แก่อย่างทระนง แม่อี๊ด ดวงใจ ไม่ขอเป็นภาระใคร หมดยุคเรียกร้องลูกหลานมาดูแล
แก่อย่างทระนง แม่อี๊ด ดวงใจ ไม่ขอเป็นภาระใคร หมดยุคเรียกร้องให้ลูกหลานมาดูแล ลั่นไม่เคยเหงามีสุขได้ด้วยตัวเอง 71 แล้ว ยังสนุกกับงาน ไม่มีวันเกษียณจนกว่าจะไม่มีคนจ้าง
นักแสดงอาวุโส อี๊ด ดวงใจ หทัยกาญจน์ คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมากว่า 50 ปี และในวัยย่าง 71 ทุกวันนี้ยังสนุกกับการทำงาน เล่นละครจำบทได้แม่นยำ จะทำงานไปจนกว่าจะไม่มีคนจ้าง พร้อมเผยเคล็ดลับดูแลตัวเองให้ดูสวยไม่สร่าง
ดาราอาวุโส แม่อี๊ด ดวงใจ
โดยมีโอกาสเจอ แม่อี๊ด ดวงใจ ที่มาร่วมบวงสรวงละครเรื่อง “ทุกอณูฤทัย” ที่กันตนา รัชดา (แยกเหม่งจ๋าย) ได้เปิดใจกับ ข่าวสดบันเทิง ถึงการทำงานกับดารายุคใหม่ ที่ดังง่าย ดังเร็วกว่ายุคก่อน แต่จะทำอย่างไรให้ยืนระยะในวงการได้นาน แม่อี๊ดแนะต้องมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัยสูง ที่สำคัญต้องเป็นที่รักของประชาชน ทั้งนี้แม่อี๊ดยังเผยถึงเคล็ดลับครองคู่กับสามีมายาวนานกว่า 40 ปี ทุกวันนี้ยังคลั่งรักกันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน หากต้องเจอการจากลาในวันข้างหน้า พร้อมอยู่คนเดียวได้ตลอด ยึดมั่นคติแก่อย่างทระนง ไม่เรียกร้องให้ลูกหลานมาดูแล
เคล็ดลับครองรักยาวนานมากว่า 40 ปี ? “เอาใจเขามาใส่ใจเรา เราเป็นเมีย เราไม่ได้เป็นแม่ ไม่ต้องไปรู้เขาทุกเรื่องหรอกค่ะ แล้วก็ดีต่อกัน ถ้าเราไม่ชอบอะไร เราก็ไม่ควรทำสิ่งนั้นกับเขาเหมือนกัน แม่ว่าผัวเมียต้องไม่อยู่ใกล้กันมากนะ แม่จะบอกสามีเสมอ และบอกกับใครว่า เป็นคู่ชีวิตไม่ใช่คู่แฝด ไม่ต้องตัวติดกันตลอดเวลา ต้องปล่อยให้เขามีพื้นที่ยิ่งเขาเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง เรายังอยากอยู่กับเพื่อนเราเลย แน่นอนผู้ชายก็ต้องมีสังคมของเขา ไม่ต้องไปตาม คนเราถ้ามันจะเป็นคู่กัน ต่อให้ยังไงแล้วแต่มันก็ต้องอยู่ด้วยกัน แต่คนเราถ้ามันไม่ใช่คู่กัน ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ยังไงมันก็มีเหตุให้ต้องแยกย้าย เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเยอะแยะ อยู่ด้วยกันก็ให้มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยามห่างกันก็ให้นึกเสมอว่ามีคนที่รักและห่วงใยรอกันอยู่ที่บ้าน”
