โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิปไตยทางเทคโนโลยี!! ผู้เชี่ยวชาญเทคฯ ชี้ “โดรนไทยทำเอง" ตกแต่ได้ใจ ชวน Startup ไทยปักธงสนาม Defense Tech ชูความสำเร็จโดรนลาดตระเวน DP-20 ฝีมือคนไทย ช่วยลดการพึ่งพาต่างชาติและประหยัดงบประมาณ

THE STATES TIMES

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 07.30 น. • THE STATES TIMES TEAM

‘ปฐม อินทโรดม’ ชี้ DP-20 คือก้าวสำคัญสู่อธิปไตยทางเทคโนโลยี ฝีมือคนไทย ช่วยเลื่อนฐานะจาก "ผู้นำเข้า" สู่ "ผู้ผลิต" ลดการพึ่งพาต่างชาติและประหยัดงบประมาณมหาศาล
(19 ธันวาคม 2568) นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ SVOA (เอสวีโอเอ) และเป็น กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DCT) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เพิ่งได้รู้ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งจากเหตุการณ์โดรนตกครั้งนี้ว่า โดรนที่ถูกยิงตกเป็น “โดรนของไทย” และที่สำคัญคือ “ผลิตในประเทศไทย” ครับ ยอมรับตรง ๆ ว่ารู้แล้วดีใจมากกว่ากังวล
ดีใจ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ แต่มันคือสัญญาณว่า ประเทศไทยกำลังขยับสถานะจาก “ผู้นำเข้าเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ” ไปสู่ “ผู้พัฒนาและผู้ผลิตเอง” อย่างจริงจัง
โดรนลำนี้คือ DP-20 เป็นอากาศยานไร้คนขับแบบปีกตรึง (Fixed-wing UAV) ใช้ในภารกิจลาดตระเวน ตรวจการณ์ และเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน พัฒนาภายใต้ความร่วมมือของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) และอุตสาหกรรมการบินในประเทศ
บินได้นานหลายชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ส่งภาพและข้อมูลกลับมาศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่โดรนเชิงพาณิชย์ แต่เป็นโดรนในระบบยุทธวิธีจริง
สิ่งที่สำคัญกว่าสเปกคือ เงินทุกบาทที่ใช้พัฒนา DP-20 ไม่ต้องไหลออกไปต่างประเทศ ไม่ต้องผูกชะตากรรมกับใบอนุญาตส่งออก ไม่ต้องรออะไหล่จากต่างชาติในวันที่โลกปั่นป่วน
เหมือนกับที่เราเริ่มเห็นในอุตสาหกรรมอื่น ๆ
– รถหุ้มเกราะที่ประกอบในประเทศ
– ระบบสื่อสารทางทหารที่พัฒนาเอง
– ระบบไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ต่างชาติทั้งหมด
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มันคือ “อธิปไตยทางเทคโนโลยี” ในรูปแบบที่จับต้องได้
และไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เป็นผู้ใหญ่ที่อยากเห็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศของไทยเติบโตจริง ไม่ใช่แค่ซื้อของเหมือนในหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ท่านพูดประโยคหนึ่งว่า “เรามีคนเก่ง มีเทคโนโลยี แต่เราไม่เคยชวนเขาเข้ามาเล่นเกมนี้อย่างจริงจัง”
ผมเลยอยากใช้พื้นที่นี้ชวนพี่ ๆ น้อง ๆ Startup ไทย ที่มีเทคโนโลยีอยู่ในมือ ลองช่วยกัน “ส่งเสียง” ดูสักนิด
เพราะความจริงคือ หลายบริษัทไทยต่อยอดสู่ด้านกลาโหมได้ทันที
คนแรกที่ผมคิดถึงคือ HG Robotics ของ ดร. ช้าง Mahisorn Wongphati หลายคนอาจรู้จักจาก Tiger Drone ที่ถูกนำไปใช้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่หาดใหญ่
ผมคิดว่าโดรนตัวเดียวกันนี้ ถ้าเปลี่ยนภารกิจ เปลี่ยนเซนเซอร์ ก็กลายเป็นโดรนลาดตระเวนหรือโดรนสนับสนุนภาคสนามได้ไม่ยาก
หรืออาจารย์ Prinya Hom-anek แห่ง Cybertron เพราะไซเบอร์ซีเคียวริตี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือ “แนวป้องกันประเทศในยุคที่สงครามไม่ต้องยิงปืน” SOC, Threat Intelligence, Critical Infrastructure Protection ทั้งหมดนี้คือ defense tech เต็มตัว
หรือ mu Space อวกาศกับความมั่นคงไม่เคยแยกจากกัน ดาวเทียม การสื่อสาร การนำทาง การรับรู้สถานการณ์ (situational awareness) คือหัวใจของกองทัพยุคใหม่ และนี่คือบริษัทไทยที่ยืนอยู่ในสนามนี้แล้ว
ผมเชื่อว่ายังมีอีกมาก
บริษัทที่ทำ AI Vision
บริษัทที่ทำ Robotics
บริษัทที่ทำ Secure Communication
บริษัทที่ทำ Geospatial / Data Analytics
บางทีคุณอาจไม่เคยคิดว่าตัวเองอยู่ใน “อุตสาหกรรมกลาโหม” แต่เทคโนโลยีที่คุณมีอาจเป็นชิ้นส่วนที่ประเทศต้องการที่สุดในอนาคต
ลองมองไปที่อิสราเอล ประเทศเล็ก แต่สร้างอุตสาหกรรม defense tech ระดับโลก ไม่ใช่เพราะเขารวย แต่เพราะเขา เปิดโอกาสให้ startup เติบโตไปพร้อมกับโจทย์ความมั่นคงของชาติ
สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันบอก ช่วยกันเสนอชื่อว่า ประเทศไทยยังมีใครบ้างที่พร้อมเดินเส้นทางนี้
ผมเชื่อจริง ๆ ว่า ถ้าเราเริ่มวันนี้
ประเทศไทยไม่ได้มีแค่อดีตให้ปกป้อง
แต่มีอนาคตอีกมากให้สร้างครับ
ที่มา : https://www.facebook.com/100001294357814/posts/25254460300847101/?rdid=RyUehYbaxo9sYTji#

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...