'มิตรศึกษา' งานหาคำตอบเรื่องมิตร ชัยบัญชา ในฐานะดาราขวัญใจมวลชน
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2513 มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตจากการตกบันไดเฮลิคอปเตอร์ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ‘อินทรีทอง’
การเสียชีวิตของเขาก่อให้เกิดความเศร้าแก่แฟนๆภาพยนตร์ทั่วประเทศ และในวาระครบรอบ 50 ปีของเหตุการณ์นั้น หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จึงจัดแสดงนิทรรศการ มิตรศึกษา (Mitr-Mythology) โดยข้อมูลจากเพจ หอภาพยนตร์ Thai Film Archive บอกว่า นิทรรศการนี้จะรวบรวมข้อมูล ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โปสเตอร์ และวัตถุต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิต การทำงาน และการเสียชีวิตของมิตร ชัยบัญชา รวมทั้งยังนำเสนอมุมมองต่างๆเพื่อให้เราๆได้รู้ถึงเรื่องราวและบริบทแวดล้อม ว่าเหตุใดมิตร ชัยบัญชา ถึงได้มีอิทธิพลต่อสังคมไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังพยายามถอดรหัสทางสุนทรียศาสตร์และเสน่ห์ในฐานะดาราขวัญใจมวลชน
นิทรรศการดังกล่าวยังนำเสนอข้อมูลแวดล้อมอื่น ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับวงการหนังไทยในยุค 16 มม. , นางเอกคู่บุญของมิตร , ความฝันที่ไม่อาจเป็นจริงของเขา และการยกระดับมิตรจากมนุษย์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเนื่องมาจากการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร ฯลฯ จะเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมที่จะถึงไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 ขณะเดียวกันหอภาพยนตร์ยังจัดฉายโปรแกรมผลงานภาพยนตร์ของ มิตร ชัยบัญชา
ทั้งนี้ท่ามกลางภาพยนตร์นับร้อยๆเรื่องที่เขาแสดงไว้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพลักษณ์ความเป็นวีรบุรุษ หรือ Hero บนจอ คือส่วนสำคัญที่สร้างอิทธิพลให้เขาครองใจแฟน ๆ ทุกเพศทุกวัย ดังนั้นโปรแกรมภาพยนตร์รำลึก มิตร ชัยบัญชา ครั้งนี้หอภาพยนตร์จึงตั้งใจจะพาผู้ชมไปย้อนดูว่าที่ผ่านมาเขาถูกวางบทบาทเป็นฮีโร่ในแบบใดบ้าง
อย่างไรก็ตามเป็นที่สังเกตได้ว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวโลกกำลังตกอยู่ในภาวะสงครามเย็น ความเป็นฮีโร่ของมิตรจึงมักมาพร้อมกับสถานะวีรบุรุษผู้พาประเทศหลุดพ้นเงื้อมมือของกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ หรือลัทธิคอมมิวนิสต์ ไม่ว่าจะการปลอมตัวด้วยหน้ากากอินทรีแดง อันโด่งดัง ทั้ง ‘อวสานอินทรีแดง’ , ‘จ้าวอินทรี’ และ‘อินทรีทอง’ อันเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของชีวิต
การเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มศัตรู ทั้ง‘ทรชนคนสวย’ , ‘ชุมทางหาดใหญ่’ , ‘7 พระกาฬ’ , ‘เพชรตัดเพชร’ , ‘ทรชนเดนตาย’
ในขณะเดียวกัน นอกจากบริบทสงครามเย็น มิตรยังได้เป็นทั้งคาวบอยแบบไทย ๆ ใน ‘จอมโจรมเหศวร’ และข้ามประเทศไปเป็น ‘จอมยุทธ์’ ใน ‘อัศวินดาบกายสิทธิ์’ หนังกำลังภายในที่ร่วมทุนสร้างกับต่างประเทศ
นอกจากเรื่องต่างๆในโปรแกรม‘มิตร ชัยบัญชา The Hero Never Dies’ ซึ่งจัดฉายตลอดเดือนตุลาคมนี้ ยังมีหนังของมิตรเรื่อง‘สมิงบ้านไร่’ และ‘แสนรัก’ ที่จะจัดฉายในรูปแบบพากย์สดอย่างในอดีต เป็นกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นสำหรับวาระครบ 50 ปีแห่งการจากไปของพระเอกผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้โดยเฉพาะ
สำหรับรายละเอียดการจัดฉายมีดังนี้
วันที่ 8 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่ โรงศาลาศีนิมา ฉาย‘สมิงบ้านไร่’ (2507) งานกำกับของพันคำ ที่มิตรแสดงกับ เพชรา เชาวราษฎร์ เรื่องของโมกขศักดิ์ ผู้มีอิทธิพลที่บังคับให้ชาวบ้านร่วมมือกันทำไร่อ้อยส่งให้โรงงานของตัว แต่สมิง บ้านไร่ ไม่คิดจะทำตามข้อบังคับ
