"เพริคลีส" ผู้นำคนสำคัญของเอเธนส์ ติดโรคระบาด กระทบเมือง แบ่งฝั่งปชต.-เผด็จการในภายหลัง
บรรดารายชื่อผู้นำกรีกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก “เพริคลีส” (Pericles) ชนชั้นผู้นำ(ทางการเมือง)ของเอเธนส์ น่าจะเป็นอีกรายที่ยังอยู่ในความทรงจำของทั้งนักประวัติศาสตร์และผู้สนใจเรื่องราวในอดีตของกรีก เขาคือผู้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้มีอำนาจทางการเมืองของเอเธนส์ แต่จากหลักฐานที่พบ เชื่อว่าเขาติดโรคระบาด ก่อนเสียชีวิตท่ามกลางช่วงสงครามส่งผลต่อสภาพโดยรวมของเอเธนส์ ในยุคนั้น
แหล่งข้อมูลหลายแห่งยกให้ช่วงยุคทองที่วัฒนธรรมชาวเอเธนส์รุ่งเรืองนั้น ห้วงหนึ่งในช่วงเวลานั้นอยู่ภายใต้การดูแลของเพริคลีส นักการเมือง นายพล เจ้าของวาทะอันลือลั่น และเป็นพลเมืองกลุ่มแรกๆ ในยุคประชาธิปไตยของเอเธนส์ การทำงานของเขาทั้งในแง่การเมืองและการสงครามส่งอิทธิพลต่อตำแหน่งแห่งหนของเอเธนส์อย่างมาก สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงของเอเธนส์อย่าง “อโครโปลิส” (Acropolis) ที่มีวิหารและสถาปัตยกรรมสำคัญบนเนินหินทางตอนเหนือของเมือง เริ่มก่อสร้างในช่วง 447 ปีก่อนคริสตกาล ก็เริ่มก่อสร้างในยุคที่เขามีบทบาท
บทบาทและเส้นทางช่วงต้น
แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่าเพริคลีส มีชีวิตระหว่าง 495-429 ปีก่อนคริสตกาล อันเป็นช่วงที่ประชาธิปไตยในเอเธนส์เริ่มพัฒนาจากรากฐานเดิม ควบคู่ไปกับความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมต่างๆ เช่น ศิลปะ สถาปัตยกรรม ปรัชญา และโครงสร้างของเมืองกำลังอยู่ในช่วงรุ่งเรือง
รูปปั้นของเพริคลีสซึ่งหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันมักพบเห็นว่าบนศีรษะมีสวมหมวกเหล็ก Plutarch นักปรัชญากรีกมีความเห็นว่า หมวกนี้เป็นการปกปิดข้อบกพร่องเชิงกายภาพที่คนจดจำและมักนำไปล้อกันว่าเขามีศีรษะขนาดใหญ่ ซึ่งดูเป็นความคิดเห็นที่ไม่มีน้ำหนักเท่าที่ควร เสียงอีกฝั่งหนึ่งมองว่า หมวกเป็นสัญลักษณ์ที่ตอกย้ำบทบาทเชิง “นายพล” ของเขามากกว่า
ในวัยหนุ่ม เพริคลีส เป็นที่จดจำในฐานะผู้มั่งคั่งและมีการศึกษา อุปถัมภ์สนับสนุนงานด้านศิลปะ จากนั้นในช่วง 461 ปีก่อนคริสตกาลก็เริ่มมีบทบาททางการเมืองจากการเป็นตัวตั้งตัวตีให้ลงคะแนนล้างอำนาจของสภาขุนนางในระบอบเก่า นักวิชาการบางรายมองว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้นของยุคประชาธิปไตยแห่งเอเธนส์ โดยหลังจากนั้น เพริคลีส ยังอนุมัตินโยบายจ่ายเงินชดเชยให้ทหาร และเจ้าหน้าที่ทางการที่ได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วย นโยบายที่เริ่มปรับเปลี่ยนไปส่งอิทธิพลต่อการเมืองและเชิงสังคมของเอเธนส์ ชนชั้นล่างเริ่มมีบทบาทในฐานะ “พลเมือง” ที่มีทรัพย์สินได้แล้ว
