นักบิน แจงดราม่า บั้งไฟ โผล่เหนือเมฆ หลบวุ่น เครื่องบินกองทัพอากาศ ยังต้องบินฉีก
นักบิน เล่ายิบ บั้งไฟ โผล่เหนือเมฆ ต้องหลบวุ่น เครื่องบินกองทัพอากาศ ยังต้องบินฉีก แจงที่เขียนเพราะอยากเตือน เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย
หลังเพจ บันทึกไม่ลับของคนขับเครื่องบิน โพสต์ภาพบั้งไฟ พุ่งเฉียดเครื่องบิน สูงเกือบ 8,000 ฟุต ต้องขับหลบ พร้อมเผยว่า “นอกจากทางเหนือมีโคมลอยแล้ว ทางภาคอีสานก็ยังมีบั้งไฟอีกที่เป็นอันตรายต่อการบินมาก” โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากนั้น
ล่าสุดเพจดังกล่าว โพสต์ข้อความอีกครั้ง ระบุว่า ขออภัยครับ หลังบินกลับมามีภารกิจหน้าที่คุณพ่อลูกแฝดที่ต้องดูแล เลยไม่ได้ติดตามเลยว่ามีเพจฯข่าวหลายสำนักแชร์ออกไป และติดต่อเข้ามาหลังไมค์มากมาย พึ่งมีเวลามานั่งดู แต่ทยอยตอบข้อความหลังไมค์พี่ๆ นักข่าวไม่ไหวจริงๆ ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้นะครับในการเล่าข้อมูลเพิ่มเติม
หลังจาก takeoff จากสนามบินอุบลฯ หอบังคับการบิน แนะนำให้บินออกจากสนามบินอุบล ด้วย radial 266 จากเครื่องวัดประกอบการบินสนามบินอุบล VOR เป็นการบินออกจากสนามบินทั่วไป เนื่องจากมีเครื่องลำอื่นกำลังมาลงที่สนามบินด้วยในช่วงเวลานั้นๆ รวมถึงมีเครื่องบินแบบ ATR ของกองทัพอากาศที่ ชื่อ call sign Cowboy04 ทำการเทคออฟตามหลังผมมาราวๆ 3-5 นาที
ระหว่างที่กำลังไต่ระดับความสูงผ่านความสูง ราวๆ 5,000 ฟุต ผมมีภาระงานหลังจากเทคออฟที่นักบินต้องทำเยอะพอสมควร ทั้งหลบเมฆ มองหาเครื่องบินลำอื่นๆที่กำลังเข้ามาลงที่อุบล การติดต่อหอบังคับการบิน และการ monitor ค่าต่างๆของเครื่องบินว่าปกติหรือไม่
จากนั้นสายตามองเห็นวัตถุหนึ่ง กำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นแล้ว เพราะหมดเชื้อเพลิง เนื่องจากสังเกตได้ว่ามีควันอยู่ท้ายวัตถุ และช่วงนี้ก่อนทำการบิน นักบินทุกคนต้องศึกษาข่าวอากาศ NOTAM (Notice To Airman) ก่อนทำการบินอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนมาจากกรุงเทพ
จึงทราบว่าหลายจังหวัดทางภาคอีสานของไทย ช่วงนี้มีการจุดบั้งไฟกัน เลยมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เห็นคือบั้งไฟอย่างแน่นอน จึงทำการแจ้งหอบังคับการบินในทันที เพื่อให้หอบังคับการบินแจ้งเตือนเครื่องบินลำอื่นๆ ที่กำลังบินตามมา หรือจะมาทำการลงจอดที่สนามบินว่ามีการจุดบั้งไฟ เพื่อความปลอดภัย
หอบังคับการบินได้แจ้งเตือนเครื่องบินของกองทัพอากาศ ที่ตามหลังผมมาว่าเครื่องบินลำหน้าพบบั้งไฟที่ความสูง 5-6 พันฟุตให้ระมัดระวัง นักบินเครื่องลำหลังก็รับทราบเพื่อระมัดระวัง
สักครู่ หลังจากเครื่องบินลำหลังที่บินตามผมมา 2-3 นาที ก็แจ้งหอบังคับการบินอีกเช่นกันว่าพบบั้งไฟลอยขึ้นมาใกล้ๆ เครื่องบินและอาจไม่ปลอดภัย หอบังคับการบิน จึงแนะนำให้เครื่องบินกองทัพอากาศบินฉีกออกไปทางทิศทางการบินอื่นเพื่อความปลอดภัย
