โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตำนาน วันไหว้พระจันทร์ ของฉางเอ๋อและโฮวอี้

MThai.com

เผยแพร่ 12 ก.ย 2562 เวลา 10.36 น.
เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Moon Festival) หรือวันไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง ในภาษาจีนคือ จงชิวเจี๋ย เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่พระจันทร์สวยงามที่สุด

เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Moon Festival) หรือวันไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงของจีน ในภาษาจีนคือ จงชิวเจี๋ย เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่พระจันทร์สวยงามที่สุด ชาวจีนมักเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว จะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ วันนี้เราจะพาไปติดตามตำนาน วันไหว้พระจันทร์ของชาวจีนกัน

เปิดตำนาน วันไหว้พระจันทร์

ของฉางเอ๋อและโฮวอี้

ฉางเอ๋อ คือ หนึ่งในที่มาของเทศกาลไหว้พระจันทร์ นางเป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ และจะประทับเฉพาะแต่บนดวงจันทร์เท่านั้น ฉางเอ๋อ เป็นคนรักของโฮวอี้ ซึ่งเป็นนักยิงธนูแห่งสวรรค์

ในยุคพระเจ้าเหยา สมัยที่โลกยังคง มีดวงอาทิตย์สิบดวงล้อมรอบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้แสงสว่างและความร้อน บนพื้นโลกเต็มไปด้วยจอมยุทธ์ และผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างสงบสุข ทำให้เป็นที่อิจฉาของเหล่าเซียนเทวดา พวกเซียน รู้สึกว่าผู้คนเริ่มไม่ให้ความเคารพนับถือพวกเขา จึงทำให้ดวงอาทิตย์ทั้งสิบดวงให้สาดส่องแสงอันแรงกล้าลงมายังพื้นโลกพร้อมกัน ทำให้โลกร้อนระอุเป็นเพลิง เหล่าเซียนและเทวดาหวังที่จะให้ผู้คน ร้องขอและกลับมาเกรงกลัวพวกเขาอีกครั้ง

แต่เง็กเซียนฮ่องเต้เห็นถึงความเดือดร้อนของผู้คน จึงมีบัญชาให้โฮวอี้ไปจัดการ โฮวอี้จึงลงมาสู่โลกมนุษย์พร้อมกับฉางเอ๋อ เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ซึ่งเป็นคนรัก แต่โฮ้วอี้ลำพองใจยิงดวงอาทิตย์ดับไปถึง 9 ดวงจาก 10 ถือเป็นการกระทำเกินเหตุ

เง็กเซียนฮ่องเต้จึงขับไล่โฮ้วอี้ลงจากสวรรค์ไปอยู่ยังโลกมนุษย์ ฉางเอ๋อก็ได้ตามโฮ้วอี้ลงไปด้วย เมื่อโฮ้วอี้มายังโลกมนุษย์แล้ว โฮ้วอี้ได้ใช้ฝีมือยิงธนูปราบปรามสัตว์ร้ายต่าง ๆ จนกระทั่งผู้คนยกให้เป็นผู้นำเผ่าหย่งฉิวและมีชายผู้หนึ่งชื่อเฟิงเมิ่ง ขอรับใช้เป็นศิษย์ของโฮ้วอี้ ตลอดเวลาที่โฮ้วอี้อยู่บนโลกมนุษย์ โฮ้วอี้ลำพองใจยิ่งนักจนกระทั่งเฟิงเมิ่งเกิดอิจฉาที่โฮ้วอี้ได้รับความนิยมมากกว่า ขณะที่ฉางเอ๋อก็ได้สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนไปของโฮ้วอี้