ภายหลังนักการเมืองที่มีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมืองในเอเธนส์ ถูกลอบสังหาร เพริคลีส จึงก้าวขึ้นมาเป็นนักการเมืองดาวโรจน์อีกราย ซึ่งนับตั้งแต่นั้น เขาจะมีบทบาทในทางการเมืองภายในไปจนถึงการเมืองระดับภูมิภาคตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
แต่บทบาทที่ทำให้เพริคลีส เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือส่วนร่วมกับสันนิบาตเดเลียน (Delian League) อันเป็นการรวมตัวของนครรัฐอื่นๆ ในดินแดนกรีซ เพื่อรับมือกับชาวเปอร์เซีย กระทั่งเมื่อ 449 ปีก่อนคริสตกาล สันนิบาตเดเลียนตกลงสงบศึกเปอร์เซียน นำมาสู่สันติภาพในภูมิภาคราว 2 ทศวรรษ และในช่วงเวลาแห่งความสงบสุข เอเธนส์ก็เริ่มก่อสร้างกลุ่มสิ่งปลูกสร้างที่เรียกว่าแถบ “อโครโปลิส” เมื่อ 447 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งยังหลงเหลือซากให้เห็นจนถึงปัจจุบันและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรีซในวันนี้ มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมจนมีสถานะมรดกโลก
อย่างไรก็ตาม สภาพสุขสงบของเอเธนส์ มาชะงักลงเมื่อ 431 ปีก่อนคริสตกาล “สงครามเพโลพอนนีเซียน” (Peloponnesian War) เกิดขึ้นระหว่าง 431–404 ปีก่อนคริสตกาล อันเป็นสงครามระหว่างจักรวรรดิเอเธนส์ (พัฒนามาจากสันนิบาตเดเลียน) และกลุ่มสปาร์ตาพร้อมเหล่าพันธมิตรที่ส่วนใหญ่มาจากแถบเพโลพอนนีสหรือเรียกกันว่า “สันนิบาตเพโลพอนนีส” ฝั่งเอเธนส์ ก็มี “เพริคลีส” เป็นผู้นำคนสำคัญ
ชนวนสงคราม
ชนวนของสงครามจากการอธิบายของโกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ระบุไว้ว่า จุดแตกหักเริ่มมาจากนครรัฐคอรินธ์ ซึ่งเป็นสมาชิกสันนิบาตเพโลพอนนีส (ฝั่งสปาร์ตา) เริ่มสร้างฐานการค้าทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แข่งกับเอเธนส์ เวลาต่อมา นครรัฐคอรินธ์ ไม่ลงรอยกับนครรัฐคอร์ซิรา แห่งสันนิบาตเดลอส (ฝั่งเอเธนส์)
เอเธนส์ ที่เป็นผู้นำกลุ่มจึงเข้ามาช่วยเหลือนครรัฐคอร์ซิรา ส่วนสปาร์ตา ก็เข้ามาช่วยเหลือคอรินธ์ ภายหลังจึงเกิดสงครามปะทุกลายเป็นมหาสงครามเพโลพอนนีเซียน ซึ่งแบ่งออกได้เป็นหลายช่วง
เมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้นไม่นาน ปีที่ 2 ของสงครามก็เริ่มมีโรคระบาดเข้ามาส่งผลกระทบต่อสงครามที่กินเวลายาวนาน 30 ปี จากการศึกษาของนักประวัติศาสตร์ โรคระบาดเข้ามาเล่นงานฝั่งเอเธนส์ ซึ่งขณะนั้นกำลังถูกปิดล้อมโดยสปาร์ตา ภายในเวลา 3 ปีต่อมา ประชาการส่วนใหญ่ติดโรคระบาด คาดว่าประชากรราวร้อยละ 25 หรือประมาณ 75,000 ถึง 100,000 คน เสียชีวิตลงเพราะโรคระบาด แต่นี่เป็นอีกหนึ่งข้อมูลตัวเลขจากยุคโบราณซึ่งนักประวัติศาสตร์ยังตั้งคำถามถึงน้ำหนักความน่าเชื่อถืออยู่ บันทึกของทิวซิดิดีสก็ไม่ได้เอ่ยถึงตัวเลขผู้เสียชีวิต
บันทึกของทิวซิดิดีส ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับโรคระบาดค่อนข้างละเอียด และเชื่อว่าบันทึกเกี่ยวกับโรคระบาดของเอเธนส์ ส่งผลกระทบต่อประวัติศาสตร์ภูมิภาคตะวันตกมาอีกหลายพันปี อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยโดยนักประวัติศาสตร์ยุคใหม่พบว่า ในรอบ 100 ปีหลังมานี้ นักฟิสิกส์และนักวิจัยไม่เห็นด้วยกับต้นตอและลักษณะของโรคระบาด
ข้อมูลเบื้องต้นของโรคระบาดนั้น เนวิลล์ มอร์ลีย์ (Neville Morley) ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์คลาสสิกและยุคโบราณจากมหาวิทยาลัย Exeter เล่าไว้ว่า มีจุดเชื่อมโยงกับช่วงเริ่มต้นสงคราม เพริคลีส (Pericles) ผู้นำเอเธนส์ และเป็นผู้นำเอเธนส์ เข้าสู่สภาวะสงคราม โดยเขามองว่า ฝั่งสปาร์ตา แข็งแกร่งอย่างมากในการรบบนบก ขณะที่เอเธนส์ มีพื้นที่ใกล้ชิดทะเล เอเธนส์ ไม่เพียงมีกำแพงล้อมรอบเมืองเท่านั้น กำแพงยังล้อมรอบไปถึงท่าของเมืองด้วย
กลยุทธ์ของเพริคลีส คือใช้กำแพงเป็นเกราะกำบัง พวกเขามีเสบียงเพียงพอ ตราบใดที่พวกเขามีทัพเรืออันเป็นที่เลื่องลือเป็นกำลังสำคัญในการรบ พวกเขาย่อมไม่ได้รับอันตรายใดๆ จากการบุกของสปาร์ตัน เมื่อสปาร์ตัน บุกไม่สำเร็จก็จะเหนื่อยหน่ายไปเอง ขณะเดียวกันพวกเขาจะส่งกองเรืออ้อมไปโจมตีฝั่งตรงข้ามทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรรายเล็กรายน้อยของสปาร์ตา
ปีแรกของสงครามออกมาในรูปแบบข้างต้น พวกสปาร์ตัน รุกรานมาเรื่อย แต่เมื่อไม่พบอะไรก็เผาพืชผลและจากไป ส่วนทัพเรือของเอเธนส์ ก็ยึดพื้นที่ทะเล และสปาร์ตันกับพันธมิตรก็ไม่กล้าเข้าเผชิญหน้ารบกันทางทะเล ช่วงเวลานั้นฝั่งเอเธนส์ ก็มีสูญเสียกำลังคนบ้างจนปรากฏสุนทรพจน์ของเพริคลีส ซึ่งนักการเมืองสหรัฐฯ ยังหยิบยกไปใช้อย่างวาทะว่า
“นี่คือประชาธิปไตยที่พวกเราต่อสู้เพื่อ นี่คือสิ่งที่เราเตรียมพร้อมเสียสละตัวเองเพื่อมัน”
