โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 พฤษภาคม 2472 ปัตตานีในวันฟ้ามืดกลางวัน ‘พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว’ เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่ปัตตานี หมุดหมายประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ไทย

THE STATES TIMES

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE STATES TIMES TEAM

9 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 รัชกาลที่ 7 เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่ปัตตานี หมุดหมายสำคัญของดาราศาสตร์ไทย
วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พร้อม สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จทอดพระเนตร สุริยุปราคาเต็มดวง ณ บริเวณ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ของสยามที่อยู่ในแนวคราสเต็มดวงพอดี เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกยกให้เป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ไทย และสะท้อนพระราชนิยมด้านวิทยาศาสตร์ของรัชกาลที่ 7 อย่างเด่นชัด
สุริยุปราคาครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 1929 ตามปฏิทินสากล และเป็น สุริยุปราคาเต็มดวง ที่เส้นทางคราสพาดผ่านบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงสยามในขณะนั้น โดยข้อมูลทางดาราศาสตร์สากลระบุว่าแนวคราสเต็มดวงพาดผ่านพื้นที่ของสยาม ทำให้จังหวัดปัตตานีเป็นจุดสังเกตการณ์สำคัญระดับนานาชาติในวันดังกล่าว
ความสำคัญของเหตุการณ์นี้ไม่ได้อยู่แค่การที่พระมหากษัตริย์เสด็จทอดพระเนตรปรากฏการณ์ธรรมชาติหายาก แต่ยังอยู่ที่บริบทของ “วิทยาศาสตร์สมัยใหม่” ในสยามด้วย สำนักบรรณสารสนเทศ มสธ. ระบุว่า รัชกาลที่ 7 เสด็จถึงปัตตานีเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2472 โดยเรือพระที่นั่ง และในวันนั้นทรงเสด็จเยี่ยมสถานที่สำรวจสุริยุปราคา 3 แห่ง ได้แก่ คณะนักดาราศาสตร์อังกฤษ คณะนักดาราศาสตร์เยอรมัน และสถานสำรวจของกรมแผนที่กับกรมชลประทานของสยาม ก่อนจะเสด็จไปประทับยังจุดสังเกตการณ์ของคณะอังกฤษในวันจริง
รายละเอียดนี้สะท้อนชัดว่า การทอดพระเนตรสุริยุปราคาครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงการเสด็จประพาสธรรมชาติ แต่เป็นเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์นานาชาติอย่างแท้จริง เนื่องจากมีคณะนักดาราศาสตร์จากต่างประเทศเดินทางเข้ามาตั้งค่ายและติดตั้งเครื่องมือเฉพาะทางในพื้นที่ปัตตานี เพื่อศึกษาคราสครั้งนี้อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการถ่ายภาพ การวัดเชิงดาราศาสตร์ และการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโคโรนาของดวงอาทิตย์
สถาบันพระปกเกล้ายังบันทึกไว้ว่า รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรทั้งสถานที่และเครื่องมือของนักวิทยาศาสตร์หลายคณะ และมีพระราชดำริเรื่องการไปเยี่ยมทุกคณะ แต่ในช่วงเวลาของการเกิดสุริยุปราคาจริง ทรงเลือกประทับทอดพระเนตร ณ จุดของคณะอังกฤษที่อัญเชิญเสด็จก่อนชาติอื่น รายละเอียดนี้แสดงให้เห็นถึงทั้งพระราชไมตรีต่อคณะวิทยาศาสตร์ต่างประเทศ และความสนพระราชหฤทัยในตัววิทยาการดาราศาสตร์เองอย่างจริงจัง
อีกมิติที่สำคัญคือ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการที่สยามในช่วงปลายทศวรรษ 2470 เปิดรับองค์ความรู้และความร่วมมือจากต่างประเทศในทางวิทยาศาสตร์อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เพียงในฐานะผู้รับชม แต่ในฐานะ “เจ้าภาพ” ของการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ระดับสากล ปัตตานีจึงไม่ได้เป็นเพียงจังหวัดชายแดนใต้ในทางภูมิศาสตร์เท่านั้น หากยังกลายเป็นจุดนัดพบของนักวิทยาศาสตร์โลกในวาระสำคัญครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม สถาบันพระปกเกล้าระบุด้วยว่า แม้จะเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงและมีการเตรียมการอย่างดี แต่ในเวลาที่เกิดคราสจริง ทัศนวิสัยไม่ดีนัก ทำให้การทอดพระเนตรไม่ชัดเจนเท่าที่คาดหวังไว้ นี่เป็นรายละเอียดที่ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีมิติความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพราะแม้จะคำนวณตำแหน่งและเวลาได้แม่นยำเพียงใด การสังเกตการณ์ยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปัจจัยธรรมชาติอยู่เสมอ
ในเชิงประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ งานวิชาการยังระบุว่าสุริยุปราคา 9 พฤษภาคม 1929 เป็น สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 3 ที่สังเกตได้จากสยามในยุครัตนโกสินทร์ ต่อจากคราสที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อปี 1868 และในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี 1875 จึงอาจกล่าวได้ว่า เหตุการณ์ที่ปัตตานีในปี 2472 เป็นส่วนหนึ่งของสายธารประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ไทยที่เชื่อมโยงระหว่างพระมหากษัตริย์ไทยกับการสังเกตการณ์ปรากฏการณ์บนท้องฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง
หากมองให้ลึกกว่าปรากฏการณ์คราส เหตุการณ์วันที่ 9 พฤษภาคม 2472 ยังสะท้อนบุคลิกของรัชกาลที่ 7 ในฐานะพระมหากษัตริย์ที่ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการสมัยใหม่ และทรงให้คุณค่ากับการเรียนรู้เชิงประจักษ์ การเสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาในครั้งนั้นจึงไม่ใช่เพียงพิธีการตามราชประเพณี หากแต่เป็นการมีส่วนร่วมโดยตรงกับโลกของวิทยาศาสตร์ในระดับที่น่าสนใจมากสำหรับยุคสมัยนั้น
ดังนั้น วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันสำคัญของทั้งประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นวันที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่ปัตตานี ท่ามกลางการรวมตัวของนักดาราศาสตร์นานาชาติ และเป็นวันที่ทำให้ปัตตานีกลายเป็นพื้นที่สำคัญบนแผนที่ดาราศาสตร์โลกชั่วขณะหนึ่งอย่างสง่างาม

ที่มา : https://library.stou.ac.th/2022/05/kingprajadhipok-looks-solar-eclipse/?utm_source=chatgpt.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...