โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เจียวจินทะลุมิติไปยุค 70

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 พ.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • May2564
เจียวจินจากคนยุคปี พ.ศ. 2567 ผู้ที่เป็นทหารหน่วยรบพิเศษอันดับหนึ่งของค่ายที่ขึ้นชื่อว่าลงมือเหี้ยมโหด ลงมือแต่ล่ะครั้งไม่เคยทำภารกิจพลาด แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น~

ข้อมูลเบื้องต้น

เริ่มอัพตอนแรกวันที่ 10/04/67 เวลา 07.00 น.!!!

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

เจียวจิน

ตอนที่ 1 เจียวจิน

เจียวจินจากคนยุคปี พ.ศ. 2567 ผู้ที่เป็นทหารหน่วยรบพิเศษอันดับหนึ่งของค่ายที่ขึ้นชื่อว่าลงมือเหี้ยมโหด เด็ดขาด ดุดัน ไม่ว่าเจ้าตัวทำภารกิจไหนก็ประสบความสำเร็จไม่มีคำว่าล้มเหลวสักครั้งในตลอดที่สิบปีที่ผ่านมาจนตอนนี้เจียวจินอายุได้สี่สิบห้าปีคิดอยากจะเกษียณตัวเองไปใช้เงินตามความฝันของตัวเองที่แต่ก่อนไม่มีทางเกิดขึ้นได้นั่นก็คือการเปิดร้านอาหารขายทั้งของคาวของหวานนั่นเอง!

เจียวจินนั้นตั้งแต่เด็กมีความสามารถทางด้านนี้มาก ไม่ว่าจะทำอาหารคาวอาหารหวานที่ต่อให้วัตถุดิบที่มีนั้นจะน้อยในขนาดไหนเจียวจินก็สามารถทำมันออกมาให้อร่อยได้ แต่เนื่องจากที่ว่าเป็นเด็กกำพร้ารูปร่างใหญ่โตเกินกว่าอายุ หน้าตาดุดันจึงทำให้ไม่มีใครรับไปเลี้ยงดู แต่โชคดีที่มีร่างกายแข็งแรงทำให้หลังจากที่ออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเจียวจินก็ไปสมัครเป็นทหารทันที

แม้ในตอนแรกๆ จะได้จำพวกงานเบาๆ อย่างถอนหญ้า ทำความสะอาด แต่เนื่องจากมีแววทางด้านการใช้กำลังจนโดนย้ายไปเป็นทหารเต็มตัวทำให้สามารถไต่เต้าไปอยู่ในหน่วยรบได้เนื่องจากตอนนั้นเกิดสงครามระหว่างประเทศเข้าพอดีจึงมีการเกณฑ์คนจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ คนชรา ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิง ถ้าโดนเกณฑ์ไปก็ต้องทำโดยโต้แย้งไม่ได้

แต่เจียวจินนั้นกับสมัครใจที่จะไปเองเพราะต้องการเงิน ความฝันของเขานั้นต้องใช้เงินเป็นอย่างมากในเมื่อสวรรค์ได้มอบร่างกายที่แสนวิเศษนี้มาให้แล้ว ถึงแม้ช่วงแรกๆ เจียวจินจะมีอาการหวาดกลัวในการฆ่าคนแต่เจ้าตัวก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อคิดได้ว่าถ้าไม่ฆ่าตัวเองก็จะถูกฆ่า เจียวจินอยู่ในสงครามแบบนี้ยาวนานถึงสี่ปีจากยศเล็กๆ ขึ้นมาเป็นยศใหญ่ได้จากนิสัยที่ไม่กลัวตายของเขา

ชื่อเสียงการลงมือแต่ละครั้งของเจียวจินแพร่กระจายไปทั่วจนทำให้ใครต่อใครที่รู้ว่าจะได้เจอกับอีกฝ่ายก็ต่างหลีกหนีไปให้พ้นจนในที่สุดสี่สิบปีผ่านมาเจียวจินก็มีเงินเก็บก้อนใหญ่พอที่จะให้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการแม้ในตอนนี้จะอายุมากแล้วก็ตามแต่เจียวจินก็ไม่คิดมากขอแค่ได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงก็ไม่สนเพราะอย่างน้อยๆ ความฝันของตัวเองก็สำเร็จ

เจียวจินเคยคิดน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองเหมือนกันตอนยังเด็ก ทั้งที่ชื่อของเขาหมายถึงทองคำที่อ่อนโยนแท้ๆ แต่ตัวของเขานั้นไม่มีส่วนไหนเหมือนความหมายของชื่อเลยสักนิด ทองคำ? แม้แต่เงินจะซื้อข้าวแต่ละครั้งก็ยังยาก! แล้วอีกประโยคก็คืออ่อนโยน อย่างเขานี่อ่อนโยนเป็นที่ไหนกัน! ตัวโตสูงใหญ่ราวกับหมี สูงถึง 215 เซนติเมตร กล้ามเนื้อเต็มไปทั้งตัว ไม่ต้องพูดถึงบาดแผลต่างๆ ที่มีอยู่ทุกที่ตามตัวของเขาแม้แต่บริเวณใบหน้าก็ไม่เว้นเช่นเดียวกัน