(เอเธนส์ เป็นนครที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีเสรีภาพมากกว่าสปาร์ตา ซึ่งเป็นเผด็จการทหาร)
แต่หลังจากสุนทรพจน์นี้ผ่านไป โรคระบาดก็ตามมา
โรคระบาดช่วงสงคราม
ทิวซิดิดีส (Thucydides) นักประวัติศาสตร์กรีกผู้จดบันทึกสงคราม (ในประวัติศาสตร์มีทิวซิดิดีส 2 ราย รายหนึ่งคือ ทิวซิดิดีส บุตรแห่ง Melesias ขณะที่ “ทิวซิดิดีส” ซึ่งเป็น “นักประวัติศาสตร์” คือ ทิวซิดิดีส บุตรแห่ง Olorus) ทิวซิดิดีส ที่เป็นนักประวัติศาสตร์ เล่าถึงโรคระบาดว่า เป็นโรคระบาดที่เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป กินเวลารวมประมาณ 4-5 ปี เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ทิวซิดิดีส บอกเล่าพุ่งเป้าไปยังปีแรกของโรคระบาดมากกว่า เขาชี้ให้เห็นว่ามันส่งผลทุกข์ทรมานอย่างไรบ้าง
สิ่งที่ทิวซิดิดีส บอกเล่าเกี่ยวกับโรคระบาดนั้น ระบุว่าโรคที่ชาวเอเธนส์ พบเจอเป็นสิ่งใหม่และเน้นชัดว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน อีกประการหนึ่งที่พอสังเกตได้คือ หากเกิดระบาดในวงกว้าง ประชากรติดโรคจำนวนมากก็อาจชี้อีกทางว่า พวกเขาไม่เคยมีภูมิคุ้มกันต่อโรคมาก่อน
ทิวซิดิดีส เล่าว่า โรคเริ่มจากเอธิโอเปีย (ไม่มีคำยืนยันใดๆ ทางวิทยาศาสตร์ เป็นเพียงสิ่งที่ทิวซิดิดีส บอกเล่าสิ่งที่เขาเชื่อ) เขาเล่าว่ามันระบาดเข้าสู่อียิปต์ และแถบชายฝั่งแอฟริกันไปทางตะวันตกมาสู่ลิเบีย (ชื่อเรียกตามพื้นที่ปัจจุบัน)
ทิวซิดิดีส ยังบอกเล่าว่าโรคระบาดส่งผลกระทบต่อ “ดินแดนของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่” (เข้าใจกันว่าน่าจะหมายถึงเปอร์เซีย) โรคระบาดแพร่ไปทางตะวันออกในเวลาต่อมา แต่ไม่อาจบ่งชี้ได้ว่า ระบาดไปไกลแค่ไหน จากนั้นก็มาถึงตาของเอเธนส์ โรคระบาดแพร่กระจายไปทั่วเอเจียน อย่างน้อยก็มีเกาะแห่งหนึ่งที่โดนระบาดใส่ขณะที่โรคระบาดแพร่กระจายไปตามเส้นทาง และค่อนข้างแน่ชัดว่าเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เอเธนส์ จะพลอยมีโรคระบาดไปด้วยเนื่องจากเอเธนส์ เป็นศูนย์กลางการค้า มีเรือเข้าออกมากมาย
ขณะที่บางพื้นที่ของกรีซโบราณยังเป็นพื้นที่แยกออกมา ส่วนฝั่งสปาร์ตา และพันธมิตรได้รับผลกระทบจากโรคระบาดน้อยมาก พวกเขาไม่โดนระบาดใส่ก็ว่าได้ แต่สำหรับเอเธนส์ ที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก มีประชากรจำนวนมาก หนำซ้ำประชากรยังอยู่แต่ในกำแพงด้วย บริบทแวดล้อมนี้นำมาสู่การระบาดของโรคติดต่อไม่มากก็น้อย
โรคที่เป็นไปได้?
