“Treasurist Fund Traffic Control” วิเคราะห์สรุปแนวโน้มลงทุนรอบโลก & กองทุนน่าสนใจ แผนการลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 20 - 24 พ.ค. 67
“Treasurist Fund Traffic Control” วิเคราะห์สรุปแนวโน้มลงทุนรอบโลก & กองทุนน่าสนใจ ช่วยให้คุณวางแผนการลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 20- 24 พ.ค. 67 โดยกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์เทรเชอริสต์
ประเด็นสำคัญ:
- กลุ่มแนวโน้มระยะกลางสีเขียว (ซื้อได้ ถือต่อได้) >> มีสมาชิกเพิ่มเข้ามาคือกลุ่มหุ้นเทค และกองรีท (กองทุนด้านอสังหาทั่วโลก) .. ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ก็ยังแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับหุ้นจีน เวียดนาม ยุโรป รวมถึงกลุ่มหุ้นพลังงานสะอาดและธุรกิจบล็อกเชน
- กลุ่มแนวโน้มระยะกลางสีแดง (รอดู) >> หุ้นญี่ปุ่นและอินเดียฟื้นตัวดี แต่ยังไม่แรงขนาดจะขึ้นไปอยู่กลุ่มบน รอดูไปก่อน ขณะที่หุ้นไทยขนาดกลางและเล็ก เมื่อว่ากันตามเนื้อผ้าก็ยังไม่มีสัญญาณฟื้น
- กลุ่มสีฟ้า (ตัวช่วยชี้วัด) >> คู่หู USD Index และ US Bond Yield (ไม่ใช่ Bond Price) แนวโน้มระยะกลางกลับเป็นขาลงพร้อมกันแล้ว .. THB/USD จึงพลิกเป็นฝั่งแข็งค่าตามกันไปแบบผกผัน (ช่วงเดือนนี้ แข็งค่าจาก 37.2 ลงมาที่ 36.0) .. ลงทุนต่างประเทศแบบ Hedged (ปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน) กลับมาได้เปรียบ
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการสับเปลี่ยนกองทุนจาก Unhedged เป็น Hedged เพื่อรับมือแนวโน้ม THB/USD แข็งค่า:
หลังจากที่การลงทุนต่างประเทศแบบ Hedged (ปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน) กลับมาได้เปรียบเป็นครั้งแรกในในปีนี้ จากการที่ THB/USD พลิกเป็นฝั่งแข็งค่า เทรเชอริสต์ช่วยตรวจสอบข้อมูลและมีคำแนะนำสำหรับนักลงทุนที่ซื้อกองทุนที่เทรเชอริสต์แนะนำแบบไม่ปิดความเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมี 3 กองหลัก ๆ คือ สินทรัพย์ทองคำ ได้แก่1. TGoldBullion-UH แนะนำสลับทั้งหมด มายัง TGoldBullion-H ได้ทันที ไม่มีค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนกองทุน และสามารถสลับได้แล้วเสร็จในวันทำการเดียวกัน
- 2. SCBGOLD แนะนำแบ่งครึ่ง ๆ โดยสลับครึ่งแรก มายัง SCBGOLDH ในวันจันทร์ที่ 20 พ.ค. 67ค่าธรรมเนียมขาออกจาก SCBGOLD 15% และค่าธรรมเนียมสับขาเข้า SCBGOLDH0.54% โดยใช้เวลาสับเปลี่ยนจากต้นทางมาปลายทางT+2(2 วันทำการหลังจากดำเนินการ) ส่วนอีกครึ่ง ติดตามคำแนะนำในวันพฤหัสที่ 23 พ.ค.67 ทาง Facebook: Treasurist หรือ LINE: @treasurist
หุ้นเทคทั่วโลก ได้แก่3. KKP GNP แนะนำแบ่งครึ่ง ๆ โดยสลับครึ่งแรก มายัง KKP GNP-H ในวันจันทร์ที่ 20 พ.ค. 2567 ไม่มีค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนกองทุน โดยใช้เวลาสับเปลี่ยนจากต้นทางมาปลายทาง T+3(3 วันทำการหลังจากดำเนินการ) ส่วนอีกครึ่ง ติดตามคำแนะนำในวันพฤหัสที่ 23 พ.ค.67 ทาง Facebook: Treasurist หรือ LINE: @treasurist
สนใจซื้อขาย รับคำปรึกษาเรื่องการลงทุนกองทุนรวม ทำได้ง่าย ๆ ที่ treasurist.com
(เนื้อหานี้ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)
วิธีดูข้อมูลนี้ให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