วันหนึ่ง โฮวอี้ได้น้ำอมฤตมาจากเจ้าแม่หว่างมู่ หากใครได้ดื่มกินแล้วจะมีชีวิตเป็นอมตะ เป็นหนุ่มสาวตลอดไป แต่โฮวอี้กลับถูกเฟิงเมิ่งหักหลัง ใช้ธนูแอบยิงโฮ้วอี้ที่ต้นคอจนกระทั่งถึงแก่ความตาย ส่วนฉางเอ๋อก็แอบดื่มน้ำอมฤทธิ์ทำให้มีชีวิตเป็นอมตะ และกลับไปเป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์เพียงลำพัง

เมื่อถึงฤดูหนาวนางจะนำเอาน้ำอมฤตพรมลงมายังโลก ทำให้ต้นข้าวเจริญงอกงามออกรวงได้ผลผลิตดี ชาวจีนจึงเอาข้าวที่ปลูกได้นั้นมาทำขนมประกอบพิธีเพื่อขอบพระคุณพระจันทร์อีกทีหนึ่ง

เมื่อถึงสมัยราชวงศ์สุยและถัง เนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นมีความนิยมที่จะชื่นชมดวงจันทร์ว่า สวยและดูน่ารักใคร่ ดังนั้นทัศนะที่มีต่อฉางเอ๋อผู้ซึ่งอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ว่าเป็นผู้ที่อ่อนหวาน สวยงาม ฉลาด มีจิตใจดีงาม เป็นต้น และหญิงสาวชาวจีนในยุคนั้น นิยมสวดขอพรจากฉางเอ๋อ เพื่อให้มีความเยาว์วัยและงดงามตลอดไปดุจดั่งแม่นางฉางเอ๋อ

ตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์

อีกตำนานเล่าขานเกี่ยวกับวันไหว้พระจันทร์ ก็คือ ตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์ มีอยู่ปีหนึ่งในเมืองปักกิ่งเกิดโรคอหิวาระบาดหนัก เมื่อเทพธิดาฉางเอ๋อซึ่งอยู่บนดวงจันทร์ได้มองลงมาเห็น ก็ทำให้รู้สึกทุกข์ใจเป็นอย่างมาก จึงได้ส่งกระต่ายหยกข้างกายที่ปกติตำยาอยู่บนดวงจันทร์ ให้ลงมารักษาโรคชาวบ้าน กระต่ายหยกแปลงกายเป็นหญิงสาวไปรักษาผู้คนหายจากโรค หลังจากกำจัดโรคภัยให้ชาวเมืองเสร็จเรียบร้อย กระต่ายหยกก็กลับขึ้นไปยังดวงจันทร์ นับแต่นั้นมาชาวบ้านจึงได้กราบไหว้บูชาเทพเจ้ากระต่ายในวันไหว้พระจันทร์ด้วย

ความเป็นมาของขนมไหว้พระจันทร์

วันไหว้พระจันทร์ปีนี้ ตรงกับวันที่?

สำหรับวันไหว้พระจันทร์ของปีนี้ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจีน ส่วนปฏิทินสากล ตรงกับวันที่13 กันยายน 2562

 วิธีไหว้พระจันทร์

ส่วนใหญ่จะไหว้ในช่วงเวลากลางคืน หรือช่วงเวลาที่เห็นพระจันทร์เต็มดวง ตั้งโต๊ะบนดาดฟ้า หรือกลางแจ้ง มีอาหารเจแห้ง 5 อย่าง คือ วุ้นเส้น, ดอกไม้จีน, เห็ดหูหนู, เห็ดหอม, ฟองเต้าหู้, ขนมไหว้พระจันทร์ ไส้อะไรก็ได้ที่ไม่มีไข่แดงเค็ม และต้องไม่ใช่ไส้โหงวยิ้ง, ขนมโก๋, ผลไม้, เครื่องดื่ม (น้ำชา), กระดาษเงินกระดาษทอง, ธูป 3 ดอก

หลังจากการบูชาจบลง คนทั้งบ้านก็จะแบ่งกันกินขนมไหว้พระจันทร์ เนื่องจากขนมไหว้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความกลมเกลียว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...