19 เมษายน 2509 ‘ในหลวง ร.9’ ทรงแล่นเรือใบ “เวคา” ข้ามอ่าวไทย พระองค์ทรงเรือใบด้วยลำพังตลอด 17 ชั่วโมงเต็ม แสดงพระวิริยะอุตสาหะและความอดทนเหนือชั้น เป็นต้นแบบของกีฬาเรือใบไทยและแรงบันดาลใจ
THE STATES TIMES
อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. เวลา 00.30 น. • THE STATES TIMES TEAM19 เมษายน พ.ศ. 2509 ‘ในหลวง ร.9’ ทรงแล่นเรือใบ ‘เวคา’ ด้วยลำพังพระองค์เอง ข้ามอ่าวไทยสู่หาดเตยงาม พระราชกรณียกิจแห่งความเพียรและพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาเรือใบ
วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 ทรงแล่นเรือใบประเภทโอเคนามว่า “เวคา” จาก พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ข้ามอ่าวไทยไปยัง อ่าวนาวิกโยธิน หาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ด้วยลำพังพระองค์เอง โดยทรงออกเดินทางเวลา 04.28 น. และเสด็จถึงฝั่งเวลา 21.28 น. รวมใช้เวลาถึง 17 ชั่วโมง ตลอดระยะทาง 60 ไมล์ทะเล หรือราว 111 กิโลเมตร
เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางกีฬา หากยังเป็นภาพสะท้อนพระวิริยะอุตสาหะ พระราชหฤทัยอันแน่วแน่ และพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาเรือใบของรัชกาลที่ 9 อย่างชัดเจน เพราะการแล่นเรือใบเดี่ยวข้ามอ่าวไทยในทะเลเปิดเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความแม่นยำในการอ่านลมและคลื่น ความแข็งแรงของพระวรกาย และความอดทนอย่างสูงยิ่ง
เรือใบ “เวคา” ที่พระองค์ทรงใช้ในครั้งนั้น เป็นเรือใบประเภท OK dinghy ขนาดประมาณ 13 ฟุต ซึ่งเป็นเรือใบขนาดเล็กและต้องควบคุมอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา กองทัพเรือระบุว่า พระองค์ทรงเรือใบเพียงลำพัง โดยมีเรือตามเสด็จเพียง 3 ลำเท่านั้น คือเรือของ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เรือของ พระองค์เจ้าพีระพงศ์ภาณุเดช และเรือของ พลเรือโท สนอง นิสาลักษณ์ สะท้อนว่าหัวใจหลักของภารกิจครั้งนี้คือการทรงควบคุมเรือด้วยพระองค์เองตลอดเส้นทาง
ความยิ่งใหญ่ของเหตุการณ์นี้อยู่ตรงที่ เส้นทางจากหัวหินสู่สัตหีบไม่ใช่การแล่นเรือในอ่าวปิดหรือการซ้อมใกล้ฝั่ง แต่เป็นการข้ามอ่าวไทยจริงในสภาพทะเลจริง ต้องเผชิญทั้งคลื่น ลม แดด และความแปรปรวนของสภาพอากาศตลอดทั้งวัน เว็บไซต์กองทัพเรือย้ำว่า พระราชกรณียกิจครั้งนี้เป็นแบบอย่างของ ความเพียร ความอดทน และความมุ่งมั่น ที่ประชาชนควรน้อมนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะที่สื่อร่วมสมัยและบทความรำลึกต่างยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่แสดงพระปรีชาสามารถด้านกีฬาเรือใบได้เด่นชัดที่สุดครั้งหนึ่งของพระองค์
รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านกีฬาเรือใบมาอย่างยาวนาน พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยกีฬาเรือใบอย่างจริงจัง ทรงออกแบบและต่อเรือเองหลายลำ และทรงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการเรือใบไทยในระดับประเทศและนานาชาติ เหตุการณ์วันที่ 19 เมษายน 2509 จึงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นผลจากพระราชประสบการณ์และพระราชวิริยะอันต่อเนื่องในกีฬาประเภทนี้ จนพระองค์ได้รับการยกย่องในเวลาต่อมาว่าเป็น “ราชานักกีฬาเรือใบ” ของไทย
ปลายทางของการเสด็จครั้งนั้นคือ อ่าวนาวิกโยธิน หาดเตยงาม ในพื้นที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน สัตหีบ ซึ่งทำให้เหตุการณ์นี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมากต่อกองทัพเรือไทย หลังเสด็จถึงฝั่ง พระองค์ยังทรงนำ ธงราชนาวิกโยธิน ไปปักไว้เหนือยอดก้อนหินบริเวณชายหาดแห่งนั้น กองทัพเรือมองว่าเป็นเหตุการณ์ทรงเกียรติและเป็นหลักฐานแห่งพระวิริยอุตสาหะที่ควรค่าแก่การจดจำสืบไป
ในแง่ประวัติศาสตร์กีฬา เหตุการณ์นี้ยังกลายเป็นต้นแบบของกิจกรรมเรือใบข้ามอ่าวไทยในเวลาต่อมา กองทัพเรือและสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้นำเส้นทางนี้กลับมาจัดเป็นการแข่งขันและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติหลายครั้ง รวมถึงมหกรรมกีฬาเรือใบเฉลิมพระเกียรติในปี 2567 ซึ่งระบุชัดว่าจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงการที่รัชกาลที่ 9 ทรงแล่นใบจากหัวหินมายังอ่าวนาวิกโยธินเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2509
เมื่อมองให้ลึกกว่าความสำเร็จเชิงกีฬา การทรงเรือใบข้ามอ่าวไทยครั้งนี้ยังสะท้อนพระราชลักษณะสำคัญของรัชกาลที่ 9 คือการทรงลงมือปฏิบัติจริงด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าจะเป็นงานพัฒนาประเทศ งานด้านวิทยาศาสตร์ การชลประทาน ดนตรี หรือกีฬา พระองค์ทรงแสดงให้เห็นเสมอว่า ความรู้ ความชำนาญ และความสำเร็จเกิดจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและความเพียรที่ไม่ย่อท้อ เหตุการณ์ “เวคา” จึงกลายเป็นมากกว่าความทรงจำของคนรักเรือใบ แต่เป็นบทเรียนแห่งความพยายามที่จับต้องได้จริงในประวัติศาสตร์ไทย
ดังนั้น วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 จึงไม่ใช่เพียงวันหนึ่งในพระราชประวัติของรัชกาลที่ 9 แต่เป็นวันแห่งพระเกียรติยศ ที่คนไทยได้ประจักษ์ชัดถึงพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาเรือใบและพระวิริยะอันหาตัวจับยากของพระองค์ การทรงแล่นเรือใบ “เวคา” ข้ามอ่าวไทยด้วยลำพังพระองค์เองตลอด 17 ชั่วโมง จากหัวหินสู่หาดเตยงาม จึงยังคงเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ทรงพลัง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยระลึกถึงความหมายของความมุ่งมั่น ความอดทน และการไปให้ถึงเป้าหมายด้วยกำลังของตนเองเสมอ
ที่มา : https://www.navy.mi.th/kookzcwxgtzb?