชะลอตัวลงในระยะใกล้
อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ระบุในรายงานว่า สัดส่วนการถือครองทองคำของนักลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสถานการณ์ในอิหร่านและความตึงเครียดในวงกว้าง อาจกระตุ้นให้นักลงทุนภาคเอกชนเพิ่มการกระจายเงินลงทุนเข้าสู่ทองคำ นอกเหนือจากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก