โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องชีวิต‘ศรีบริพัตร’…‘ซาไก’หนึ่งเดียวสงขลา ดึงสู่‘ผู้พิทักษ์’ ก่อนถูกกลืนสู่‘เงาะป่ามีปืน’

แนวหน้า

เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 10.37 น.

ส่องชีวิต‘ศรีบริพัตร’…‘ซาไก’หนึ่งเดียวสงขลา ดึงสู่‘ผู้พิทักษ์’ ก่อนถูกกลืนสู่‘เงาะป่ามีปืน’

19 มิถุนายน 2563 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง นำโดยนายพงศ์พยัคฆ์ ศรียา ผู้อำนวยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 และนายชาย สุวรรณชาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างจังหวัดสงขลาและสตูล เดินทางเข้าไปตรวจเยี่ยมเงาะป่าซาไก หรือชนผ่ามานิ “ศรีบริพัตร” ซึ่งสร้างทับหรือที่อยู่อาศัยอยู่ในป่าใกล้กับน้ำตกบริพัตร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา มาหลายสิบปี และตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์ป่าเขาพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่พรุ ป่าเทือกเขาไฟไหม้ และป่าคลองกั่ว เขตรอยต่อ จ.สงขลากับสตูล

ทั้งนี้ เป็นเงาะป่าซาไกแห่งเดียวของ จ.สงขลา และยังคงมีวิถีชีวิตแบบเงาะป่าดั้งเดิมด้วยการเก็บของป่า เผือกมัน และการล่าสัตว์เล็ก ด้วยบอเลาหรือกระบอกตุกใส่ลูกดอกอาบยาพิษ ที่สกัดจากตันไม้มาเป็นอาหาร  สร้าง “ทับ” เป็นที่อยู่อาศัย มีทั้งที่เป็นแบบดั้งเดิมที่นำใบไม้มาทำเป็นเพิง และนอนบนฟากไม้ไผ่ และที่สร้างเป็นกระท่อม มีความเชื่อเรื่องผีดูแลป่า

ปัจจุบันตั้งทับอยู่ร่วมกัน2 ครอบครัว จำนวน18 คน ทั้งซาไกสูงอายุ ซาไกวัยหนุ่มสาว และเด็กซาไก และใช้นามสกุล “ศรีบริพัตร” ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทานจากสมเด็จย่า ซึ่งตั้งตามถิ่นที่อยู่อาศัยใกล้กับน้ำตกบริพัตร

ทางเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโตนงาช้างต้องการที่จะคงความเป็นชนเผ่าเงาป่าซาไกหรือมานิสกุล “ศรีบริพัตร” กลุ่มนี้ให้มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมมากที่สุดไม่ให้ถูกกลืนไปกับสังคมเมือง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำ สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ โดยการดึงเข้ามามีส่วนร่วมในอนุรักษ์ผืนป่า ปลูกเสริมป่า และเป็นแนวร่วมผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการลาดตระเวน สอดส่องดูแลผู้กระทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้การล่าสัตว์เพื่อธุรกิจ ในช่วงที่ออกไปหาอาหารทุกวัน เป็นการแบ่งเบาภาระให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้ารัฐถูกต้อง ชัดเจนแม่นยำยิ่งขึ้น ในกรณีที่พบเห็นการบุกรุกทำลายป่า หรือการล่าสัตว์ป่า ที่สำคัญคือต้องการให้ชนผ่ามานิเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ในโครงการสวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้

ทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ได้มอบต้นจำปูหริ่ง ซึ่งเป็นผลไม้ป่าเดือนละ 100 กล้า หรือปีละประมาณ 1,000 กล้า ให้ชนเผ่ามานิ นำไปปลูกในป่าทุกครั้งที่ออกหาอาหารในป่า และแจ้งข่าวสารให้เจ้าหน้าที่เมื่อพบเห็นการบุกรุกทำลายบ่า ล่าสัตว์ป่า หรือพบเห็นสัตว์ป่าสำคัญ  ซึ่งจะช่วยคืนระบบนิเวศน์ให้แก่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทำให้ชนผ่ามานิ สามารถดำรงชีวิตอยู่คู่กับป่าอย่างมีความสุข