หากวิเคราะห์เบื้องต้นจากอาการของโรค เมื่อพิจารณาจากข้อมูลของการที่ทิวซิดิดีส บันทึกไว้ มีความเป็นไปได้ 2 ชนิดที่โรคระบาดในเอเธนส์ จะเป็นโรคเหล่านี้ในยุคโมเดิร์น คือ ไข้ทรพิษ กับโรคไข้รากสาดใหญ่
แต่หากพิจารณาจากระเบียบวิธีสมัยใหม่ อาทิ นิติเวชทางมานุษยวิทยา, ประชากรศาสตร์, ระบาดวิทยา รวมถึงการวิเคราะห์ดีเอ็นเอแล้ว การระบาดในบันทึกของทิวซิดีดีส มีข้อน่าสงสัย
จากการสร้างโมเดลตัวอย่างผ่านการคำนวณทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับอัตราการติดเชื้อและผู้มีอาการ ประกอบกับการจำลองระยะเวลาว่า เชื้อโรคใช้เวลาแพร่กระจายจากเมืองสู่เมืองนานแค่ไหน และระบาดในพื้นที่หนึ่งได้นานเพียงใด ทำให้มองว่า โรคทั้ง 2 กลุ่มมีความเป็นไปได้น้อยที่จะเป็นโรคต้องสงสัยในสมัยนั้น
งานวิจัยหยิบยกผลการขุดค้นพบหลุมศพขนาดใหญ่เมื่อปี 2001 ที่เชื่อว่าเป็นหลุมของผู้เสียชีวิตในช่วงที่เกิดการระบาดในบันทึก ทีมงานสามารถสกัดจุลินทรีย์ไทฟอยด์ (Salmonella enterica serovar Typhi) จากกระดูกกะโหลก 3 ชิ้น แต่เนื่องด้วยโรคไทฟอยด์เป็นโรคระบาดทั่วไปในกรีก จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุของโรคระบาดลุกลามในครั้งนั้น
มีคำถามที่น่าสนใจข้อหนึ่งว่า ไฉนโรคนี้ไม่ระบาดไปถึงฝั่งสปาร์ตา และพันธมิตร เนวิลล์ อธิบายว่า ไม่มีข้อมูลใดเกี่ยวกับโรคระบาดในฝั่งสปาร์ตา ปรากฏเพียงแค่ข้อกล่าวอ้างที่บอกว่ากระทบสปาร์ตา เล็กน้อยเท่านั้น และน่าจะสืบเนื่องมาจากสปาร์ตา เป็นชนที่นิยมการแยกอยู่อย่างโดดเดี่ยว ชาวสปาร์ตัน ไม่ได้ทำการค้าขาย เท่าที่มีข้อมูล พวกเขาเป็นกลุ่มที่พึ่งพาตนเอง ถ้าจะพบชาวสปาร์ตัน ได้ก็ต้องบนสมรภูมิ โดยทั่วไปแล้วไม่ค่อยได้เผชิญหน้ากับสปาร์ตัน ในตลาดการค้าแถบเอเจียน แต่นี่เป็นเพียงสันนิษฐานเท่านั้น เหตุผลตามความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นทั้งหมดก็ได้หากพิจารณาร่วมกับกรณีโครินเธียนส์ อีกหนึ่งพันธมิตรของสปาร์ตา ซึ่งแข็งแกร่งในการรบทางเรือและเป็นมหาอำนาจอีกรายในทางการค้า ทิวซิดิดีสก็บอกว่า โครินเธียนส์ ไม่ได้รับผลกระทบมากเช่นกัน
สงครามท่ามกลางโรค
เมื่อเกิดโรคระบาดท่ามกลางสงครามแล้ว ดูเหมือนว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังพุ่งเป้าก็คือ สงครามอยู่ดี พวกเขายังไม่มีท่าทีขอสงบศึก ไม่ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การรบ จนกระทั่งเพริคลีสติดโรคระบาดและเสียชีวิตลง ซึ่งการสูญเสียแบบนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่
ในภาพรวมแล้ว นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า ผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดไม่น่าจะกระทบต่อกลยุทธ์การรบ