แต่เรื่องนี้ช่างมันเถอะเขาไม่สนใจอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว ยังไงความฝันของเขาก็จะเป็นจริงในอีกไม่ช้าแม้จะไม่รู้ว่าสามารถขายได้หรือเปล่าก็เถอะแต่ไม่ลองก็ไม่รู้ใช่ไหมล่ะ?! ให้เขาทำอยู่หลังร้านแล้วให้พนักงานที่เขาจ้างขายก็ได้นี่ แค่มีเงินทุกอย่างก็เป็นไปได้แล้ว!

เมื่อคิดได้อย่างนั้นเจียวจินก็มีความสุขเตรียมตัวมากพร้อมคว้าเอาจดหมายลาออกไปยืนกับหัวหน้าทันที แม้ในค่ายนี้เขาจะเป็นหัวหน้าก็ตามถ้าลาออกแล้วจะเป็นใหญ่ แต่รองหัวหน้าที่อายุน้อยกว่าเขาสามปีก็มีฝีมือดีเป็นรองเขาเท่านั้นสามารถดูแลค่ายต่อจากเขาอย่างแน่นอน

ตอนนี้ก็ไม่มีสงครามอะไรแล้วด้วยมีแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เขาเชื่อว่าทุกคนในค่ายจะต้องสามารถทำมันได้อย่างแน่นอนโดยที่ไม่มีเขาก็ตาม แต่แล้วความฝันของเขาก็ต้องสลายไปเมื่อไปยื่นจดหมายลาออกกับหัวหน้าก็ได้ยินประโยคในที่ทำเอาเขาแทบจะกลายร่างเป็นยักษ์

"ไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่สามารถลาออกได้เป็นอันขาด!"

"ทำไมละครับหัวหน้า ทำไมผมถึงลาออกไม่ได้?! อายุผมก็เยอะมากขึ้น แล้วร่างกายของผมเองก็ทรุดโทรมลงไปมากไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อนแล้ว ให้ผมออกไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติเถอะครับ!"

"เจียวจิน! จะพูดอะไรก็ดูรูปร่างของนายหน่อยนะ ถ้านายบอกว่าตัวเองไม่แข็งแรงร่างกายทรุดโทรมแล้วฉันล่ะคงใกล้เคียงกับคำว่าผู้ป่วยติดเตียงใช่ไหม?! ที่ฉันให้นายลาออกตอนนี้ไม่ได้ก็เพราะมีภารกิจช่วยเหลือตัวประกันเข้ามาเมื่อกี้นี้เอง ฉันกำลังจะติดต่อไปหานายพอดีแต่นายก็ดันมาหาฉันพร้อมกับจดหมายลาออก ฉันไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำภารกิจนี้นอกจากนาย ทั้งภารกิจนี้เองไม่สามารถใช้คนเยอะได้อีกด้วย หรือจะให้พูดง่ายๆ นายจะต้องไปคนเดียว ฉันเชื่อว่านายทำได้แล้วก็ถ้าจบงานนี้แล้วฉันจะยอมให้นายลาออกได้ตามที่ต้องการพร้อมกับแถมเงินให้อีกจำนวนไม่น้อย สนใจหรือเปล่าล่ะ?"

"สนใจครับ สนมากๆ เลย! ให้ผมออกเดินทางตอนนี้เลยก็ได้ครับ ผมพร้อมแล้ว!"

เมื่อมีทั้งเงินทั้งคำมั่นสัญญาว่าจะให้เขาลาออกได้หลังจากที่ทำภารกิจนี้เสร็จเขาก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิดหนักคิดหลัง การทำภารกิจคนเดียวนั้นเขาเคยทำมามากกว่าร้อยครั้งแล้วด้วยซ้ำ มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยสักนิดทั้งยังเคลื่อนตัวได้ง่ายอีกด้วย ถึงแม้เขาจะตัวใหญ่ๆ แบบนี้แต่บอกได้เลยว่าการเคลื่อนตัวของเขามันเร็วมาก มากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยละ

เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมร่างกายของเขาทำเป็นแบบนี้ได้แต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะสิ่งนี้แหละสามารถทำให้เขารอดพ้นจากการเสียชีวิตในสงครามได้ไม่ว่าจะเป็นความเร็วพละกำลังก็ไม่มีใครสู้เขาได้ แล้วเมื่อพูดคุยถึงรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจนี้เสร็จแล้วเจียวจินก็ไม่รอช้าที่จะไปเตรียมตัวทันที ภารกิจนี้คือการช่วยเหลือตัวประกันที่เป็นบุคคลสำคัญระดับของประเทศที่รอการสังหารในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ตามที่ผู้ก่อการร้ายได้ประกาศไปทั่วทั้งโลก