นายพงศ์พยัคฆ์ ศรียา ผู้อำนวยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 6 กล่าวว่า เงาะป่าซาไก ชนเผ่ามานิกลุ่มนี้รักธรรมชาติและช่วยดูแลผืนป่าอย่างดีเยี่ยม เป็นเหมือนกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้โดยที่กรมอุทยานหรือรัฐบาลไม่ต้องจ้าง และพูดได้ว่าเป็นเงาะป่าซาไกกลุ่มเดียวในประเทศไทยที่ยังใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมและเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าร่วมกับภาครัฐ

ด้านนายชาย สุวรรณชาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างจังหวัดสงขลาและสตูล กล่าวถึงการดูแลเงาะป่า “ศรีบริพัตร” ว่า เป็นชนเผ่าที่สำคัญที่สุดที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง และยังเป็นหนึ่งในคำขวัญเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างที่ว่า “โตนงาช้าง ใกล้ผาดำ ทับซาไก” และผืนป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโตนงาช้างก็ยังเป็นป่าในโครงการสวนป่าฯ ซึ่งเป็นบ้านเล็กในป่าใหญ่ ที่เจ้าหน้าที่จะต้องดูแลทั้งป่าและเงาะป่าซาไกไปพร้อมๆกัน ซึ่งบทบาทของเงาะป่าซาไกเหล่านี้ก็เป็นเหมือนกับหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยหนึ่งที่คอยทำหน้าที่ปกป้องผืนป่าไม่ให้มีใครมาบุกรุกทำลายหรือล่าสัตว์ป่า และคอยรายงานความเคลื่อนไหวในป่าให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มมีคนบางกลุ่มพยายามที่จะนำเงาะป่าซาไกกลุ่มนี้ช่วยล่าสัตว์ป่าโดยให้อาวุธปืนมาใช้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นที่ต้องเร่งเข้าไปสร้างเกราะป้องกันเงาะป่า และดึงให้มาอยู่กับภาครัฐไม่ตกเป็นเครื่องมือของใคร และการเข้าไปดูวิถีชีวิตของเงาะป่าศรีบริพัตร จะต้องติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างเท่านั้นเพื่อไม่ให้กระทบกับการใช้ชีวิตของเงาะป่า

ด้านนายอนันต์ จันทร์คง อายุ 63 ปี หรือพี่ม่อน ซึ่งแต่งงานอยู่กินกับสาวชาวเงาะป่าศรีบริพัตรมาเกือบ 30 ปี และมีลูกด้วยกัน 3 คน บอกว่า เงาะป่ากลุ่มนี้มาอาศัยอยู่ที่นี่หลายสิบปีแล้วและยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมคนสูงอายุก็จะออกไปขุดเผือกขุกมันมากิน ส่วนคนหนุ่มสาวก็จะออกไปล่าสัตว์ป่า และทุกคนรักที่จะใช้ชีวิตอยู่ในป่า ทุกคนพร้อมที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ป่าบริเวณนี้ไม่ให้ถูกทำลาย

ด้านนายยอด บริพัตร ซาไกวัยหนุ่มบอกแบบสั้นๆว่า จะร่วมปกป้องป่าและวิถีแห่งซาไกให้เหมือนเดิมมากที่สุดเพราะป่าคือชีวิตและลมหายใจของชาวซาไก “ศรีบริพัตร”

สำหรับหน่วยพิทักษ์ป่าเขาพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปาโตนงาช้าง รับผิดชอบพื้นที่ปาประมาณ37,508 ไร่ซึ่งเป็นตันกำเนิดของ "น้ำตกบริพัตร" มีชั้นน้ำตกที่สวยทั้งหมด 7 ชั้น หล่อเลี้ยงชีวิตประชากรในพื้นที่ ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ไหลลงสู่คลองลำแชง ไปยังทะเลสาบสงขลา

ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงช้าง จึงมีนโยบายในการรักษาความสมบูรณ์ของผืนป่าแบบบูรณาการหยุดการทำลายป่า ปลูกเสริมป้า หยุดการล่าสัตว์ป่า การใช้ทรัพยากรจากป่าอย่างรู้คุณค่า ลดปัญหาความขัดแย้ง เพิ่มขนาดพื้นที่ป่า ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ โดยผ่านทางชนเผ่ามานิหรือซาไก ซึ่งชนเผ่าเหล่านี้ต้องอาศัยป่าเป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม ที่มีความสำคัญต่อชีวิตในรูปแบบของเครือข่าย ผ่านกระบวนการพึ่งพาอย่างยั่งยืน คืนระบบนิเวศน์ให้แก่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ชนผ่ามานิซาไก สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขในป่าที่เป็นบ้านของพวกเขาเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...