โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Eli Lilly บริษัทยาใหญ่สุดในสหรัฐฯ อายุเก่าแก่ 150 ปี ว่าที่หุ้น 7 นางฟ้าตัวใหม่

Finnomena

เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 09.29 น. • fruhling

Highlight ของบทความนี้ (คลิกอ่านส่วนที่สนใจได้เลย)

  • Eli Lilly บริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ
  • ความเป็นมาของ Eli Lilly
  • เจาะธุรกิจของ Eli Lilly
  • แนวโน้มในอนาคตของ Eli Lilly

Eli Lilly คือบริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีอายุเก่าแก่ 150 ปี ที่เป็นหัวหอกในการคิดค้นยาสำคัญ ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น ยาเบาหวาน วัคซีนโปลิโอ ไปจนถึงการผลิต ยาปฎิชีวนะเป็นบริษัทแรก ๆ ของโลก ช่วงนี้เริ่มเห็นสื่อตั้งประเด็นว่า Eli Lilly อาจเข้ามาแทนที่ Tesla ในกลุ่ม 7 นางฟ้าหุ้นสหรัฐฯ (Magnificent 7) ก็ได้ เพราะนับจากต้นปี มีอยู่ช่วงนึงที่หุ้น Tesla ปรับตัวลงต่อเนื่อง -30% สวนทางกับ Eli Lilly ที่บวกขึ้นมา +30% (ณ วันที่ 12/7/2024 หุ้น Eli Lily +60% YTD, Tesla +3% YTD)

ราคาหุ้น Eli Lilly เทียบกับ Tesla (YTD) | Source: Google Financeas of 12/7/2024

จากสาเหตุคือ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มตัดราคากันดุเดือด สวนทางกับธุรกิจยา ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนตอนนี้ Market Cap. ของ Eli Lily พุ่งแซงหน้า Tesla ไปแล้ว วันนี้เราเลยจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ Eli Lilly เจาะลึกความเป็นมา โครงสร้างรายได้ และผลประกอบการล่าสุด เพื่อไขความลับความแข็งแกร่งของบริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ รายนี้กัน

ความเป็นมาของ Eli Lilly

เรื่องราวของ Eli Lilly (อีไล ลิลลี่) เริ่มต้นในปี 1876 หรือ 11 ปีหลังจากสงครามกลางเมืองอเมริกาจบลง ชายวัยย่าง 40 คนนึง ที่เป็นทั้งทหาร เภสัชกร และนักเคมี ตัดสินใจกลับไปเปิดธุรกิจยาเป็นของตัวเองในเมือง Indianapolis โดยชื่อของเขาก็คือ Eli Lilly

สินค้าแรก ๆ ของ Eli Lilly คือ ยาควินินสำหรับการรักษาโรคไข้มาลาเรีย ต่อมาก็มียาตัวใหม่ออกมาเรื่อย ๆ แต่จุดเปลี่ยนจริง ๆ คือการที่ Josiah K. Lilly บุตรชายของ Eli Lilly ที่ศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ เข้ามาช่วยธุรกิจในปี 80s เพราะหลัง Josiah เข้ามาก็เกิดความก้าวหน้าขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็น

  • การนำเสนอยาโรคซีมเศร้า Prozac (ซึ่งจะได้รับอนุมัติในเวลาต่อมา)
  • ผลิต Iletin ยารักษาเบาหวานตัวแรกของโลก หลังจากเจรจากับเจ้าของสิทธิบัตรอินซูลินรักษาเบาหวาน จากมหาวิทยาลัยโทรอนโต (ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ Novo Nordisk ไปคุยด้วย)ต่อมาบริษัทก็ขยับขยายต่อไปเรื่อย ๆ ส่งไม้ต่อกันไปในตระกูล โดยบริษัทก็ยังมีผลงานสำคัญ ๆ ออกมาตลอด เช่น การผลิตยาฆ่าเชื้อ หรือ ยาปฏิชีวนะ ออกมาแบบ Mass Product ได้สำเร็จ ในห้วงเวลาของสงครามโลกที่มีผู้คนบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ในปี 1952 บริษัทก็ได้เข้าสู่ตลาดหุ้นได้สำเร็จ และเป็นเข้าสู่ยุค CEO นอกตระกูล โดยหลังจากนี้ บริษัทก็ยังเดินหน้าผลิตยาได้อย่างต่อเนื่อง เช่น

