โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

น้ำมันดิบ “เบรนท์” ทะลุ 108 เหรียญ รับศึก “อิสราเอล-อิหร่าน” ปะทุหนัก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 15.54 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 15.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ทะลุระดับ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะลุระดับ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายหลังจากที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันขนาดใหญ่ของอิหร่าน ทั้งนี้ ณ เวลา 22.35 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเมษายน ปรับตัวบวก 2.91 ดอลลาร์ หรือ 3.02% สู่ระดับ 99.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวบวก 5.47 ดอลลาร์ หรือ 5.29% สู่ระดับ 108.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดยสถานการณ์ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสื่อของรัฐบาลอิหร่านได้เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเตรียมตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยระบุเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันซามเรฟในซาอุดีอาระเบีย นิคมปิโตรเคมีจูบาอิล แหล่งก๊าซอัล-ฮัสซันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันในกาตาร์ ซึ่งคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังอิสราเอลโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในแหล่งเซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ในวันนี้ อนึ่ง แหล่งก๊าซเซาท์พาร์สถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างอิหร่านและกาตาร์

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวมีการประสานงานร่วมกับสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายหลักคือโรงงานก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านในจังหวัดบูเชห์ เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งต่ออิหร่าน ส่งผลให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกคำเตือนด่วนให้ประชาชนอพยพออกจากแหล่งผลิตน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ โดยย้ำว่าสถานที่เหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ทางด้าน ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) ได้ออกบทวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากเกิดการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 4-6 สัปดาห์ข้างหน้า อาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกหายไปถึง 11-16 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 110-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ในกรณีที่สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น มีการหยุดชะงักเป็นเวลานาน หรือเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในวงกว้าง ซิตี้กรุ๊ประบุว่าอาจทำให้ราคาน้ำมันเฉลี่ยในไตรมาสที่ 2 และ 3 พุ่งขึ้นถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจทำจุดสูงสุดถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรืออาจทะยานไปถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากรวมผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเข้าไปด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...