เมื่อเขาช่วยเหลือตัวประกันคนนี้มาส่งให้นำไปส่งที่สถานที่หนึ่งที่ได้ทำการนัดหมายก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ แค่นี้เองไม่มีอะไรมากแค่เข้าพื้นที่ได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงเสร็จ แต่ก่อนที่เจียวจินจะออกไปทำภารกิจนั้นก็รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างก่อนไปนั่นก็คือพูดร่ำลาเหล่าน้องๆ ในค่ายทุกคนที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์กันมานานตลอดยี่สิบปี เขาร่ำลาทุกคนอย่างมีความสุข รอยยิ้มเต็มใบหน้าของเขาจนทุกคนสามารถสัมผัสได้ว่าเขานั้นมีความสุขมากขนาดไหน แต่ก็แปลกนะที่ในจิตใจของทุกคนนั้นกลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างน่าประหลาด

สงสัยจะกลัวละมั้งว่าคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดที่ยี่สิบกว่าปีจะหายไปไม่ได้ทำงานด้วยกันอีก แต่ทุกคนไม่ได้รู้เลยว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่แล้วที่จะได้เจอกันจริงๆ ในตอนที่มีชีวิตอยู่โดยที่อีกไม่ถึงวันจะได้ทราบข่าวร้ายนี้เจียวจินได้จากโลกนี้ไปแล้วอย่างไม่มีวันที่จะได้พบเจอกันอีก เจียวจินเมื่อร่ำลาทุกคนแล้วก็ออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ตัวเองต้องไปช่วยเหลือตัวประกันทันที

เมื่อมาสถานที่ที่ผู้ก่อการร้ายจับตัวประกันเจียวจินก็สามารถเข้าไปยังพื้นที่เฝ้าระวังได้อย่างง่ายดายแม้จะมีผู้คนมากมายหลายร้อยคนเฝ้าบริเวณรอบๆ ก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครสามารถจับทิศทางของเจียวจินได้เลยตั้งแต่ที่เข้ามาและเขาพาตัวประกันออกไปส่งถึงเป้าหมายก็ยังไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าคนที่พวกตนจะประหารอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ได้หายไป

เจียวจินอุ้มตัวประกันวิ่งไปยังสถานที่นัดไว้ได้อย่างไร้รอยขีดข่วน เมื่อส่งตัวประกันขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้สำเร็จเจียวจินกำลังจะก้าวตามขึ้นไปอยู่ๆ ก็เกิดดินทรุดลงกะทันหันและมันเป็นตรงที่เขายืนแค่ตรงเดียวเท่านั้นทำให้เขาหายลงไปในหลุมนั้นโดยไม่ทันตั้งตัว สุดท้ายเขาเจียวจินทหารหน่วยรบพิเศษมากฝีมือในรอบหลายร้อยปีได้เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากการขาดอากาศหายใจเพราะดินไปอุดรูจมูก!

.

.

.

.

.

(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) ทั้งขำทั้งส่งสาร 555+

เรื่องใหม่มาแล้วค๊า~~

เจียวจินอยากได้คำอธิบาย!

ตอนที่ 2 เจียวจินอยากได้คำอธิบาย!

เจียวจินนั้นได้แต่กรีดร้องอย่างไร้ความเกรงใจว่าใครจะได้ยินเสียงร้องเรียกความยุติธรรมของเขาไหม ทำไมเขาถึงต้องเจอเรื่องแบบนี้กันนะ!? ถึงแม้เขาจะฆ่าคนไปมากมายก็เถอะแต่เขาก็ฆ่าแต่คนไม่ดีนะ งานไหนถ้ามีการฆ่าเด็ก คนแก่ คนชราที่ไม่มีความผิดอะไรนั้นเขาจะไม่ยอมรับงานนั้น ถึงแม้การฆ่าคนมันจะบาปก็เถอะแต่สำหรับเขา เขาถือว่าถ้าฆ่าคนที่สมควรตายยังไงก็ไม่บาป!

อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น แค่ก้าวเดียวที่เขาก้าวขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นเขาก็จะมีอิสระได้ไปใช้เงินที่นอนร้องอยู่ในบัญชีหลายร้อยล้านของเขาเพื่อทำตามความฝันในการเปิดร้านอาหาร แต่แล้วก็ต้องมาสิ้นสุดลงในพริบตาเมื่อดินทรุด ทั้งที่จริงแล้วเขาสามารถขัดขืนโผล่ขึ้นมาจากหลุมนั้นได้แต่ไม่รู้อะไรเหมือนกันที่ทำให้เขาหมดเรี่ยวแรงไปซะดื้อๆ อย่าไม่เคยเป็นมาก่อน อาการแบบนี้มันแปลกจริงๆ จนสุดท้ายลมของเขาก็หายไปทีละนิดทีละนิดจนหมดลง

