“โปรตุเกส” เปิดศึกดวล “ฝรั่งเศส” ผู้ชนะลิ่ว 4 ทีม สุดท้าย “ยูโร 2024”
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ประจำคืนวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม “โปรตุเกส” พบ “ฝรั่งเศส” การพบกันของคู่นี้ไม่ต่างไปจากการรีแมตช์ จากการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ โดยครั้งนั้น “ทีมฝอยทอง” เป็นฝ่ายเอาชนะเจ้าภาพ ทำผลงานคว้าแชมป์สมัยแรก ส่วน “ยูโร 2024” รอบก่อนรองชนะเลิศ จับตาการดวลกันระหว่าง โรนัลโด้ แห่ง “โปรตุเกส” ปะทะ เอ็มปัปเป้ จาก “ฝรั่งเศส”
2024 UEFA European Football Championship : UEFA EURO 2024 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 “ยูโร 2024” ที่ประเทศเยอรมนี เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม เป็นต้นไป โดยการประกบคู่ในรอบนี้ ประกอบด้วย สเปน พบ เยอรมนี, โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส, อังกฤษ พบ สวิตเซอร์แลนด์ ส่วน อีก 1 คู่ รอผลในคู่ โรมาเนีย พบ เนเธอร์แลนด์ และ ออสเตรีย พบ ตุรเคีย [ตุรกี]
สำหรับในคู่“ทีมชาติโปรตุเกส” พบ “ทีมชาติฝรั่งเศส” ถือเป็นการกลับมาพบกันในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป จากที่เคยพบกันมาแล้วครั้งหลังสุด ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 "ยูโร 2026" ซึ่งครั้งนั้น ประเทศฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพทัวร์นาเมนต์ จัดการแข่งขัน 10 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2016 (2559) ซึ่งทีมชนะเลิศ ได้แก่ โปรตุเกส ที่เป็นฝ่ายเอาชนะ ฝรั่งเศส 1-0 ทำให้“ทีมฝอยทอง” หรือ ทีมชาติโปรตุเกส ชนะเลิศรายการนี้เป็นสมัยแรก ในขณะที่ฝรั่งเศส จบผลงานในฐานะรองแชมป์ ส่วนการเป็นแชมป์ยูโร “ทีมตราไก่” ฝรั่งเศส เคยชนะเลิศมาแล้ว 2 สมัยคือ ปี 1984 และ 2000
การพบกันในคู่ “โปรตุเกส” - “ฝรั่งเศส” รอบก่อนรองชนะเลิศ สำหรับ “โปรตุเกส” ผ่านมาถึงรองนี้ จากการชนะลูกจุดโทษ เหนือ ทีมชาติสโลวีเนีย 3-0 ในขณะที่ “ฝรั่งเศส” ทำผลงานเอาชนะเบลเยียม 1-0 ก่อนมาพบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย “ยูโร 2024” ทั้งคู่เคยมีประวัติพบกันในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบรองชนะเลิศ ยูโร 1984 และ ยูโร 2000 โดยเป็น ฝรั่งเศส ที่เอาชนะ โปรตุเกส จนมาถึง ยูโร 2016 ที่โปรตุเกส เอาชนะ ฝรั่งเศส 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ไปในที่สุด
ความน่าสนใจในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย โปรตุเกส - ฝรั่งเศส ยังรวมไปถึงพบกันของซูเปอร์สตาร์ทั้ง 2 ทีม
คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมโปรตุเกส ซึ่งจะนำทีมลงสู้กับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีมฝรั่งเศส เป็นการดวลกัน ระหว่าง โรนัลโด้ วัย 39 ปี กองหน้า สโมสรอัล นาสเซอร์ในซาอุดีอาระเบีย ปะทะ คีเลียน เอ็มบัปเป้ วัย 25 ปี ที่เพิ่งย้ายไปร่วมทีมกับ เรอัล มาดริด ในลาลีกา สเปน (สโมสรเดิมที่ โรนัลโด้ เคยร่วมงาน : สร้างผลงาน ทำไป 450 ประตูจาก 438 นัด ระหว่างปี 2009-2018)
“เอ็มบัปเป้” ซึ่งค้าแข้งมายานานกับ ปารีส แซงต์ - แชร์กแม็ง ทีมในลีกเอิง “ฝรั่งเศส” ก่อนจะย้ายไปร่วมงานกับ เรอัล มาดริด ยกย่อง "โรนัลโด้ ว่า “คือต้นแบบตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก “เอ็มบัปเป้” เคยถ่ายรูป ร่วมกับ CR 7 (คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในปี 2017) เมื่อครั้งที่เดินทางไปประเทศสเปน สำหรับการพบกันของทั้งคู่ในวันเสาร์ที่ 5 ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือ ทีมหนึ่งที่ต้องตกรอบ และมีทีมที่ได้ไปต่อในรอบรองชนะเลิศ โดยผู้ชนะจะไปพบกับสเปนหรือเยอรมนี ในรอบถัดไป