โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแผนฉกทองเชียงใหม่ โจรหนุ่มเตรียมการซับซ้อน ฆ่าชิงรถแกร๊บ-ใช้ลวง ตร. ซื้อตั๋วเตรียมเผ่นไปญี่ปุ่น

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 ก.ค. 2567 เวลา 13.09 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2567 เวลา 13.07 น.

“ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ”

ความจริงที่ถูกพิสูจน์มาครั้งแล้วครั้งเล่า ล่าสุด ก็คดีโจรชิงทองในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ที่แม้นจะใช้เวลาวางแผนสุดสลับซับซ้อน เหี้ยมโหดขนาดใช้ชีวิตคนบริสุทธิ์เป็นเหยื่อล่อให้ตำรวจหลงทาง ซื้อเวลาเพื่อจะหลบหนีออกนอกประเทศ

แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้ชนิดไม่ทันข้ามวัน

โจรบุกเดี่ยวชิงทองกลางห้างดัง

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเที่ยงวันที่ 8 กรกฎาคม พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง พร้อมชุดสืบสวน รุดไปตรวจสอบเหตุคนร้ายวิ่งราวทองคำ จากร้านทองออโรร่า ชั้น 2 ในห้างดังกลางเมืองเชียงใหม่

ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดทราบว่า คนร้ายสูงประมาณ 170 ซ.ม. ใส่หมวกสีดำ เสื้อแจ๊กเก็ตสีเขียวของพนักงานไรเดอร์ สวมแมสก์ปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาในห้างและเดินตรงไปในเคาน์เตอร์ร้านทอง กวาดทองที่แขวนโชว์อยู่ไปจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็วิ่งออกไปที่ลานจอดรถก่อนขับรถเก๋งโตโยต้า อัลตีส สีขาว ทะเบียน 1173 จันทบุรี หลบหนีไปทางถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ลำปาง

พล.ต.ต.ธวัชชัยสั่งการให้รีบสกัดจับทันที โดยเบื้องต้นคนร้ายกวาดสร้อยทองคำไปทั้งหมด 32 เส้น น้ำหนักประมาณ 80 บาท รวมมูลค่าราว 3 ล้านบาท

กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบรถคันดังกล่าวจอดทิ้งบริเวณใกล้กับวัดผาลาด ทางขึ้นดอยสุเทพ ด้านในรถมีรอยเลือดจำนวนมากเปรอะอยู่ เมื่อตรวจสอบพบว่าเจ้าของรถคือ ว่าที่ ร.ท.สุเทพ ชัยนันตา อายุ 48 ปี ชาว ต.ช่อแล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ อาชีพเป็นคนขับแกร็บคาร์และเป็นเทรนเนอร์ สอบถามญาติๆ ทราบว่าออกมาวิ่งรถรับผู้โดยสารแต่เช้าและไม่สามารถติดต่อได้

หลักฐานที่พบชี้ไปที่ ว่าที่ ร.ท.สุเทพอย่างช่วยไม่ได้ แต่คดีก็พลิกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อตำรวจได้เบาะแสสำคัญใหม่จากเจ้าของร้านทองในตลาดต้นลำไย ว่ามีชายคนหนึ่งนำสร้อยทองมาเร่ขายที่ร้าน แต่ไม่ได้รับซื้อเอาไว้ เนื่องจากตรวจสอบแล้วสงสัยว่าอาจเป็นสร้อยทองของร้านที่เพิ่งถูกก่อเหตุมา ที่สำคัญภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถเห็นหน้าตาของชายคนดังกล่าวอย่างชัดเจน

ตำรวจทำงานด้วยความรวดเร็ว ลงพื้นที่ไล่เช็กกล้องวงจรปิดปริเวณดังกล่าว จนรู้ว่าหลังไม่สามารถนำทองไปขายที่ร้านได้ ชายต้องสงสัยนำสร้อยทองไปจำนำที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่ง สุดท้ายก็ได้ข้อมูลของชายต้องสงสัย

19.00 น. ของวันที่เกิดเหตุ 7 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมตัวนายนิพิฐพนธ์ สมบูรณ์สุขยิ่ง อายุ 26 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนกล็อกขนาด 9 ม.ม. เสื้อผ้าชุดไรเดอร์ที่ใช้ก่อเหตุ และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาวเทาของผู้ต้องหา ที่บ้านใน ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ก่อนตรวจค้นยึดทองคำรูปพรรณ จำนวน 70 บาทที่เหลืออยู่ ซึ่งเจ้าตัวนำไปซุกซ่อนไว้บริเวณใต้หลังคาโรงรถ