จนเขาต้องมาบ่นอยู่นี่ไง! แล้วทีนี้เขาต้องไปที่ไหนต่อกันล่ะเขาไม่รู้เลยว่าจะต้องไปไหนเพราะตรงหน้านั้นมีแค่ความมืดเท่านั้น มืดไปหมด มืดสนิทเลยด้วย ถ้าเปรียบได้เขาก็สามารถบอกได้เลยว่าตอนนี้คงเห็นแต่ดวงตาขาวๆ ของเขาละมั้ง นี่คือโลกหลังความตายใช่ไหม? ดีเลยเขาจะได้สอบถามกับยมทูต ยมบาลอะไรก็ช่างเกี่ยวกับการตายของเขาเนี่ยล่ะว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้! ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางยอมง่ายๆ แน่

อย่างน้อยเขาก็ขอรู้สาเหตุที่ทำไมเขาถึงไม่มีแรงขึ้นก่อนจะไปชดใช้กรรมเถอะ! แต่รอแล้วรอเล่าทุกอย่างก็ยังมืดสนิท เสียงนี้เงียบเลยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยทั้งสิ้น ตกลงนี่คือกรรมที่เขาต้องชดใช้ใช่ไหม? ถึงแม้เขาจะไม่ได้นับถือเทพเจ้าองค์ไหนก็เถอะ อย่าว่าแต่เทพเจ้าอะไรเลยศาสนาของเขาก็มีไว้แค่ประดับบัตรประชาชนเท่านั้นเอง ถ้าถามว่านับถือไหมก็คงจะตอบเลยว่าไม่แต่มันจำเป็นต้องมีก็เท่านั้น

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ได้เจ็บปวดตรงไหนเพียงแค่เหงาก็เท่านั้นเอง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เหงานานเพราะยังไม่ทันที่จะได้หยุดคิดอะไรไร้สาระเขาก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองโดนดูดไปที่ไหนที่สักแห่งอย่างแรง มันแรงมาก แรงเหมือนกับมีคนกระชากเป็นสิบคนเลย แต่แทนที่เจียวจินจะกรีดร้องด้วยความตกใจแต่เจียวจินกับรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าที่จะได้หลุดพ้นจากความมืดนี้สักที

ไม่นานนักเจียวจินก็รู้สึกว่าจากที่ตัวร่องรอยอยู่ตัวเบาสบายก็รู้สึกหนักและเจ็บไปทั้งตัว เอ๊ะ?! วิญญาณนี่เจ็บได้ด้วยเหรอ? วิญญาณมันไม่มีกายหยาบนี่นามันจะรู้สึกเจ็บได้ยังไง ทั้งยังเจ็บไปทั้งตัวไหนจะเปลือกตานั้นก็หนักอึ้งอีกด้วยเหมือนกับโดนรุมกระทืบมาไม่มีผิดเลย โถ~ อย่าให้รู้นะว่าใครกระทืบเขานะไม่อย่างนั้นเขาจะไปเอาคืนอย่างแน่นอน! แต่ว่าเขาตายแล้วไม่ใช่หรือไง?

ยังไม่ทันที่เจียวจินจะได้คิดเพ้อเจ้ออะไรไปมากกว่านั้นก็มีความทรงจำสายหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เป็นความทรงจำของคนที่ไม่คุ้นเคยและน่าสงสารเป็นอย่างมาก ความทรงจำที่เขาได้รับมานั้นก็คือเด็กที่ชื่อเจียวจินเหมือนกันแต่มีอายุแค่สิบสามปีเท่านั้น และสถานที่ที่อีกฝ่ายอยู่นั้นไม่คุ้นเคยเลย มันเหมือนกับยุคโบราณพวกที่ไม่เจริญอะไรแบบนั้น เรียกว่าอะไรนะ?

อ๋อใช่สิเป็นยุคที่ไม่ว่าอะไรก็หาแพง ทั้งยังต้องใช้คูปองในการซื้อ เก็งกำไรก็ไม่ได้ ทหารเป็นใหญ่ การเรียนก็ยังไม่ก้าวหน้ามหาวิทยาลัยยังไม่มีหรือจะเรียกว่าโดนปิดกั้นก็ได้ โรคฮิตที่คนในยุคนี้มักจะเป็นกันก็คือโรคขาดสารอาหาร แล้วเจียวจินเด็กเจ้าของความทรงจำนี้ก็เป็นโรคขาดสารอาหารเช่นเดียวกัน ทั้งรุนแรงมากๆ ด้วย

