โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

จับตาวีคหน้าหลัง “ผี” คัมแบ็คโกงตาย 3-2

Soccersuck

เผยแพร่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 21.18 น. • Soccersuck

เพียงแค่สัปดาห์เดียวกับผลการแข่งขัน 4 -5 สนามทำให้สถานการณ์ตาราง พรีเมียร์ลีก ตอนนี้เหนียวคอขึ้นมาทันที
ส่งผลทำให้เกมตกค้างของ 2 ตัวแทนจากเมือง แมนเชสเตอร์ กำลังจะเป็นตัวแปรสำคัญอีกครั้ง
ลิเวอร์พูล โดนพิษ VAR จนได้แค่แต้มเดียวเมื่อวันเสาร์ในขณะที่ล่าสุดผลเสมอลอนดอนดาร์บี้ แมทช์ ระหว่าง เชลซี กับ สเปอร์ส กลายเป็นเข้าทาง แมนฯยูไนเต็ด ที่ทำภาระกิจที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการพลิกชนะ 3-2 จากการตามหลัง 2-0
คู่สุดท้ายของคืนวันอาทิตย์ วูลฟ์แฮมป์ตัน บุกเอาชนะ อาร์เซนอล 2-1 จนถีบตัวเองขึ้นมาอยู่ที่ 6 ตามหลัง “จ่าฝูง” 4 แต้ม
เมื่อนับสกอร์ 5-0 ของ แมนฯซิตี้ ที่มีเหนือ เบิร์นลีย์ ทำให้ทั้งเป๊ป และ โอเล่ ตามหลัง “จ่าฝูง” 6 และ 5 แต้มตามลำดับโดยที่มีเกมตกค้างคอยลดช่องว่างรออยู่
หลังแพ้ อาร์เซนอล คาบ้าน 1-0 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน “ปีศาจแดง” เก็บชัย 3 นัดรวด (เอฟเวอร์ตัน 3-1, เวสต์บรอม 1-0 และล่าสุด เซาธ์แฮมตัน 3-2)
ผมคงไม่ต่างจากผู้ชมทางบ้านมากนักเมื่อคิดว่าเกมที่ เซนต์แมร์รี่ จบตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงเศษๆหลัง “นักบุญ” ยิงนำถึง 2-0
แม้ดูจากรูปเกม ยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นรองมีโอกาสเข้าทำสวยๆมากกว่าเจ้าถิ่นที่ว่าจะไปแล้ว 2 ประตูที่ได้มานั้นมาจาก “เซ็ตพีซ” ทั้งหมด
การเล่นในครึ่งแรกกับครึ่งหลังไม่ได้แตกต่างอะไรมากนักเพียงแต่ที่เราต้องให้เครดิตเลยคือ โซลชา คือการเปลี่ยนตัวเร็วตั้งแต่พักครึ่ง (คาวานี่ แทน กรีนวู้ด)
เป็นอารมณ์ที่คิดไวขยับตัวไวไม่ใช่นั่งฟาร์มเวลไถไอแพด
Class ของ บรูโน่ แฟร์นานเดซ ยังเป็นตัวแบกภาระให้ทีมต่อไปเพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าประตูตีไข่แตกของแข้งทีมชาติ โปรตุเกส ในนาที 60 เป็นการปลุกคนอื่นๆคึกขึ้นมาทันที
สัญชาตญาณการจบสกอร์ของ คาวานี่ แสดงให้เห็นถึงแตกต่างที่นักเตะตัวรุกของ “ปีศาจแดง” หลายต่อหลายคนไม่มี
การเล่นไม่หวือหวาแต่มีประสิทธิภาพ หวังผลได้เมื่อชาติต้องการเป็นสิ่งที่โค้ชทุกคนอยากมี
นิยามเบาๆสำหรับมุมมองผม นักบอลจะมีประเภทชอบเสียงครางของแฟนบอลแต่บอลสุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่ priority
ส่วนอีกประเภทคือไม่หวือหวาแต่มีประสิทธิภาพ หวังผลได้เมื่อชาติต้องการเป็นสิ่งที่โค้ชทุกคนอยากมี
หน้าเป้าโดยธรรมชาติกับการอยู่ถูกที่ถูกเวลาไม่ใช่เรื่องบังเอิญทั้งลูกพุ่งของเผาขนแบบไม่ทันตั้งตัว (จากลูกยิงของ บรูโน่) รวมถึงประตูชัย 3-2 ที่วิ่งไปจุดนัดพบแซงหน้า แยนนิก เวสเตอร์การ์ด เบียดเสาแรก