ดู "สรุป" และ "รายการ" เพื่อให้ได้ข้อมูลทันทีว่ารายการไหนมีแนวโน้มระยะกลางอยู่ในขาขึ้น ซึ่งอยู่ในช่วงที่ลงทุนได้ และดู “ลำดับวัฏจักรของแนวโน้ม” เพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจากระยะสั้นที่จะส่งผ่านมาถึงระยะกลาง และทำความเข้าใจรายละเอียดคำแนะนำในสถานะแนวโน้มต่าง ๆ .. โดยสีของกล่องแต่ละรายการจะอิงตามประเภทสินทรัพย์ หุ้น = สีฟ้า สินค้าโภคภัณฑ์ = สีทอง และกองรีท (สินทรัพย์ทางเลือก) = สีเขียว
ดู “ตัวอย่างกองทุนน่าสนใจ” เพื่อนำไปศึกษาหนังสือชี้ชวน/Fund Fact Sheet ให้เพียงพอก่อนตัดสินใจลงทุนจริงต่อไป โดยทั้งหมดเป็นกองทุนที่ซื้อได้จริงกับ บลน. เทรเชอริสต์ treasurist.com หรือจะเลือกลงทุนกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันก็ได้ตามชอบ
ดู “ต้นสัปดาห์ที่เริ่มแนวโน้มระยะกลาง" เพื่อให้เห็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้ม โดยควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อแนวโน้มระยะกลางเพิ่งเปลี่ยนทิศทาง (Reversal) จากเขียวเป็นแดง-จากแดงเป็นเขียว เพราะแปลว่า ผู้ลงทุนควรรีบพิจารณา ซื้อ/ขาย ตั้งแต่ต้นแนวโน้ม
แต่รายการควรลงทุนมากน้อยเท่าไรเมื่อเทียบกับเงินที่มี
ภาพรวมให้อิงตามการแบ่งสัดส่วนลงทุนตามประเภทสินทรัพย์ (Asset Allocation) ตามผล Suitability Test ที่แต่ละท่านทำไว้เองล่าสุด เช่น ถ้าเป็นผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสุด สามารถมีกองทุนหุ้นรวมกันได้ถึง 65% ของพอร์ตโดยรวม แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้ต่ำสุด สัดส่วนกองทุนหุ้นก็ไม่ควรเกิน 15% .. และหากตารางนี้ยังไม่แนะนำกองทุนประเภทใด สามารถลงทุนในประเภทกองทุนที่ระดับความเสี่ยงต่ำกว่าไปพลางก่อน เช่น หากยังไม่แนะนำกองทุนหุ้นใด ๆ เลย สามารถใช้โควต้าสัดส่วนกองทุนหุ้น ไปลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เพิ่มขึ้นได้ นับเป็นการลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนในภาวะที่หุ้นยังไม่สดใส
กรณีสินทรัพย์ประเภทเดียวกันแนะนำให้ลงทุนได้หลายรายการพร้อมกัน สามารถแบ่งสัดส่วนคร่าว ๆ ได้ตามขนาดตลาด (Market Capitalization) ของรายการนั้น ๆ เช่น เนื่องจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นเวียดนาม หลายเท่าตัว ก็อาจจะแบ่งสัดส่วนกองทุนหุ้นญี่ปุ่นให้สูงกว่ากองทุนหุ้นเวียดนาม
หากแนวโน้มระยะกลางเป็นกรอบสีส้ม ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มมีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องรอการยืนยัน>> กรณีมีสัญญาณ Temp Up (มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว) หากเน้นความเร็ว สามารถเริ่มเข้าซื้อได้ในสัดส่วน 50% ของตัวมันเอง (อ่านประกอบกับข้อ 4.2) แต่หากเน้นความแน่นอน ก็ยังรอดูไปก่อน จนกว่าจะกลายเป็นสีเขียวจึงเริ่มเข้าซื้อ>> กรณีมีสัญญาณ Temp Down (มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนจากเขียวเป็นแดง) หากเน้นความเร็ว สามารถขายลดปริมาณลงมาเหลือ 50% ของตัวมันเอง (อ่านประกอบกับข้อ 4.2) แต่หากเน้นความแน่นอน ก็ยังถือเต็ม 100% ไว้ตามเดิมก่อน จนกว่าจะกลายเป็นสีแดงจึงขายทั้งหมด
ชวนสังเกตความสัมพันธ์แบบแปรตามและแปรผกผันกันระหว่างสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น ช่วงที่ USD Bond Yield ขยับขึ้น จะเห็นว่า USD Index ก็จะขยับขึ้นตาม และหุ้นปรับตัวลง