เนื้อตัวมีแต่กระดูก แต่ก่อนเจียวจินก็ไม่ได้มีเนื้อติดกระดูกแบบนี้หรอกต้องย้อนไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เจียวจินอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ที่เป็นคุณครูชั้นประถมกันทั้งคู่ทำให้เจ้าตัวนั้นถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี อาหาร เสื้อผ้าของกินต่างๆ นั้นมีครบไปหมดจนผู้คนอิจฉาไม่เว้นแม้แต่ญาติห่างๆ เองก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาแย่งชิงได้โดยตรงเพราะสองสามีภรรยาพ่อและแม่ของเจียวจินนั้นเป็นคนมีการศึกษาที่คนในยุคสมัยนี้ไม่กล้าสร้างเรื่องวุ่นวายให้

เพราะไม่อย่างนั้นจะโดนทหารแดงจัดการเอา แต่แล้วโชคร้ายก็มาเยือนเจียวจินโดยไม่ทันตั้งตัว พ่อและแม่ของเจียวจินนั้นถูกลูกหลงในการก่อจลาจลเสียชีวิตทั้งคู่ แม้จะได้เงินค่าชดเชยมาจำนวนมากก็ตามแต่มันก็ไม่มีความหมายสำหรับเจียวจินอยู่ดีที่ต้องเสียคนเป็นที่รักไปพร้อมกันถึงสองคน แล้วพวกญาติห่างๆ ก็ไม่รอช้าที่จะใช้โอกาสนี้เข้ามายึดครองบ้านของเจียวจินและใช้เจียวจินราวกับทาสคนหนึ่งเพื่อแลกเปลี่ยนกับที่พักอาศัยทั้งที่มันเป็นบ้านของเจียวจินแท้ๆ

แต่เจียวจินที่ได้รับการดูแลมากจนเกินไปเลยไม่กล้าโต้แย้งอะไรออกมา แต่โชคดีหน่อยนะที่พวกญาติเหล่านี้ไม่สามารถไล่เจียวจินหรือขโมยเงินค่าชดเชยได้ เงินค่าชดเชยถูกฝากไว้ที่ธนาคารแล้วและคนที่มีสิทธิ์ในการเบิกถอนมันได้ก็มีเพียงเท่านั้น แต่เจ้าตัวโกหกไปว่าต้องรอให้อายุครบสิบห้าปีก่อนถึงจะสามารถถอนเงินได้ พวกญาติเหล่านี้จึงยังไว้ชีวิตเจียวจินแม้จะโดนใช้งานอย่างหนักก็ตาม ส่วนเรื่องบ้านเจียวจินก็โกหกไปอีกเช่นเคยว่าถ้าไม่มีเขาอยู่ในบ้านหลังนี้ก็จะถูกขายทอดตลาดทันทีตามกฎที่พ่อและแม่ได้ทำเอาไว้นั้นจึงทำให้เจียวจินยังสามารถอยู่ในบ้านหลังนี้ได้

แม้จะโดนใช้งานสารพัดกินแค่น้ำต้มปลายข้าวที่มีแต่วิญญาณเม็ดข้าวเท่านั้น แล้วที่เจียวจินกล้าโกหกออกไปนั้นก็เพราะเหล่าญาติพวกนี้นะเป็นคนโง่ไม่ฉลาดไม่ได้เรียนหนังสืออะไรเลยจึงไม่รู้ว่าสิ่งที่เจียวจินพูดนั้นคือเรื่องโกหก และที่เจียวจินยังทนอยู่ให้รังแกใช้งานแบบนี้ก็เพราะไม่มีโอกาสหนีออกไปเลยน่ะสิ! เจียวจินนั้นเคยหนีออกไปจากบ้านหลังนี้เพื่อขอความช่วยเหลือจากเหล่าทหารแดงหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่สุดท้ายก็โดนจับมาอยู่ดีทั้งที่ยังไปไม่ถึงในเมือง

แล้วพอโดนจับกลับมาก็โดนทุบตีอย่างหนัก แล้วครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เจียวจินโดนทุบตีแต่เป็นการโจมตีที่มีเรื่องอื่นมาเกี่ยวพันด้วย! เพราะเจียวจินบังเอิญไปได้ยินว่าพวกญาติเหล่านี้ได้ทำการขายตัวเองให้แก่ชายแก่ตัณหากับคนหนึ่งที่ชอบทรมานเด็กจนเสียชีวิตมาแล้วหลายคนแต่ที่ยังไม่โดนจับก็เพราะไม่มีหลักฐานและอีกฝ่ายนั้นก็มีเงินมากพอที่จะปิดปากพวกที่เข้ามาสืบคดีแต่ความโหดเหี้ยมของอีกฝ่ายนั้นเป็นอันรู้กันไปหมด แล้วถ้าถามว่าทำไมเขาเป็นชายแล้วยังโดนขายก็เพราะว่าเขาเป็นผู้ชายที่สามารถตั้งครรภ์ได้นะสิ! แม้เปอร์เซ็นต์ที่สามารถตั้งครรภ์ได้นั้นมันจะน้อยมากๆ ก็ตาม