การ “คัมแบ็ค” ที่ เร้ดอาร์มี่ ไม่คิดว่าจะได้เห็นในยุคของ โอเล่ โดยเฉพาะตามหลังห่างถึง 2 ลูกแบบนี้ผมว่าจะเป็นการต่อยอดครั้งสำคัญของ ยูไนเต็ด
อย่างน้อยทำให้ภายในทีมรู้สึกเกิดความเชื่อในศักยภาพตัวเอง ไม่ใช่อยู่ในจิตใต้สำนึกว่าโดนนำแล้วคือแพ้แน่ๆถ้าแบบนี้อันตรายในระยะยาว
การเก็บชัยในแต่ละนัดก็อีกเรื่องนึงแต่ด้วยการ “คัมแบ็ค” เป็น story ที่ยกระดับทีมขึ้นมา
เป็นการกวาดชัย 9 แต้มเต็มแบบไม่ต้อง “วนลูป” ครั้งนี้ทำสัปดาห์หน้าผมว่าน่าสนใจเอามากๆ
เพราะ สเปอร์ส ต้องเจอดาร์บี้แมทช์อีกเกมกับ อาร์เซนอล ส่วน เชลซี ต้องเจอกับทีมบ้าพลังอย่าง ลีดส์
ในขณะที่ ลิเวอร์พูล เจอของแข็งกับ วูลฟ์ ที่มีโอกาสถูกฉกแต้มสูงมาก
นั่นหมายความว่าหากเด็กๆ โอเล่ ตามเก็บงานในการเยือน เวสต์แฮม อีกนัดจะเปิดตัวร่วมแบ่งเค้ก “จ่าฝูง” ในอนาคตอันใกล้นี้แน่ๆครับ
อันนี้ผมขออภัยที่ไม่ได้พูดถึง แมนฯ ซิตี้ ในเกมนัดหน้าด้วยเพราะ 3 แต้มนอนมาอยู่ที่ว่าจะยิง ฟูแล่ม กี่ลูกเท่านั้น
ผมขอปิดท้ายเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าทั้ง 2 ทีมเล่นรัดกุมและวิ่งแย่งบอลในแดนกลางกันหนักมากเพราะเป็นพื้นยุทธศาตร์สำคัญที่จะทำให้ทั้งคู่หาทางขึ้นเกม
ซึ่งอย่างที่บอกมันไม่มีใครได้เวลาให้ทำอะไรกับมันมากนักเนื่องจากเกมรับที่้เหนียวของทั้งคู่โดยเฉพาะหมากของ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ปิดทางขึ้นของ เชลซี ไว้ได้เกือบหมด
เช่นเดียวกับ แฟร็งค์ แลมพาร์ด ที่ให้ลูกทีมเฝ้าระวัง แฮร์รี่ เคน และ ซน เฮือง มิน ทำให้ connection ของทั้งคู่ต่อไม่ติด ไม่มีพื้นที่หลังบ้านให้วิ่งสอดส่วนหอกทีมชาติอังกฤษแค่ลำพังตัวเองได้บอลก็ถูกล็อกตัวทันที
อีกจุดที่ชวนให้คิดคือเราจะเห็นการ cross จากริมเส้นของ เชลซี สวยๆแต่บังเอิญเป็น แทมมี่ อับราฮัม ไม่ใช่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ จนกล้องต้องแพนจับไปที่ดววยิง “ตราไก่”
การส่งลงมาช่วง 10 นาทีสุดท้ายอันเป็นรู้กันครับเมื่อ “น้ามู” ก็สั่งให้ลูกทีมปิดการขึ้นมาเปิดของ รีซ เจมส์ ทันที
ผมว่าทั้ง 2 ทีมควรออกจากสนามด้วยการแบ่งแต้มสมเหตุสมผลที่สุดแล้วครับเพราะภาพที่ออกมาไม่มีใครควรต้องแพ้ เป็นการสู้กันด้วยแท็คติกส์และผลัดกันพลาดช่วงท้ายคนละที
จุดเล็กๆที่ขอพูดเป็นเกร็ดนิดหน่อยคือ พอล เทียร์นี่ย์ ผู้ตัดสินเป่าแบบผู้รักษากฏไม่ใช่มุมมองของคนกีฬาจนค้านสายตาจังๆ 2 หน
เช่นจังหวะที่ รีซ เจมส์ ถูกใบเหลืองหลังถูกตีความว่าไปใช้มือตีหน้า เซร์คิโอ เรกีล่อน
ผมว่าดูไม่ยากเลยนะครับ เจมส์ ออกตัวดักบอลก่อนที่ เรกีล่อน จะแตะบอลหนีด้วยซ้ำ
ลูกนี้ผมว่าเป็นการ อ่านเกมขาดโคตรๆส่วนมือไม้ที่ออกนั้นแทบไม่ได้ฟาดโดนหน้าแบ็ค สเปอร์ส ด้วยซ้ำและเป็นการกางเพราะถูกอีกฝ่ายถูไถเบียดเพราะเสียเหลี่ยมไปแล้วมากกว่า
ผู้ตัดสินต้องมองเรื่องใครได้เปรียบเสียเปรียบก่อนเป็นลำดับแรกครับแล้วจะเป่าง่าย อะไรที่ตามมาหลังจากนั้นคือส่วนเกิน ถ้าไม่ให้ เจมส์ เอาแขนไปโดนก็ต้องห้าม เรกีล่อน มาแซะมาโดนตัวด้วยถูกไหมครับ?