แต่งงานกันมากี่ปีแล้ว? “ตั้งแต่ 2522 ก็ 40 กว่าปีแล้วค่ะ”
ครองรักสามียาวนาน 40 กว่าปีแล้ว
คู่รักดาราทุกวันนี้คบกันไม่นานก็เลิกกันต่างจากยุคก่อน? “ใช่ เพราะว่าคนสมัยนี้ แม่มีความรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยมีความอดทน จริงๆ แล้วแม่กับสามีก็ไม่ได้จะวิเศษไปกว่าคู่อื่นๆ หรอกนะคะ แต่แม่มีความรู้สึกว่าคนสมัยก่อนจะมีความอะลุ้มอล่วย มีความอดทนมากกว่าคนสมัยนี้ คนสมัยนี้พอไม่ได้ดั่งใจก็เลิกกันเลย ปึงปังใส่กัน จริงๆ แล้วชีวิตคู่มันไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกค่ะ”
เวลาทะเลาะกัน ทำยังไงให้หายงอน หายโกรธกัน? “แม่จะเงียบ ไม่พูดแล้วก็อย่าปะทะ ก็ต้องแยกย้ายกันก่อน แต่ห้ามขับรถออกจากบ้านนะคะ เวลาทะเลาะกันห้ามขับรถออกจากบ้าน กฎเหล็กของแม่อี๊ดคือห้ามขับรถออกจากบ้าน แต่แยกห้อง แยกมุมได้แต่ไม่ใช่ขับรถ พอทะเลาะกันแล้วไม่ควรขับรถออกจากบ้านเดี๋ยวมันจะเคยตัว คนรักกันทะเลาะกันถ้ามันมีความรักเป็นพื้นฐานเดี๋ยวมันก็ดีกัน”
40 กว่าปีแล้วรักยังหวาน คลั่งรักกันเหมือนเดิม? “ใช่ แม่ก็เป็น(ยิ้ม) แม่ยิ่งเป็นยิ่งกว่า ไม่อยากจะคุย(หัวเราะ) สามีเขาจะเป็นผู้ชายที่โอนอ่อนผ่อนตาม ไม่ใช่เป็นผู้ชายที่อยู่ด้วยแล้วเราต้องเกร็งไม่เป็นตัวของตัวเอง แม่ก็เป็นตัวของตัวเองแล้วเขาก็รับในความเป็นเราได้ แม่จะบอกสามีว่า สามีที่รู้จักหน้าที่ของตัวเองคือเครื่องสำอางที่พิเศษที่สุด ต่อให้ดิฉันจะใช้ครีมกระปุกละแสนสองแสน แต่ถ้าสามีไม่ใยดีนะ มันก็ตรอมนะผู้หญิงน่ะ แล้วก็ตรงกันข้ามเมียที่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง มันคือยาอายุวัฒนะให้คนเป็นสามี คือเข้าใจ ไม่เรียกร้อง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็จะอยู่เคียงข้างเขา ไม่ต้องรวยมาก ความรวยไม่ใช่สูตรสำเร็จของความรัก”
เป็นผู้หญิงทำงาน แต่งงานมีลูกก็ยังทำงาน เล่นละครมาตลอดไม่เคยหยุดทำงาน? “ยิ่งสมัยนี้นะแม่มีความรู้สึกว่ามันต้องช่วยกันทำมาหากิน การที่ผู้หญิงออกมาทำงาน แม่จะมีความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นจะรู้มุมของชีวิตมากกว่าที่จะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน มันก็เลยเหงา ก็เลยว้าเหว่ พอสามีกลับบ้านช้าหรือสามีหายไปนาน เท่าที่สังเกตมันจะบาดหมางได้ง่าย การที่ออกไปทำมาหากินด้วยกันมันจะเห็นโลกกว้างยิ่งสำหรับยุคสมัยนี้แม่ว่าอะไรที่ทำได้ต้องทำ”