หลักการและคำอธิบายเพิ่มเติม
- รูปแบบตัวเลขเชิงสังคมเศรษฐกิจ (Socioeconomics) ที่เป็น time series เช่น จำนวนประชากรของประเทศหนึ่ง ๆ ย้อนหลังหลายปี ยอดขายของอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ ย้อนหลังหลายไตรมาส มักไม่เปลี่ยนแปลงแบบสุ่ม แต่เป็นแนวโน้ม (ขึ้นแล้วมักขึ้นต่อ ลงแล้วมักลงต่อ) .. รูปแบบ time series ของราคาหลักทรัพย์ต่าง ๆ ย้อนหลังหลายวัน-สัปดาห์-เดือน ที่เป็นผลมาจากเหตุปัจจัยเชิง Socioeconomics จึงมีแนวโน้มเช่นกัน .. จึงสามารถใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์มาช่วยประเมินความต่อเนื่องของแนวโน้มได้ กล่าวคือ ที่ขึ้นมา ตอนนี้ยังขึ้นอยู่ไหม ที่ลงมา ตอนนี้ยังลงอยู่ไหม และที่สำคัญคือ ตอนไหนที่กำลังเกิด reversal คือการเปลี่ยนจากลงเป็นขึ้น-ขึ้นเป็นลง
- แนวโน้มระยะกลาง >> ดูภาพระยะหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เป็นกรอบเวลาที่ให้สัญญาณช้ากว่าแนวโน้มระยะสั้น แต่ก็มักจะแม่นยำกว่า (ขึ้นแล้วขึ้นต่อ ลงแล้วลงต่อ) โดยเป็นการใช้เครื่องมือ MACD ใน 2-Week/Weekly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์ .. ซึ่งแนวโน้มระยะกลาง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปมาถี่เสมอไป อาจกินเวลาหลายเดือนหรือเป็นปีได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับบริบทแต่ละช่วงเวลา
- แนวโน้มระยะสั้น >> ดูภาพระยะหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เป็นกรอบเวลาที่ให้สัญญาณเร็วกว่าแนวโน้มระยะกลาง แต่อาจเปลี่ยนไปมาได้บ่อย โดยเป็นการใช้เครื่องมือ MACD ใน 2-Day/Daily Timeframe มาช่วยวิเคราะห์
- ข้อมูลนี้ช่วยแสดงแนวโน้มปัจจุบันไปจนถึงอนาคตสั้น ๆ ได้ตาม "แรงเฉื่อย" ของแนวโน้ม แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าอีก 2 เดือน 6 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเปลี่ยนไป ก็ต้องรีบปรับตัว
- การตัดสินใจลงทุน/ชะลอลงทุนตามแนวโน้มของ Treasurist Fund Traffic Control หากวิเคราะห์แบบย้อนหลัง (hindsight analysis) จะไม่สามารถชนะแบบซื้อแล้วถือยาว (buy-and-hold) ได้ .. แต่ในโลกความเป็นจริง การลงทุนคือ "การมองไปข้างหน้า" และ "ปรับตัวตามสถานการณ์" .. ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หากในอนาคตเกิดสงครามโลกหรือโรคระบาดครั้งใหญ่ แนวโน้มการลงทุนโดยรวมย่อมเป็นขาลงอย่างรุนแรง โดยยังไม่เห็นอนาคต (เช่น ณ ต้นปี 2563 โลกยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 และยังไม่มีใครรู้ว่าวิกฤติครั้งนั้นจะบรรเทาลงเมื่อใด แต่พอมองย้อนหลัง ทุกอย่างก็ชัดเจนหมด เพราะเกิดแล้วจบแล้ว) ซึ่งการใช้คำแนะนำจาก Treasurist Fund Traffic Control ควรจะช่วยให้ผู้ลงทุนเลี่ยงผลขาดทุนที่รุนแรงได้อย่างทันท่วงที และช่วยให้ทราบจังหวะในการกลับเข้ามาลงทุนในระยะถัดไปด้วยเช่นกัน
- กองทุนน่าสนใจ จะอิงตามดัชนีหุ้นหลักของรายการนั้น ๆ เช่น รายการหุ้นญี่ปุ่น ก็จะพิจารณาดัชนี NIKKEI 225 ว่ามีสถานะแนวโน้มอย่างไร แล้วจึงเลือกกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่น่าสนใจมานำเสนอ หุ้นเทคก็จะพิจารณาดัชนี NASDAQ ว่ามีสถานะแนวโน้มอย่างไร แล้วจึงเลือกกองทุนหุ้นเทคที่น่าสนใจมานำเสนอ อย่างไรก็ดี หากแนวโน้มระยะกลางยังไม่เอื้อต่อการลงทุน ก็ยังไม่แนะนำกองทุนน่าสนใจ