แต่ชายแก่คนนี้ไม่ได้ต้องการทายาทเพียงแค่ต้องการเด็กที่อายุน้อยไปสนองกกามอารมณ์ของตัวเองก็เท่านั้น! แล้วกำหนดการที่จะรับตัวเจียวจินนั้นก็คืออีกหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้ เจียวจินที่ได้รับรู้เรื่องนี้ก็ไม่รอช้าที่จะทำการหลบหนีกลางดึกทันทีตอนที่มั่นใจแล้วว่าทุกคนหลับไปแล้ว แต่โชคร้ายที่วันนั้นลุงของเจียวจินกลับมาจากเที่ยวเล่นกับเพื่อนพบเข้าเจียวจินจึงโดนนำตัวกลับมาและโชคร้ายที่อีกฝ่ายเมาซ้อมเจียวจินหนักกว่าครั้งไหนๆ จึงคนที่ขาดสารอาหารอย่างแรงทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลงแล้วเขาก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างของอีกฝ่าย ใช่เขาได้มาอยู่ในร่างเจียวจินเด็กน้อยคนนี้โดยไม่ทันตั้งตัว แต่ว่าตอนนี้เขาอยากได้คำอธิบายว่าทำไมมันถึงเกิดเรื่องแบบนี้กับเขาได้กันห้ะ!?!?!?!

.

.

.

.

.

(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) ชีวิตเจียวจินน่าสงสารมาก~~~

มาแล้วๆๆ มาอ่านกันเยอะๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์เขียนต่อตอนไป!

ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

ตอนที่ 3 ร้องขอความยุติธรรม = ขูดรีด

ใช่แล้วเขาต้องการคำอธิบายแล้วมันต้องเป็นคำอธิบายที่ทำให้เขาฟังแล้วไม่รู้สึกมีน้ำโหนะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วอย่าหวังเลยว่าเขาจะยอมอยู่เฉยๆ นะ! เขาจะกรีดร้องโวยวายไปทั่วไม่หยุดเลยคอยดู ตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าเทพเจ้าอะไรนั้นมีจริงเพราะไม่แล้วเขาจะมาโผล่ที่นี่ได้ยังไงจริงไหมล่ะ?! แต่คนที่เคยแข็งแรงแบบเขากลับกลายเป็นว่าไม่มีแรงร่างกายผอมแห้งตัวเล็กตัวน้อยอย่างที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อนแบบนี้เขารับไม่ได้!!

อย่าให้เขาขยับตัวได้แล้วกันเขาจะไปจัดการทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ดูเลย! แต่แล้วความคิดอันแรงกล้าของเขาก็สัมฤทธิ์เมื่ออยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงของคนแก่ผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมา แต่ไม่รู้ว่าปรากฏตัวหรือเปล่าเพราะเขาไม่สามารถลืมตาได้เหมือนโดนปิดตาด้วยอะไรสักอย่างหรือว่าจะโดนตีตาด้วยหรอกนะ?! เอาเป็นว่าแค่ได้ยินเสียงก็พอแล้ว แต่คอของเขาเนี่ยแห้งมากเลย ทั้งแห้งทั้งเจ็บเหมือนไม่ได้กินดื่มอะไรมานานแล้วจะมีแรงพูดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่คงจะสามารถได้ยินอยู่หรอกมั้งไม่อย่างนั้นเขาบ่นในใจท่านจะรู้เรื่องหรือไง!?

"เลิกบ่นก่อนจะได้หรือไม่เพราะเสียงของเจ้านั้นมันทำให้ข้านอนไม่หลับเลย! ทั้งที่ไม่มีแม้แต่เสียงจะพูดจะแท้ๆ แต่ก็ยังบ่นไม่หยุดจนข้าต้องลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ไหนดูซิเกิดอะไรขึ้นกันกับเจ้าทำไมถึงบ่นเหมือนว่ามีคนทำความผิดร้ายแรงกับเจ้ากัน อืม~ นะ นี่ๆ นี่มันเป็นความผิดร้ายแรงจริงๆ ด้วย! เจ้ายังไม่ถึงฆาตนี่ คนที่ถึงฆาตก็คือคนที่เจ้าไปช่วยต่างหากที่จะต้องตกไปในหลุมนั้นแล้วขาดอากาศหายใจตาย แต่เจ้าดันไปยืนอยู่ตรงนั้นแทน แล้วไหนเจ้าจะมาอยู่ในร่างของเด็กคนนี้อีก นี่มันเรื่องอะไรกัน นี่มันช่างซับซ้อนวุ่นวายกันไปหมด ตั้งแต่เป็นเทพมาข้ายังไม่เคยพบเคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย!"