สนุกกับงาน บวงสรวงละคร
ไม่หวังให้ลูกมาเลี้ยงตอนแก่? “คติของแม่คือแม่ต้องเป็นคนแก่อย่างทระนง ไม่เป็นภาระให้ลูกให้หลาน ไม่ใช่ว่าแม่มีเงินนะคะ คือปัจจัยเหล่านี้มันไม่ใช่ว่าอยู่ที่เงินนะ มันอยู่ที่ใจของเรา ถ้าใจเรามีความรู้สึกว่าเราอยู่ของเราเองได้ มันก็อยู่ได้ค่ะ ต้องเป็นคนแก่ที่ไม่เรียกร้อง เป็นพ่อแม่ที่ไม่เรียกร้องว่าลูกต้องมาดูแลฉัน มันหมดสมัยแล้วจริงๆ เราก็ต้องปรับตัวเราให้เข้ากับยุคสมัย นอกจากจะไม่เป็นคนแก่ที่เรียกร้อง เราต้องกลับเป็นคนแก่ที่พร้อมจะให้ แม่จะบอกกับลูกเสมอว่าเวลาสุขไม่ต้องนึกถึงแม่ก็ได้ แต่เมื่อมีความทุกข์ให้กลับมาหาแม่ พร้อมที่จะให้”
หลายคนแก่ตัวไปแล้วรู้สึกเหงาโดดเดี่ยว? “ทำยังไงไม่ให้เหงาเราต้องอยู่ตัวของเราเองให้ได้ เกิดมาแม่ไม่เคยเหงาเลย แล้วก็อยากเหงาด้วย(หัวเราะ) เพราะเป็นผู้หญิงทำงานมาตลอดไงคะ แล้วก็ถ้าเราไม่เรียกร้องเราจะไม่รู้สึกว่าเราขาด คนที่รู้สึกว่าเหงาคือคนที่เรียกร้อง แม่ไม่เคยเป็นผู้หญิงที่เรียกร้องจากสามี จากลูก หรืออะไร ขนาดลูกบอกว่า แม่ ลืมไปวันนี้นัดสาวกินข้าวลืมไปว่านัดกับแม่ไว้แล้ว ไม่เป็นไร ไปเลย หนูต้องอยู่กับแม่อีกตั้ง 80 ปี (หัวเราะ) ไปเอาใจสาวก่อน แล้วแม่ก็จะเป็นคนที่ไม่ตอแยกับลูก ในขณะที่สามีแม่กลับเป็นผู้ชายที่ตอแยกับลูก”
เตรียมพร้อมอยู่คนเดียวได้? “พร้อมตลอด ระหว่างคุยกับลูก แม่ก็พร้อม พร้อมที่จะอยู่คนเดียวก็ได้ คนเรามีพบก็ต้องมีจาก จะจากลูกจากผัวก็ต้องจาก เพราะฉะนั้นเราต้องพร้อมที่จะอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข ไม่ใช่อยู่อย่างทำไมฉันเหงา ทำไมฉันถูกทอดทิ้ง ไม่เป็นไรค่ะ อยู่กับปัจจุบันอย่างเข้มแข็ง แล้วใจเบิกบาน ไม่เรียกร้องแล้วมันจะมีความสุขมาก(ยิ้ม) อย่างไปปฏิบัติธรรม 7 วัน 10 วันก็ทำมาแล้ว แต่ ณ ปัจจุบันนี้แม่มีความรู้สึกว่าอยู่ที่ใจ ระหว่างที่นั่งคุยกัน หรือระหว่างขับรถ ถ้าใจเราเป็นสุข อยู่ตรงไหนก็สุข ถ้าไปปฏิบัติธรรมแล้วยังห่วงหน้าพะวงหลัง ลูกไปไหน ผัวไปไหน กุศลไม่เกิด เพราะฉะนั้นทุกอย่างอยู่ที่ใจ”