จากนั้นเวลา 15.30 น. ฉาย ‘อินทรีทอง’ (2513) ผลงานที่มิตร กำกับ และรับหน้าที่แสดงคู่เพชรา ผลงานภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในชีวิตของเขา เรื่องราวของโรม ฤทธิไกร ผู้ใช้ชีวิตอย่างสำราญในช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในความสงบ จนไม่ต้องเปลี่ยนตนเองเป็นอินทรีแดงอีกต่อไป ทว่าหลังการปรากฏตัวของอินทรีแดงตัวปลอมที่ออกปล้นฆ่าผู้คนอย่างโหดเหี้ยมต่อเนื่อง เขาจึงจำต้องกลับมาสวมหน้ากาก เพื่อสืบหาความจริงอีกครั้ง โดยเรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 18 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่โรงศรีศาลายา
วันที่ 10 ตุลาคม เวลา 14.00 น. ที่โรงศาลาศีนิมา ฉาย‘แสนรัก’ (2510) แบบพากย์สด รังสี ทัศนพยัคฆ์ กำกับเพชรา , ล้อต๊อก ร่วมแสดง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังชีวิตเรื่องเด่นของมิตรและล้อต๊อก ดาวตลกผู้พลิกบทบาทครั้งสำคัญ เรื่องราวของโถ ชาวนายากจนที่บังเอิญไปพบเด็กทารกถูกทิ้งไว้ ด้วยความสงสารเขาจึงเก็บมารับเลี้ยงและตั้งชื่อว่าบุญทิ้ง เมื่อโตขึ้นบุญทิ้งกลายเป็นหนุ่มรูปงาม เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ในหมู่บ้าน แต่ตัวเขาเองกลับไปรักกับพัชรี สาวสวยต่างฐานะ กระทั่งวันหนึ่งมหาเศรษฐีพ่อที่แท้จริงของบุญทิ้งได้ปรากฏตัว พร้อมกับต้องการให้เขาไปอยู่ด้วย
วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่โรงศรีศาลายา ฉาย ‘ทรชนคนสวย’ (2510) ผลงานกำกับของ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา โดยมิตรแสดงร่วมกับ มิสจิ้นหลู ชมเรื่องของอดีตนายตำรวจหนุ่มที่ตัดสินใจออกตามล่าแก๊งค้ายาเสพติดเพียงลำพัง ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากลูกสาวอดีตหัวหน้าแก๊งคนก่อน จากความต้องการล้างแค้นคนที่สังหารพ่อของเธอ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 30 ตุลาคม 13.00 น.
วันที่ 15 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่โรงศรีศาลายา ฉาย ‘จ้าวอินทรี’ (2511) ผลงานกำกับโดย ฉลอง ภักดีวิจิตร มิตรร่วมแสดงกับ พิศมัย วิไลศักดิ์ นี่เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ชุดอินทรีแดง ซึ่งภาคนี้ โรม ฤทธิไกร ต้องปลอมตัวเข้าไปเป็นลูกสมุนของนักธุรกิจวายร้าย ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมและพัวพันกับแก๊งภูตมรณะ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 13.00 น.
วันที่ 16 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่โรงศรีศาลายา ฉาย ‘จอมโจรมเหศวร’ (2513) ผลงานกำกับโดย อนุมาศ บุนนาค งานแสดงของคู่ขวัญมิตร-เพชรา ที่แสดงให้เห็นชีวิตของศวร เภรี ที่ต้องระหกระเหินหนีการตามล่าจากคนที่ฆ่าพ่อของเขา แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผันให้เขาเข้าไปเป็นพรรคพวกของเสือฝ้าย จอมโจรชื่อกระฉ่อน แล้วก็กลายเป็นเสือมเหศวรในที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคม เวลา 15.30 น.
วันที่ 20 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่โรงศรีศาลายา ฉาย‘ชุมทางหาดใหญ่’ (2509) งานกำกับโดย ส. อาสนจินดา ที่มิตร-เพชรา แสดง พ.ต.ต.ทนนัก เสนาประจักษ์ ปลอมตัวมาหาดใหญ่เพื่อสืบคดีของจอมโจรมะเซ็งกะ ที่ถูกกล่าวหาว่ายิงตำรวจตาย และไปอาศัยอยู่กับลีกิมซัว หัวหน้าผู้ก่อการร้ายไร้ชาติ แต่ทันทีที่ไปถึงเขากลับถูกลูกน้องลีกิมซัวจับตัวไป จึงต้องแสร้งเป็นบ้า เหตุการณ์บานปลายจนจ่าดับ จำเปาะ กับเหล่า 7 ประจัญบาน ต้องออกโรงมาช่วยปราบปรามเหล่าร้าย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 13.00 น.