  • ผลิตวัคซีนโปลิโอเพื่อจำหน่ายได้เป็นบริษัทแรก
  • ผลิตยาสำหรับบรรเทาโรคมะเร็งหลายตัว
  • ผลิตยารักษาโรคซึมเศร้า Prozac ได้สำเร็จจนมาถึงตอนนี้ Eli Lily ได้เปลี่ยนโฉมจากธุรกิจเล็ก ๆ เป็นบริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมหลายกลุ่มอาการ และมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 7 แสนล้านเหรียญ

ธุรกิจของ Eli Lilly ในปัจจุบัน

ตอนนี้ Eli Lily มีการจ้างงานมากกว่า 44,000 ตำแหน่งและตีตลาดได้มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และหัวใจสำคัญของ Eli Lily อยู่ที่ 4 ธุรกิจในมือ ได้แก่

  • ยารักษาเบาหวานและโรคอ้วน (คิดเป็น 63% ของรายได้ทั้งหมด)ตัวอย่างสินค้า เช่น ปากกาฉีดรักษาเบาหวาน Mounjaro และ Trulicity
  • ยารักษามะเร็ง (คิดเป็น 21% ของรายได้ทั้งหมด)ตัวอย่างสินค้า เช่น ยารักษามะเร็งเต้านม Verzenio ยารักษามะเร็งกระเพาะอาหาร Cyramza
  • ยารักษาโรคด้านภูมิคุ้มกัน (คิดเป็น 10% ของรายได้ทั้งหมด)ตัวอย่างสินค้า เช่น ยารักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อม Olumiant
  • อื่น ๆ (คิดเป็น 3% ของรายได้ทั้งหมด)ตัวอย่างสินค้า เช่น ยาโรครักษากระดูกพรุน Forteo®

ผลประกอบการของ Eli Lilly

ในด้านของรายได้ … ไตรมาสล่าสุด Eli Lily

  • มีรายได้ 8,800 ล้านเหรียญ โตขึ้น 26% จากปีก่อนหน้า
  • มีกำไรสุทธิ 2,300 ล้านเหรียญ โตขึ้น 60%

ผลประกอบการของ Eli Lilly Q1/2024 | Source: Eli Lilly

และธุรกิจที่เป็นแรงส่งสำคัญคือ ยารักษาเบาหวานและโรคอ้วน ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปากกาเบาหวานและลดน้ำหนัก Mounjaro ที่มียอดขายโตเกิน 3 เท่าจากปีก่อน ถ้ามองภาพรวมรายได้ทั้งโลกของรายได้ประมาณของ Eli Lilly ราว 2 ใน 3 มาจากสหรัฐฯส่วนอีก 1 ใน 3 มาจากที่อื่น คือ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น และ อื่น ๆ

แนวโน้มอนาคตของ Eli Lilly

สถานการณ์โรคเบาหวานในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด CDC หรือ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐฯ เปิดเผยว่า

  • เกือบ 50% ของคนสหรัฐฯ เป็นภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes)

  • มากกว่า 10% ของคนสหรัฐฯเป็นโรคเบาหวานแล้ว
    มองในมุมนึงคือ คนสหรัฐฯ เกินครึ่ง "มีความเสี่ยง" ที่จะเป็นเบาหวาน แนวโน้มเรื่องนี้เป็นไปในทางเดียวกับรายได้ของ Eli Lily คือ

  • รายได้จาก ยาเบาหวาน มาจากสหรัฐฯ 75% และ มาจากนอกสหรัฐฯ 25%

  • สวนทางกับรายได้จาก ยาอื่น ๆ ที่มาจากในและนอกสหรัฐฯ พอ ๆ กันเรื่องนี้เลยถือเป็นแนวโน้มหนุนธุรกิจของ Eli Lilly ที่รายได้หลัก ๆ มาจากการดูแลรักษาคนเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ

สรุป

Eli Lilly ถือเป็นยักษ์เงียบของสหรัฐฯ คืออาจไม่หวือหวาเหมือนกลุ่มเทค แต่ก็เป็นธุรกิจขนาดใหญ่โตมโหฬาร ซึ่งเป็นที่ต้องการของประชาชน แถมบริษัทยังมีช่องทางการหารายได้ สอดคล้องไปกับแนวโน้มของอนาคตในแบบเดียวกับกลุ่ม AI นี่จึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...