ขณะที่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองที่ สภ.ภูพิงค์ เชียงใหม่ ก่อนเปิดเผยว่า นายนิพิฐพนธ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้งหมด อ้างว่าเพื่อหาเงินไปช่วยพ่อแม่ปลดหนี้สินที่ถูกหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ 3 ดี จนเป็นหนี้ถึง 10 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบแผนการก่อเหตุที่เจ้าตัวเขียนบันทึกข้อความเอาไว้ในโทรศัพท์มือถืออย่างละเอียด ทั้งภาพถ่ายสถานที่ ระยะเวลาที่ใช้เดินทางและลงมือก่อเหตุ มีทั้งแผนเอ แผนบี แผนซี ทำให้กลายเป็นหลักฐานมัดตัวชนิดดิ้นไม่หลุด

ตะลึงแผนสุดซับซ้อน-เหี้ยมโหด

แต่ที่น่าตกใจคือ ประเด็นรถที่ใช้ก่อเหตุ ที่ถูกทิ้งอยู่ที่ทางขึ้นดอยสุเทพ นายนิพิฐพนธ์รับว่าวางแผนลงมือก่อเหตุมาเป็นเวลานานถึง 1 ปี กับ 2 เดือน ไปดูลาดเลาที่ร้านทองก่อน จากนั้นมาสำรวจเส้นทาง ก่อนเช้ามืดวันเกิดเหตุ ขับรถยนต์ของตนไปจอดที่ลานกาแล ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นเดินเท้าลัดเลาะเส้นทางธรรมชาติมาที่ดอยสุเทพ เพื่อหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดตามถนนหลัก ก่อนถึงวัดผาลาด เป็นระยะทางประมาณ 6-7 กิโล

จากนั้นโทรศัพท์เรียกแกร็บคาร์มาหา เพื่อฆ่าชิงรถและใช้รถคันดังกล่าวทำให้ตำรวจไขว้เขวแล้วจะหนีไปต่างประเทศ ซึ่งคนที่กดรับงานบังเอิญเป็นว่าที่ ร.ท.สุเทพ

หลังว่าที่ ร.ท.สุเทพขับรถมารับ นายนิพิฐพนธ์ขึ้นไปนั่งหลังรถก่อนออกอุบายว่าต้องการชมวิว ขอให้ขับรถมาจอดที่จุดชมวิว จากนั้นจึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงจนเสียชีวิตและลากศพไปทิ้งลงเหวบริเวณใกล้จุดชมวิวดอยสุเทพ ที่ลึกประมาณ 50 เมตร จากนั้นขับรถของผู้ตายรวมทั้งนำเสื้อผ้าชุดไรเดอร์ของผู้ตายไปก่อเหตุวิ่งราวทองที่ห้างดังกล่าว

หลังก่อเหตุเสร็จขับรถมายังจุดทิ้งศพที่ดอยสุเทพ ใกล้วัดผาลาด แล้วเดินลัดเลาะเส้นทางธรรมชาติย้อนไปยังจุดจอดรถของตนเอง แล้วนำทองไปตระเวนขายที่ตลาดต้นลำไยและจำนำจำนวน 7 เส้น ได้เงินประมาณ 300,000 บาท ก่อนโอนเงินบางส่วนให้พ่อ-แม่ และนำไปซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นแต่มาถูกจับได้เสียก่อน

พล.ต.ท.กฤตธาพลเผยอีกว่า ผู้ต้องหาชอบเล่นเกมประเภทใช้อาวุธปืน เป็นเด็กเนิร์ด สารภาพทุกข้อกล่าวหา ทั้งเรื่องการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อชิงทรัพย์ รถยนต์ อำพรางซ่อนเร้นทำลายศพ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และวิ่งราวทรัพย์ทอง

กลางดึกวันเดียวกัน ตำรวจนำนายนิพิฐพนธ์ไปชี้จุดทิ้งศพ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิลงไปเก็บกู้ร่างของว่าที่ ร.ท.สุเทพขึ้นจากเหวนำส่งแผนกนิติเวร รพ.มหาราชเชียงใหม่ เพื่อชันสูตร ท่ามกลางความเศร้าเสียใจและเสียงตะโกนด่าผู้ต้องหาด้วยความโกธรแค้น

ด้านพ่อและแม่ของนายนิพิฐพนธ์เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและขอโทษที่ลูกชายก่อเหตุดังกล่าว ยอมรับว่าลูกชายมีพฤติกรรมหมกมุ่นและติดเกมจริงๆ โดยเฉพาะเกมวางแผนและต่อสู้ใช้ความรุนแรง รวมทั้งชอบดูหนังแนวเดียวกันนี้ด้วยมาตั้งแต่เด็กแล้ว ซึ่งได้พยายามห้ามปรามตักเตือนอยู่ตลอด แต่ไม่เป็นผล

