"ออยศรี" เข้าให้ปากคำ คดี 'ทนายตั้ม' ปมเงินเจ๊อ้อย 71 ล้าน เผยให้โดยเสน่หาต้องไม่มีข้อแม้
"ออยศรี" เข้าให้ปากคำ คดี 'ทนายตั้ม' ปมเงินเจ๊อ้อย 71 ล้าน เผยให้โดยเสน่หาต้องไม่มีข้อแม้ แต่นี่มีใบเสนอราคา ลั่นไม่เคยเจอทนายคนไหน ก้าวก่ายเงินลูกความ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 5 พ.ย.67 ที่กองบังคับการปราบปราม น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี แอดมินแฟนเพจเฟซบุ๊ก ออยศรีและผองเผือก พร้อมทนายความ เดินทางมาให้ปากคำคดีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ถูก นางจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย แจ้งความเอาผิดฐานฉ้อโกงเงิน 71 ล้านบาท หลังจากที่ตำรวจเชิญมาให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทนายตั้ม
น.ส.บุญยนุช กล่าวว่า วันนี้มาตามคำเชิญของตำรวจที่เชิญเข้ามาพูดคุยเรื่องของ ทนายตั้ม แต่ยังไม่ทราบว่าจะพูดคุยอะไร เชื่อว่าเหตุผลที่เรียกมาอาจจะเพราะทางเพจมีการติดตามเรื่องนี้ ซึ่งตนไม่ได้เตรียมประเด็นอะไรมาเป็นพิเศษ และคงจะต้องดูว่าตำรวจจะถามอะไรก่อน และคงไม่ได้จะนำเสนอข้อมูลอะไรให้ตำรวจด้วย รอให้เจ้าหน้าที่ตั้งคำถามมากกว่า
ตนคาดว่าคงอยากให้ทางเรามาแนะนำว่ามีใครรอบตัวทนายตั้ม ที่ทนายตั้มรู้จักควรจะเรียกมาให้ข้อมูลอีกหรือไม่ ส่วนเรื่องข้อมูลเชิงลึกมากๆคงยังตอบอะไรไม่ได้ แต่ในฐานะที่ติดตามข่าวสารตัวทนายตั้มอยู่บ้างก็คงมีข้อมูลประมาณหนึ่ง แต่อาจจะไม่ได้ลึกจนเป็นเหตุผลให้สามารถดำเนินคดีกับทนายตั้มได้สำเร็จหรือไม่
ส่วนการที่ทางเพจเป็นคู่ปรับจะทำให้ส่งผลต่อความขัดแย้งอะไรหรือไม่ น.ส.บุญยนุช ระบุว่า การวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง การที่จะมาให้การอะไรกับตำรวจก็ให้ไปตามความจริง ไม่มีการมาบลัฟอะไรกันทั้งสิ้น ทั้งนี้พยานหลักฐานในเนื้อหาคดีนั้นตนไม่ทราบว่าเนื้อหาคดีลงลึกไปถึงไหนบ้าง แต่ถ้าอะไรที่เป็นประโยชน์กับผู้เสียหายเราก็ยินดี
ทั้งนี้ยอมรับว่า ก็มีผู้ติดต่อเข้ามาเล่าเรื่องราวต่างๆ ของทนายตั้มจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่คนเหล่านี้จะกล้าออกมาหรือไม่ ส่วนคนที่ทำแพลตฟอร์มออนไลน์เคยติดต่อมาหรือไม่นั้น ยังไม่เคยมีหรืออาจจะมีมาแต่ตนยังดูไม่ครบ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการให้เงินโดยเสน่หาตามที่ทนายตั้มกล่าวอ้างนั้น น.ส.บุญยนุช ระบุว่า การให้โดยเสน่หาต้องไม่มีข้อแม้ตั้งแต่ต้น ถ้ามีข้อแม้ตั้งแต่ต้นก็ไม่ใช่การให้โดยเสน่หา ซึ่งตนก็ได้ดูที่ทนายตั้มมาให้สัมภาษณ์ ก็งงเล็กน้อย โดยเฉพาะประเด็นที่ทนายตั้มตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉ้อโกงทั้งที่ใบเสนอราคา” ตนมองว่า ถ้ามีใบเสนอราคา นั่นหมายความว่า ไม่ใช่การให้โดยเสน่หาแล้ว ซึ่งนี่เป็นความเข้าใจ ส่วนในมุมความเป็นจริงจะเป็นเสน่หาหรือไม่ หรือเป็นการลงทุนร่วมธุรกิจกัน ก็เป็นเรื่องที่คงต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล
“เสน่หาจะต้องไม่มีข้อแม้ ถ้ามีการทำสัญญานั่นหมายความว่ามีข้อตกลงกันในการทำธุรกิจร่วมกัน ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งจะเป็นฝ่ายลงทุน หรือฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายดำเนินการ หรือลงทุนร่วมกัน แล้วคุยกันว่าจะทำนั่นทำนี่ นั่นไม่ใช่การให้โดยเสน่หา” น.ส.บุญยนุช กล่าว
เมื่อถามว่า คิดหรือไม่ ว่าทนายตั้มจะมาถึงจุดนี้ น.ส.บุญยนุช กล่าวว่า ตนก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะกล้ายุ่งเกี่ยวกับเงินคนอื่นขนาดนี้ เพราะเขาเอ่ยปากขอ ซึ่งเราไม่เคยเจอทนายที่พยายามเข้ามาวุ่นวายกับเงิน ดังนั้นหน้าที่ของทนายความ ถ้ารับว่าความหรือรับดูแลลูกความ ก็ควรจะดูแลแค่นั้นไม่ควรไปก้าวก่ายเงินของลูกความ เพราะถือว่าไม่เหมาะสมกับคำว่าทนายความ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ออยศรี" เข้าให้ปากคำ คดี 'ทนายตั้ม' ปมเงินเจ๊อ้อย 71 ล้าน เผยให้โดยเสน่หาต้องไม่มีข้อแม้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th