"นั่นไงครับ! ถ้ามันเป็นเรื่องผิดพลาดตามที่ท่านพูดถึงนั้นแสดงว่าผมจะต้องได้รับค่าชดเชยใช่ไหม? เอาล่ะทีนี้เรามาคุยเรื่องค่าเสียหายกันเถอะครับ!"เจียวจิน

เจียวจินแม้จะไม่สามารถพูดออกมาได้แต่เขาก็คิดเป็นคำพูดที่ต้องการร่ายยาวออกมาทันที เขาไม่ใช่คนที่จะเสียใจกับการตายของตัวเองหรอกนะเพราะเขารู้ดีว่าถ้าอีกฝ่ายที่เป็นถึงเทพหรืออะไรก็ตามแล้วนั้นยังตกใจกับเรื่องราวเหล่านี้นั้นก็แสดงว่าเรื่องของเขานั้นจะต้องหนักหนาพอสมควรแล้วไม่มีทางที่จะกลับไปแก้ไขมันได้ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือเรียบร้อยค่าเสียหายให้ได้มากที่สุด ใช่แล้วเขาต้องเรียกว่าค่าเสียหาย!

จากที่เขาเคยอ่านนิยายมาแล้วแน่นอนว่าสิ่งที่สมควรทำที่สุดคือเรียกร้อง! ร่างกายอ่อนแอเจ็บไปทั้งตัว ยังจะโดนญาติโลภมากทั้งหลายคอยรุมล้อมเอาเปรียบอยู่แบบนี้อย่างน้อยๆ ก็ขอให้เขามีพละกำลังร่างกายแข็งแรงเหมือนเดิมก็ยังจะดีกว่าเป็นไหนๆ เพราะเขาในตอนนี้เป็นผู้ชายที่สามารถตั้งครรภ์ได้ถึงแม้เปอร์เซ็นต์มันจะน้อยก็ตาม แต่ยังไงเขาก็เป็นทั้งหญิงทั้งชายแล้วล่ะ

"อ่ะ อืม เอ่อ~ เรื่องนี้ข้าก็ไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้โดยพลการเช่นเดียวกันเพราะข้านั้นมิได้มีอำนาจในการตัดสินอะไรเช่นนี้ อ่ะ?! ว่ายังไงนะขอรับ ท่านจะให้ข้าทำเยี่ยงนั้นหรือ มันจะมิขัดต่อกฎของสวรรค์ใช่หรือไม่? ได้ขอรับ ได้ๆ ข้าน้อยจะทำตามที่ท่านบอก! โถๆ เจ้าหนูเองนี่โชคดีจริงๆ ท่านผู้เป็นนายเหนือหัวของข้านั้นบอกว่าให้ทำตามปรารถนาของเจ้าเลย จากความทรงจำที่ข้าได้เห็นมาของเจ้านั้นข้าจะประทานพรให้แก่เจ้าก็แล้วกัน ถ้าเจ้าได้ใช้พรที่ข้ามอบให้ดีๆ แล้วละก็อาจจะได้เป็นใหญ่เป็นโตเลยก็ได้!"

"ไหนลองพูดมาสิครับว่าพรอะไรกันที่จะทำให้ผมเป็นใหญ่เป็นโตในยุคที่ยากจนแม้แต่น้ำสะอาด ขนาดที่แม้แต่มีเงินมากมายขนาดไหนก็ไม่สามารถซื้ออาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรคได้นะ!"เจียวจิน

"อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป ต้องรอฟังที่ข้าจะให้เจ้าก่อนเถอะ จากความทรงจำที่ข้าได้ดูของเจ้าแล้ว เจ้าชอบทำพวกอาหารใช่หรือไม่? ทั้งอาหารคาว ทั้งอาหารหวานหรืออะไรก็ตาม"

"ใช่ครับผมชอบมากๆ เลย! ผมฝันอยากจะเปิดร้านขายอาหารและของหวาน แต่พอกำลังจะทำตามความฝันก็ตายแบบไม่รู้ตัว ไหนจะเงินอีกหลายร้อยล้าน ไม่สิๆ ถ้ารวมจากงานนี้ด้วยผมน่าจะได้เงินบำเหน็จบำนาญเงินค่าชดเชยเสียชีวิตเพิ่มไปเป็นพันล้านได้แล้ว เงินเหล่านั้นมันกลายเป็นฝุ่นไปแล้ว!"เจียวจิน

"เจ้านี่นะช่างเป็นมนุษย์ที่โลภมากจะเอาทั้งขึ้นทั้งร่องให้ได้เลยใช่หรือไม่?! แต่ก็เอาเถอะยังไงซะทางเรานั้นก็มีความผิดเองทั้งที่เจ้านั้นจะเสียชีวิตด้วยวัยร้อยสามสิบปีแท้ๆ ช่างเป็นคนที่อายุยืนยาวจริงๆ!"