ปกติแล้วลูกชายเป็นคนสุภาพเรียบร้อยและไม่ค่อยพูด จึงไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะก่อเหตุเช่นนี้

ตอนตำรวจเข้ามาจับกุมตัวที่บ้านยังตกใจมาก เพราะหลังก่อเหตุแล้วลูกชายได้กลับมาอยู่ที่บ้านและทำตัวเป็นปกติทุกอย่าง ทั้งนี้ เป็นห่วงลูกชายว่าอาจจะทำร้ายตัวเองในระหว่างที่ถูกคุมขัง

สำหรับที่ระบุว่าลูกชายก่อเหตุเพราะทางบ้านมีปัญหาทางการเงินเพราะถูกหลอกให้ร่วมลงทุนทองสูญเสียเงินจำนวนมากนั้น ยอมรับว่าทางบ้านมีปัญหาการเงินจากการถูกหลอกให้ร่วมลงทุนจริง ถูกหลอกไปเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ทำให้ทางบ้านเผชิญปัญหาทางการเงิน

ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกชายเคยเตือนแล้วแต่พ่อแม่ไม่เชื่อ ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ลูกชายก่อเหตุเพราะหวังจะนำเงินมาช่วยเหลือครอบครัว แต่ยืนยันว่าทางบ้านไม่รู้เรื่องระแคะระคายแม้แต่น้อย และถึงจะมีปัญหาเรื่องถูกโกงเงิน แต่ทางบ้านยังใช้ชีวิตอยู่ได้ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่สุขสบายเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้น

โดยลูกชายไม่ได้ทำงานอะไร แต่ทำหน้าที่คอยดูแลแม่และแม่ให้เงินเดือนราวเดือนะ 15,000-20,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่น้อย

ส่วนความผิดที่ลูกก่อเหตุนั้น ยอมรับว่าเป็นห่วงลูก เพราะในสายตาพ่อแม่แล้ว ลูกเป็นเด็กและเป็นคนดีเสมอ แต่ก็ไม่ได้ปกป้องว่าลูกไม่ผิด และบอกกับลูกแล้วให้พูดความจริงทั้งหมดเพื่อโทษหนักจะได้เป็นเบา

รวมทั้งขอแสดงความเสียใจและขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างสูงและจากใจด้วย โดยทางครอบครัวจะไปกราบขอขมาแทนลูกชายอย่างแน่นอน

ขณะที่จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่าเคยเป็นผู้เข้าประกวดมิสเตอร์ทัวริซึม ไทยแลนด์ 2018 เป็นตัวแทนจาก จ.ลพบุรี และเวที Mister Universe Thailand 2019 ซ้ำยังเคยแสดงภาพยนตร์เป็นหนังฆาตกรรมอีกด้วย

ส่วนเฟซบุ๊ก เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น โพสต์ภาพของว่าที่ ร.ท.สุเทพ พร้อมข้อความแสดงความอาลัย ระบุว่า “R.I.P. ว่าที่ร้อยโทสุเทพ ไรเดอร์ขับแกร็บ ชาวแม่แตง เชียงใหม่ เทรนเนอร์ด้านการออกกำลังและโภชนาการ แบบคำเมือง ใน ติ๊กต็อก FB #ลดไขมันขั้นเทพ ระบุข้อมูลผู้เสียชีวิต ว่าที่ร้อยโท สุเทพ เดิมเป็นชาวอำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ แต่ไปทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งที่ จ.ระยอง มีภรรยาและบุตรอยู่ที่ จ.ระยอง ส่วนแม่อยู่ที่ อ.แม่แตง อายุกว่า 80 ปี แม่ป่วยจึงลาออกจากงานมาดูแลแม่ที่ จ.เชียงใหม่ และใช้เวลาว่างขับแกร็บหารายได้ จนเกิดเหตุถูกสังหารชิงรถยนต์จากคนร้ายชิงทอง”

คดีที่ปิดลงได้อย่างรวดเร็วส่วนหนึ่งมาจากคนในสังคมที่ไม่นิ่งดูดาย คอยแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้แม้นอาชญากรจะวางแผนสลับซับซ้อนเพียงใด ก็ยากจะรอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายไปได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแผนฉกทองเชียงใหม่ โจรหนุ่มเตรียมการซับซ้อน ฆ่าชิงรถแกร๊บ-ใช้ลวง ตร. ซื้อตั๋วเตรียมเผ่นไปญี่ปุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...