ผ่านประสบการณ์ชีวิตทุกอย่างมาหมดแล้ว หลักความสุขในชีวิตของแม่อี๊ดในตอนนี้? “เราโกรธให้น้อย อภัยให้มาก ไม่ขอให้ตัวเองมีความสุขตลอดไปเพราะมันเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่เมื่อทุกข์มาเยือนก็ไม่เร่าร้อนไปกับทุกข์ที่เจอ ไม่ขอให้มั่งมีศรีสุขเหมือนใครๆ เพราะต้นทุนชีวิตของคนเราไม่เท่ากัน แต่ถ้าเราสุขใจของเรามันเท่ากันนะ ถ้าเรามีภูมิคุ้มกันของใจนั่นคือทุกคนเท่ากันหมด”
ยังสนุกกับการทำงาน? “ใช่ค่ะ ถือว่าเราโชคดีนะคะ จะไม่หยุดทำงานจนกว่าจะไม่มีคนจ้าง เพราะแม่อี๊ดรู้สึกว่าการทำงานมันทำให้ตัวเรามีคุณค่า นอกจากไม่เหงาแล้วยังเป็นการฝึกสมอง ฝึกความจำด้วย แม่อยู่วงการนี้มา 51 ปีแล้ว แม่อี๊ดรู้สึกว่ายิ่งเราแก่ เรายิ่งต้องมีความรับผิดชอบในงาน ต้องจำบทให้แม่น อย่างหนุ่มๆ สาวๆ หรือเด็กๆ ดาราวัยรุ่นเขาจำบทไม่ได้ไม่เป็นไรนะ แม่มีความรู้สึกอย่างนั้นนะสำหรับตัวแม่เอง แต่ว่าถ้าเราจำบทไม่ได้ เขาจะมองว่า อุ้ย แก่แล้วก็อย่างนี้แหละ จำบทไม่ได้ เพราะฉะนั้นยิ่งแก่ เรายิ่งต้องรู้ความรับผิดชอบให้มากขึ้น”
ไม่มีวันเกษียณ? “ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าไม่มีคนจ้าง จนกว่ามันจะหมดยุค ตอนนี้แม่อี๊ดก็เล่นเป็นย่าเป็นยาย เล่นเป็นแม่ไม่ได้ นอกจากเป็นแม่พี่วิลลี่(หัวเราะ) หรือพี่จอนนี่ อีกสัก 3 ปีแม่ว่าไม่เกิน 3 ปีไม่ได้แล้ว มันก็จะมีรุ่นย่ารุ่นยายที่เขาสาวกว่าเราซึ่งมันเป็นสัจธรรมของชีวิต ตอนนี้แม่อี๊ดย่าง 71 ปีแล้ว ถ้าอีก 3 ปีไม่มีคนจ้างก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่าได้พักผ่อนบ้าง เราก็อยู่กับสามี ทุกวันนี้ก็ยังทำงานบ้านเองทุกอย่าง”
วัยย่าง 71 แล้วยังสวยไม่สร่าง
ดูแลตัวเองอย่างไรให้ยังสวย แข็งแรง ความจำดี? “แม่อี๊ดว่าพื้นฐานอันแรกคืออารมณ์ จะเป็นคนอารมณ์ดี มันจะเป็นเอง ไม่ใช่ไม่โกรธนะคะ ทุกวันนี้เรายังไม่สำเร็จโสดาบัน แต่พอโกรธปุ๊บจะรู้เลยว่าในร่างกายมันปั่นป่วนมันไม่ดี ตรงกันข้ามถ้าเรายิ้มแย้มแจ่มใส มีมิตรไมตรีเหมือนกับว่าในร่างกายเรามันจะสดชื่นไปด้วย ถ้าไม่ถ่ายละคร แม่อี๊ดจะเป็นคนนอนหัวค่ำตื่นเช้ามันก็ช่วยได้ค่ะ อาหารการกินก็สำคัญ อะไรที่กินแล้วดีมีประโยชน์ก็จะกินให้มันอิ่มๆ อะไรที่มันกินแล้วไม่ค่อยดี อยากกินก็กินคำสองคำ นอนหัวค่ำตื่นเช้ายิ้มแย้มแจ่มใส มีมิตรไมตรี”