"ฮะ?! ร้อยสามสิบปี! อยู่นานขนาดนั้นผมไม่ทรมานแย่เลยเหรอครับ ตอนนั้นน่าจะเดินไม่ได้แล้วด้วย ซ้ำอายุยืนเกินไปแล้ว!"เจียวจิน

"ไม่หรอกๆ เจ้านั้นถือว่าร่างกายแข็งแรงมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าเลยนะ แม้เจ้าอายุร้อยสามสิบปีแล้วก็เถอะ แต่เจ้าก็ไม่ได้แก่ชราถึงขนาดเดินไม่ได้ โรคภัยอะไรเจ้าก็ไม่มีมี เพียงแค่เจ็บหัวเข่าเล็กน้อยเหมือนหกล้มมาก็เท่านั้นเอง! เจ้านั้นเหมือนคนอายุหกสิบปีด้วยซ้ำ แม้เจ้าจะไม่มีลูกหลานคอยดูแลแต่เงินที่เจ้ามีทำให้เจ้าใช้มันไปกับการจ้างคนมาดูแล นี่แหละข้อดีของการมีเงิน!"

"อายุร้อยสามสิบปีมีสุขภาพแข็งแรงเหมือนคนหกสิบปี เพียงแค่เจ็บหัวเข่า ไม่มีลูกหลาน ได้ใช้เงินในชีวิตบั้นปลายกับการจ้างคนมาดูแล ชีวิตของผมช่างเรียบง่ายจริงๆ ครับ! เฮ้ยช่างเรื่องนั้นมันเถอะครับ เรามาเข้าเรื่องพรที่ท่านว่ากันดีกว่า เรื่องนั้นมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วพวกเรามาอยู่กับปัจจุบันกันดีกว่า ผมอยากจะฟังพรของท่านเต็มแก่แล้วรีบๆ พูดมาเถอะครับ ตอนนี้แม้แต่จะลืมตาผมยังไม่มีแรงเลย เจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมดเหมือนโดนสิบล้อเหยียบมาไม่มีผิด"เจียวจิน

"ได้ๆ เจ้านี้ใจร้อนจริงๆ เลย พรข้อแรกที่ข้าจะประทานให้เจ้านั้นก็คือข้อที่ 1. เจ้าจะมีมิติส่วนตัวและมิตินั้นจะมีสิ่งของมากมายตามที่เจ้าต้องการไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า สิ่งของ ยารักษาโรค เพียงแค่เจ้านึกว่าอยากจะได้สิ่งใดสิ่งนั้นก็จะปรากฏกายตรงหน้าอย่างไม่มีสิ้นสุดไม่มีหมด พรข้อที่ 2. นั้นก็คือเจ้าจะมีกลิ่นกายหอมละมุนอยู่ตลอดเวลา เป็นกลิ่นหอมที่ไม่เหมือนใครไม่ว่าเจ้าจะไม่อาบน้ำแฟนหรือมีเหงื่อทั้งตัวเจ้าก็ยังหอมเช่นเดิม เป็นอย่างไรพรที่ข้าประทานให้ชอบหรือไม่!?"

"ชอบแค่ข้อแรกเท่านั้นครับ! แต่ข้อที่สองนั้นคืออะไรครับ? กลิ่นกายหอมละมุนมันจำเป็นตรงไหนกัน แค่อาบน้ำด้วยถูสบู่ก็หอมแล้ว!"เจียวจิน

"มิรู้เหมือนกันแต่นายเหนือหัวของข้าบอกว่าให้ประทานพรข้อนี้ให้!"

"แต่ผมไม่ปลื้มพรข้อนี้เลย ผมอยากจะได้พรอีกสักสองข้อ ข้อที่ 1. ก็คือร่างกายของผมต้องแข็งแรงมีพละกำลังเหมือนเดิมแม้รูปร่างจะไม่ใหญ่โตเหมือนเดิมก็ได้ขอให้มีพละกำลังเหมือนเดิมก็พอ ส่วนข้อที่ 2. นั้นเงินครับ ผมต้องการเงินในบัญชีของผม!"เจียวจิน

"นี่เจ้า! อ่ะ!! อะไรนะขอรับ? ได้ขอรับนายเหนือหัว ได้ขอรับ เจ้านี้โชคดีอะไรเช่นนี้ นายท่านยอมซะด้วย! พรที่เจ้าขอได้ตามที่ขอ เงินในมิติของเจ้าจะมีตามที่เจ้ามีอยู่แต่จะแปรสภาพค่าเงินไปตามยุคสมัยที่เจ้าอยู่ เพิ่มอีกอย่างหนึ่งก็คือร่างกายของเจ้าจะฟื้นฟูเร็วเหนือจินตนาการและเหลือของเจ้าจะเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย โปรดใช้อย่างระวัง ทั้งหมดนี้เจ้าพอใจแล้วหรือยัง!?"

"พอใจครับ พอใจมากๆ!"เจียวจิน

.

.

.

.

.

(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) ทำไมนายเหนือหัวยอมง่ายจังเลย!

เป็นการชดเชยที่ได้คุ้มค่าจริงๆ 555+

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ เล่นน้ำกันให้สนุกระมัดระวังอุบัติเหตุกันด้วยนะคะ!!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...