พอถูกจับฟาว์ลและยังมีใบเหลืองแถมให้อีกเสียงโวยวายจากข้างสนามดังลั่นไปสิ
ใบเหลืองก็ทำให้ เจมส์ อาจจะเล่นไปพะวงไปและโชคดีไม่เกิดเหตุการณ์ 2 เหลืองก็เลยไม่ใช่ประเด็นใหญ่โตอะไร คงมีแต่ผมคนเดียวแหละครับที่รู้สึกหงุดหงิดที่กรรมการอังกฤษไม่ฉลาดเอาซะเลย
หรืออีกจังหวะที่ต้องขออภัยจำชื่อนักเตะไม่ได้เมื่อฝั่งสเปอร์สกระชากแล้วบอลกำลังจะออกเส้นหลังพอมีการ contact ก็ทิ้งตัวเอาฟาว์ลและได้ด้วย
หากเราได้ดูบอลยุโรปบ่อยๆจะเห็นความแตกต่างของผู้ตัดสินที่ดูเหมือนเข้าใจเกมมากกว่าซึ่งแน่นอนครับจังหวะแบบนี้ไม่ได้กินแน่ๆแต่ไม่ใช่สำหรับกรรมการอังกฤษ
ครับ…หากพิจารณาจากการที่ ลิเวอร์พูล ทำแต้มหล่นไปก่อนหน้านี้ผมเดาว่าทั้ง 2 ทีมตั้งธงว่าเกมนี้ 1 แต้มเป็นเป้าหมาย(อย่างน้อยๆไว้ก่อน) และหาจังหวะเพื่อขโมย 3 แต้มเมื่อมีโอกาส
ผลลัพท์ สเปอร์ส กลับขึ้นจ่าฝูงและไม่ถูก เชลซี แซงขึ้นไป
ส่วน แลมพ์ ก็มองว่าระยะห่างจาก “จ่าฝูง” ยัง 2 แต้มเท่าเดิม ขอแค่ไม่พลาดนัดนี้แล้วไปตั้งต้นบัฟกับทีมอื่นนัดต่อๆไปน่าจะสวยกว่าการถูกหนีไป 5 แต้มซึ่งเท่ากับต้องใช้เวลา 2 วีคในการเริ่มใหม่ (โดยที่ สเปอร์ส ต้องพลาดให้ด้วย)
พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้กำลังจะเข้าสู่ 1 ใน 3 ผมยังมองว่าอุปสรรคกำหนดทิศทางของแต่ละทีมยังอยู่ที่สภาพร่างกายของนักเตะ
การที่โปรแกรมฤดูกาลที่แล้วถูก “รีบเร่ง” จนนักเตะไม่คุ้นชินกับปรีซีซั่นที่มาอย่างไวส่งผลทำให้ตอนนี้ร่างกายเปราะบางเจ็บกันง่ายมาก
สมาคมฟุตบอล หรือ เอฟเอ เป็น DNA ของคนอังกฤษโบราณอย่างแท้จริง คนพวกนี้มีอีโก้จัดและคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำโดยไม่เหมือนชาวบ้านคือ identity ของความเป็นผู้นำโดยไม่ได้ดูว่าโลกเขาไปถึงไหนแล้ว
อย่าลืมว่าเดี๋ยวต้องมี boxing day เตะวันเว้นวันให้คนใส่สูทเขานั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดูนักบอลตะบี้ตะบันเตะในห้องแอร์กันอีกนะ
วันดีคืนดีต้านกระแสไม่ไหวกลับมาเปลี่ยน 5 ตัวก็ไม่รู้ว่าวันนั้นแต่ละทีมจะเหลือผู้เล่นที่ม้านั่งกันพอไหม…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...