โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซ้อมเชียร์สาย รุ่นพี่สั่งวิ่งรอบสนาม นักศึกษาสาวช็อกเสียชีวิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ส.ค. 2563 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2563 เวลา 04.31 น.

นักศึกษาหญิงเสียชีวิตกะทันหัน หลังรุ่นพี่สั่งให้วิ่งรอบสนาม เนื่องจากมาซ้อมเชียร์ช้า ญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิต มหาวิทยาลัยกับเพื่อน ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน 

วันที่ 21 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาหญิงมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ใน จ.ภูเก็ต เสียชีวิตกะทันหัน หลังเกิดอาการช็อกหมดสติ และ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ญาติของผู้เสียชีวิต เผยว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดดำ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว

จากการสอบถามเพื่อน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.พรพิพัฒน์ (ผู้เสียชีวิต) ไปซ้อมเชียร์ช้ากว่าปกติ รุ่นพี่จึงทำโทษด้วยการให้วิ่งรอบสนาม แต่ น.ส.พรพิพัฒน์ เกิดเป็นลม และช็อกหมดสติ หัวใจหยุดเต้นไปประมาณ 7 นาที

ข่าวสด รายงานว่า บรรดาญาติๆ ของผู้เสียชีวิต นำโดย น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ พี่สาว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชน สุทธิมาศ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันพร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตนางสาวพรพิพัฒน์

หลังพบว่าข้อมูลจากที่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตแจ้ง กับ ข้อมูลที่ได้จากเพื่อนๆ ผู้เสียชีวิต ไม่สอดคล้องกัน

น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ พี่สาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมาทาง มหาวิทยาลัยฯ ได้แจ้งกับครอบครัวว่า น้องเป็นลมและได้นำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ทางครอบครัวจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็พบว่าน้องอยู่ในห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีหมอและพยาบาลให้การช่วยเหลืออยู่

โดยทางหมอแจ้งว่าว่าน้องมีอาการหนัก ซึ่งขัดแย้งกับอาการเป็นลม และทางหมอแจ้งว่าน้องมีเลือดออกในช่องปอด ซึ่งอาการนี้มันยังหาสาเหตุไม่ได้ตามที่ทางมหาวิทยาลัยฯ แจ้งว่าเกิดจากอาการเป็นลม

จากนั้นวันที่ 20 สิงหาคม หมอก็ยังสอบถามว่าสาเหตุของน้องเกิดจากอะไรกันแน่ และในวันนั้น เพื่อนๆ รุ่นพี่และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้เดินทางมาถึง ทางเราจึงได้สอบถามว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรซึ่งดูจากอาการแล้วไม่น่าจะใช่เป็นลม

ทางอาจารย์ได้แจ้งว่าก่อนเกิดเหตุน้องได้ไปซ้อมลีด ซึ่งก่อนการซ้อมลีดจะมีการวิ่งวอร์มร่างกาย ซึ่งน้องวิ่งได้เพียง 1 รอบก็เกิดอาการเป็นลม จากนั้นเพื่อนๆ เลยนำน้องมาส่งทางโรงพยาบาล ซึ่งอาจารย์และรุ่นพี่น้องๆ เพื่อนๆ เล่าข้อมูลมาเพียงเท่านี้ กระทั่งเมื่อเวลา 18.20 น วานนี้ (20 ส.ค.63) น้องได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ทั้งนี้ น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลที่พบในเพจต่างๆ เเละจากการสอบถามความจริงกับเพื่อนๆ ของน้อง พบว่ามีข้อมูลที่ขัดแย้งกับอาการเป็นลมที่ระบุ ซึ่งเพื่อนของน้องให้ข้อมูลว่าน้องได้ถูกทำโทษ หลังจากที่น้องได้มาซ้อมหลีดสาย เนื่องจากต้องทำงานอยู่ที่อีกตึกหนึ่ง

โดยรุ่นพี่ได้สั่งให้วิ่งจำนวน 8 รอบ ซึ่งน้องวิ่งได้ในรอบที่ 7 ก่อนจะมีอาการช็อก ตาเหลือก ตาค้าง

อย่างไรก็ตามในตอนนี้น้องเสียชีวิตไปแล้ว ก็ต้องทำใจ ทางครอบครัวเองและทางญาติพี่น้องไม่ได้ต้องการให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง แต่ยังติดใจว่าทำไมทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้ข้อมูลที่แท้จริงกับทางครอบครัวและหมอ เพื่อเป็นประโยชน์การรักษา

วันนี้จึงเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อต้องการข้อเท็จจริงจากปากของอาจารย์และรุ่นพี่ โดยอยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สุดท้ายของน้องๆ และไม่อยากให้มีการกระทำเช่นนี้ก็อีก เพราะบุตรหลานใคร ใครก็รัก

ทั้งนี้ น.ส.วิลาวรรณ ยืนยันว่า น้องสาวเป็นคนที่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถม จนเข้ามหาวิทยาลัยชั้นปีหนึ่ง หลังจากที่เราเสียชีวิตทางมหาวิทยาลัยได้ติดต่อมาขอจัดการในเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำศพซึ่งตอนนี้ศพของน้องยังอยู่ที่โรงพยาบาล คาดว่าจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าเรือ อำเภอถลางจังหวัดภูเก็ต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในเวลา 11.00 น. ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้มีการเปิดแถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าว ซึ่งจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...