วันที่ 20 ตุลาคม เวลา 15.30 น. ฉาย ‘อวสานอินทรีแดง’ กำกับโดย เนรมิต นำแสดงโดย มิตร-เพชรา หนึ่งในผลงานภาพยนตร์ชุดอินทรีแดง เล่าเหตุการณ์เมื่อมีกลุ่มโจรโบว์ดำอาละวาด โรม ฤทธิไกร ก็ต้องออกมาจัดการ ในขณะที่ตัวเขาเองก็ถูกตามล่าโดยบรรดาตำรวจ เหตุจากการทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 30 ตุลาคม 15.30 น.
วันที่ 21 ตุลาคม เวลา 15.30 น. ที่โรงศรีศาลายา ฉาย‘7 พระกาฬ’ (2510) ผลงานกำกับโดย ชาลี อินทรวิจิตร นำแสดงโดยมิตร -เพชรา เมื่อนักโทษ 7 คน หนีการควบคุมระหว่างถูกนำตัวไปฝากขัง องค์กรก่อการร้ายซึ่งกำลังรวบรวมคนเพื่อก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ จึงได้ออกตามตัวพวกเขาเพื่อให้มาร่วมมือกันในปฏิบัติการนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าในบรรดานักโทษทั้งเจ็ด จะมีสายลับแฝงตัวอยู่เพื่อหวังหยุดยั้งแผนการดังกล่าว ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 29 ตุลาคม เวลา 15.30 น.
วันที่ 22 ตุลาคม เวลา 15.30 น. ที่โรงศรีศาลายา ฉาย ‘ทรชนเดนตาย’ (2512) ผลงานกำกับโดย มารุต ที่มีโสภา สถาพร ร่วมแสดง เรื่องนี้มิตรรับบทเป็นหนึ่งในสามทหารเสือ ซึ่งถูกเรียกตัวให้มาร่วมกันทำงานเพื่อสืบราชการลับ และต้องปลอมตัวเข้าไปในดินแดนของพรรคคอมมิวนิสต์ โดยมีสาวสวยอดีตคอมมิวนิสต์กลับใจร่วมขบวนไปด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 15.30 น.
วันที่ 23 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่โรงศรีศาลายา ฉาย‘อัศวินดาบกายสิทธิ์’ (2513) หนังเรื่องแรกที่มิตรร่วมงานกับสตูดิโอในต่างประเทศ และเป็นเพียงเรื่องเดียวที่ถ่ายจนจบก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เรื่องราวการแย่งชิงแร่เกลือมูลค่ามหาศาล ระหว่างตระกูลเหอกับตระกูลเหว่ย จนฝ่ายหลังเหลือเพียง เหว่ยชิง จอมยุทธ์หนุ่มรูปงามทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลที่รอดมาได้พร้อมกับความแค้น ทว่าการชำระแค้นนั้นกลับมีอุปสรรค เมื่อเขาได้พบรักกับเหอหลานจู บุตรสาวตระกูลคู่อาฆาต กำกับโดย เฉิน เลียก ปิน โดยมิตร แสดงร่วมกับ เถียนเหย่ ,ซีเจียง ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคม เวลา 13.00 น.
วันที่ 23 ตุลาคม เวลา 15.30 น. ฉาย‘เพชรตัดเพชร’ (2509) งานกำกับร่วมของ วิจิตร คุณาวุฒิ ,พร้อมสิน สีบุญเรือง , ประกอบ แก้วประเสริฐ โดยมิตรแสดงกับ ลือชัย นฤนาท ,เพชรา เชาวราษฎร์ ผลงานแนวสายลับที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ เมื่อปี 2556 เมื่อสมุนเอกของมาเฟียข้ามชาติถูกฆ่าตาย ร.ต.ท.ศักดิ์ชัย ที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันจึงได้สวมรอยเข้าไปในแก๊งเพื่อล้มแผนการยึดครองประเทศ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายอีกครั้งในวันที่ 29 ตุลาคม เวลา 13.00 น.
เปิดสำรองที่นั่งออนไลน์แล้ว โดยเข้าไปดูรายละเอียดได้ใน หอภาพยนตร์ Thai Film Archive