ทำงานกับเด็กรุ่นใหม่เป็นอย่างไรบ้าง? “ณ ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่เนี่ยแม่อี๊ดว่าเขามีความรับผิดชอบมากขึ้น แม่อี๊ดจะผ่านมาหลายยุคหลายช่วง มันก็มีบางช่วงที่เด็กพอเขาดังเร็วเหมือนเขาปรับตัวไม่ทัน มันเป็นทุกคนจะมากจะน้อย แต่ว่าเด็กรุ่นหลังๆ แม่อี๊ดคิดว่าเขามีผู้จัดการ ถ้าเขาจะไม่น่ารัก ผู้จัดการจะดูแลเขา แม่อี๊ดว่าเด็กรุ่นหลังๆ ไม่ทำตัวไม่น่ารักเหมือนกับที่จะมีอยู่ยุคหนึ่ง แต่ว่าเด็กรุ่นนี้เขาก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่รู้จักรับผิดชอบมากขึ้น อย่างยุคที่แม่เป็นสาวทำผมแต่งหน้าเอง เอาเสื้อผ้าไปเอง จดต่อเนื่องเองว่าฉากนี้ฉันต้องทาปากสีส้มสีแดง หรือปล่อยผมหรือเกล้าหางม้า ถึงบอกว่าเป็นดาราสมัยนี้ง่ายสบายๆ มาแต่หัวใจกับร่างกายที่พร้อมทำงาน”
ดารายุคนี้ขายความเป็นเรื่องส่วนตัวเยอะ คนก็ชอบอยากรู้เรื่องส่วนตัวดารา ยิ่งพูดก็ยิ่งดัง แต่สมัยก่อนพูดไม่ได้? “พูดไม่ได้ จะมีแฟนก็บอกไม่ได้ ต้องแบบว่าเป็นเพื่อนกัน(หัวเราะ) แม่ถึงบอกว่าสมัยนี้สังคมเปิดกว้าง เพราะฉะนั้นการเป็นดาราสมัยนี้ไม่ยากเลย ขอแค่มีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง แล้วก็เป็นคนที่เมตตาไมตรี มีศีลธรรม แม่ว่าดาราสมัยนี้ดังง่ายกว่าสมัยเยอะเลยเพราะว่าโลกโซเชียลของใครก็ของเขา สมัยก่อนเราต้องอิงนักหนังสือพิมพ์ ดาราดังเองไม่ได้เลย นักหนังสือพิมพ์ต้องเป็นผู้มีพระคุณ แต่สมัยนี้ดาราเขามีช่องมีสื่อที่นำเสนอถึงประชาชนถึงสังคมได้ด้วยตัวเขาเอง แต่ถ้าคุณจะอยู่ได้นานหรือไม่ได้นานมันอยู่ที่ตัวคุณ แม่ว่าความเป็นคนดีมีศีลธรรมมันคือสิ่งที่ทำให้เราอยู่วงการได้ยาว เพราะผู้จัดเขาจ้างเราแล้วสบายใจ เหนือสิ่งอื่นใดนักแสดงดาราจะอยู่ไม่ได้ถ้าประชาชนไม่รัก และระเบียบวินัยในการทำงาน ทุกวันนี้ที่แม่อี๊ดยังมีงานเพราะว่าผู้จัดเขารู้สึกว่าจ้างเราแล้วเขาสบายใจ เขาไม่ต้องลุ้นว่าวันนี้จะมาสายมั้ย วันนี้มาแล้วจะท่องบทได้มั้ย ซึ่งแม่ไม่เคยบกพร่องในสองอย่างนี้”
เคยเจอดารารุ่นใหม่เรื่องเยอะ เรื่องมากมาสายทำให้เราได้รับผลกระทบไปด้วยมั้ย? “ก็เคยเจอค่ะ แล้วก็พิสูจน์มาแล้วว่าคนที่ทำตัวแบบนี้เขาจะอยู่ในวงการได้ไม่นาน แล้วเขาก็จะไม่มีคนรักอย่างจริงใจ มันมีค่านะที่เราจะได้รับความรักจากผู้จัด จากประชาชน จากนักหนังสือพิมพ์ นักข่าว มันซื้อได้ด้วยเงินไม่ได้ มันต้องใจกับใจ”.