โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“อนุทิน” กางงบปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านลบ.! สั่งคุมเข้ม “กฎเหล็ก” ขอเพิ่มงบได้เฉพาะลงทุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 06.42 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 04.52 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 เม.ย.69) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้แก่หน่วยงานทั่วประเทศ ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.. 2570 ตามแผนการคลังระยะปานกลาง (ปี 2570–2573) กำหนดไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 ท่ามกลางภาระรายจ่ายจำเป็นที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณในปี 2570 จะต้องยึดหลักความคุ้มค่า (Value for Money) และหลักงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณเดิม แต่ให้พิจารณาจากความจำเป็น ความเหมาะสมของสถานการณ์ และความเร่งด่วนของโครงการเป็นสำคัญ พร้อมปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หรือไม่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศให้มากที่สุด

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2570 จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 และจะต้องเป็นรายจ่ายด้านการลงทุนเท่านั้น โดยถือเป็น กฎเหล็ก เพื่อให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถรองรับสถานการณ์วิกฤตของประเทศในปัจจุบัน พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาว

ในด้านโครงสร้างรายจ่าย นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยรับงบประมาณปรับลดคำขอตั้งงบประมาณในรายการที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะงบด้านการศึกษาดูงาน และการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ พร้อมให้พิจารณาใช้รูปแบบ “เช่า” แทนการลงทุนก่อสร้าง หรือหากมีความจำเป็นให้ใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) รวมถึงการใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

สำหรับโครงการด้านคมนาคม นายกรัฐมนตรีระบุว่า ในช่วง 1–2 ปีนี้ ควรเน้นการซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐานเดิม มากกว่าการขยายเส้นทางใหม่ ขณะที่งบประมาณของกลุ่มจังหวัด ให้ลดการตั้งงบเพื่อพัฒนาถนนและแหล่งน้ำ เพื่อลดความซ้ำซ้อน เนื่องจากมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว

ในมิติด้านพลังงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการปรับตัวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเช่าหรือจัดซื้อรถยนต์ของหน่วยงานภาครัฐ ให้เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แทนรถสันดาป เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก พร้อมกันนี้ ยังส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวด้านพลังงานในระดับประเทศ

นายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องทบทวนและปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถรองรับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณจะต้องสอดคล้องกับ นโยบาย “10 พลัส” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ การต่างประเทศและความมั่นคง สังคม สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ และการบริหารภาครัฐ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และเร่งหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

ในด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยให้กองทัพและสำนักงบประมาณร่วมกันวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ และสร้างความมั่นใจต่อประชาชน

“ขอให้กองทัพและสำนักงบประมาณได้วางแผนไว้เป็นอย่างดี เพราะหากมีเรื่องการสู้รบ จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่า มีแสนยานุภาพเพียงพอ ปกป้องแผ่นดินไทย”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณภาครัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...