จากรูปแรกที่วงไว้คือควันของบั้งไฟที่ผมถ่ายได้ชัดสุดแค่นี้ เพราะไม่สามารถถ่ายวิดีโอได้ เนื่องจากกำลังทำการบินอยู่ที่ความสูงไม่สูงมาก จึงได้แค่หยิบโทรศัพมาถ่ายแค่ 2-3 รูป เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการรายงาน เพื่อส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบต่อไป
ส่วนควันสีขาวด้านบนของรูปแรก มันคือ contrail หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าไอเสียเครื่องบิน ที่เราเห็นเป็นเส้นยาวๆ ของเครื่องบินลำอื่นที่บินผ่านน่านฟ้าไทยในระดับความสูงมากๆ ถึงจะเกิด contrail ได้ (อยากทราบการเกิด contrail หาอ่านได้ในเพจผมฮะ เคยเขียนเล่าให้ฟังแล้ว) ที่ความสูงต่ำๆ เครื่องบินจะไม่เกิด contrail
ในภาพถ่ายอาจจะเห็นว่าดูเหมือนไกล แต่จริงๆแล้วระยะที่บั้งไฟขึ้นมา ห่างเครื่องบินไม่น่าจะเกิน 2-3 ร้อยเมตรเท่านั้น เป็นปกติที่คนเราจะดูรูปแล้วบอกว่ามันไกล เพราะมันเป็นรูปถ่าย และเราไม่มีระยะอ้างอิงสายตา
รูปที่ 2 คือตัวอย่าง notam ที่สนามบินจะแจ้งเตือนให้นักบินทราบว่าจะมีอะไรที่เกิดขึ้นที่สนามบินบ้าง นักบินต้องศึกษาอ่าน และมี situation awareness ว่าเรากำลังจะบินผ่านจุดไหนที่มีความเสี่ยงบ้าง และที่เค้ามาออก notam ได้เพราะมีการ ”ขออนุญาต“ ก่อนล่วงหน้าว่าจะมีการยิงบั้งไฟ ที่บริเวณไหนบ้าง ช่วงเวลาไหน อันนี้คือสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ
เพราะเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินจะทราบพิกัดที่ค่อนข้างแน่นอน และจะไม่ให้นักบินบินผ่านพื้นที่ดังกล่าวตามห้วงเวลานั้นๆ แต่ปัญหาที่เราพบวันนี้คือ ”คนที่ไม่ได้ขออนุญาต“ และยิงบั้งไฟสูงเสียด้วยนี่แหละครับที่ส่วนรวมเดือดร้อน
รูปที่ 3 คือรูปที่ผมพึ่งได้เอามานั่งดูเวลาที่ถ่าย ด้วยความที่มือถือสมัยใหม่ มีการบันทึกเวลา ชนิดกล้อง เลนส์ที่ถ่าย รวมถึงพิกัด gps เลยได้รูปมาอย่างที่เห็นครับว่ามันเกิดประมาณจุดไหน
ทั้งหมดที่ผมออกมาเขียนเตือน เพราะผมเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยครับ เข้าใจดีว่ามันเป็นประเพณี อย่าไปดราม่ากันว่าคนท้องที่ไหนเลย ผมก็ลูกหลานคนอีสาน พ่อผมเป็นคนอุบลฯนี่แหละ
แต่อยากให้คนที่ร่วมประเพณีได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของส่วนรวม และการเดินอากาศด้วยครับ ไม่ใช่ ”ทำอะไรตามใจคือไทยแท้“ เราต้องช่วยกันทำตามกฎเพื่อความปลอดภัย และไม่ใช่อ้างประเพณีว่าทำกันมาแบบนี้
ทุกวันนี้หลายคนคงทราบมันคือการเล่นการพนันกัน ว่าใครบินสูงกว่ากัน เดิมพันกัน มีแพ้มีชนะ คนที่ทำบั้งไฟแม่งก็ยิ่งทำให้มันบินสูงไปเรื่อยๆ
ลองคิดบ้างนะถ้าวันนี้ ”พ่อแม่พี่น้องลูกเมียของคนที่ทำแบบนี้บังเอิญจะกลับบ้านมางานบุญบั้งไฟโดยเที่ยวบินไหนสักเที่ยว แล้วมาโดนบั้งไฟที่ คุณเองทำชนเครื่องบินจนเกิดความสูญเสีย คุณจะคิดอย่างไร?” ฝากไว้ให้คิดครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักบิน แจงดราม่า บั้งไฟ โผล่เหนือเมฆ หลบวุ่น เครื่องบินกองทัพอากาศ ยังต้องบินฉีก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th