แต่เป็นการเสียชีวิตของเพริคลีส มากกว่าที่กระทบต่อกลยุทธ์ นำมาซึ่งสภาพเมืองเอเธนส์ แบบที่ไม่สามารถควบคุมได้ หิวกระหาย นิยมความรุนแรง ซึ่งนำมาสู่กลยุทธ์ที่ไม่เหมาะสม (เพริคลีส และบุตรชาย 2 คนเสียชีวิตในช่วงโรคระบาด)
น่าเสียดายที่ทิวซิดิดีส ไม่ได้เอ่ยถึงทางการของเอเธนส์ ว่าพวกเขาทำอย่างไรต่อ แต่เนวิลล์ สันนิษฐานว่า ในเวลานั้น ทางการเอเธนส์ก็คงไร้หนทางเหมือนคนอื่นๆ
เนวิลล์ คาดว่า เพริคลีส น่าจะติดโรคหลังผ่านปีแรกของสงครามไปแล้ว เนื่องจากทิวซิดิดีส เล่าถึง ปีแรกแล้วกระโดดไปเอ่ยถึงเพริคลีส ที่เอ่ยสุนทรพจน์ปกป้องการวางกลยุทธ์ของตัวเอง (ใช้กำแพงเมืองกำบัง และอาศัยความแข็งแกร่งทัพเรือกระจายออกไปเล่นงานฝั่งตรงข้าม) ซึ่งถูกวิจารณ์ จากนั้นเขาติดโรคและเสียชีวิตลง ทิวซิดิดีส ยังสดุดีผู้นำรายนี้อยู่บ้างเมื่อเอ่ยถึงการปกครองของเขา
เมื่อผู้นำเสียชีวิตลง โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ เล่าว่า ผู้นำคนใหม่ของเอเธนส์ ไม่มีความสามารถและบารมีเหมือนกับเพริคลีส จนเอเธนส์แตกออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ประชาธิปไตยและนิยมเผด็จการ
ทิวซิดิดีส เอ่ยถึงอิทธิพลของเพริคลีส ว่า “ในเวลานี้ เอเธนส์เป็นประชาธิปไตยในนาม แต่ที่จริงแล้วอยู่ภายใต้การสั่งการของผู้นำสูงสุด (the first man)” นั่นย่อมแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของเพริคลีส ที่สามารถโน้มน้าวใจประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ เขาสั่งการว่าให้ใครทำอะไรและพวกเขาก็ทำตาม แต่เมื่อผู้นำรายนี้จากไปก็ไม่มีใครเทียบเท่าเขามาสานต่อ
*หมายเหตุ: เนื้อหาส่วนหนึ่งปรับปรุงและเรียบเรียงมาจากบทความ “โรคระบาดกลางสงครามเอเธนส์ VS สปาร์ตา นำมาสู่ยุคประชาธิปไตยกลายพันธุ์?” ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับออนไลน์ *
อ้างอิง :
David Malcolm Lewis. “Pericles Athenian statesman”. Britannica. Online.
KRISTIN BAIRD RATTINI. “Who was Pericles?”. National Geographic. Online.
Katherine Kelaidis. “What the Great Plague of Athens Can Teach Us Now”. The Atlantic. Online. Published 23 MAR 2020. Access 7 APR 2020.
Littman RJ. “The plague of Athens: epidemiology and paleopathology”. Mt Sinai J Med. 2009 OCT;76(5):456-67. Online. Access 7 APR 2020.
NEVILLE MORLEY, RYAN EVANS. “THE PLAGUE AND THE PELOPONNESIAN WAR”. War On The Rocks. Online. Published 23 MAR 2020. Access 7 APR 2020.
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. กับดักทิวซิดิดีส (Thucydides). มติชน. ออนไลน์. เผยแพร่ 11 เมษายน 2561. เข้าถึง 7 เมษายน 2563.
“โรคระบาดกลางสงครามเอเธนส์ VS สปาร์ตา นำมาสู่ยุคประชาธิปไตยกลายพันธุ์?”. ศิลปวัฒนธรรม. ออนไลน์. เข้าถึง 2 ตุลาคม 2563.
เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ตุลาคม 2563