IVF เปิดเทรดวันแรกที่ 2.70 บาท/หุ้น จากราคา IPO ที่ 3.10 บาท/หุ้น
IVF เปิดเทรดวันแรกที่ 2.70 บาท/หุ้น จากราคา IPO ที่ 3.10 บาท/หุ้น
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ธ.ค. 67 10:06 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้น บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ IVF ว่า เปิดซื้อขายวันแรกที่ 2.70 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 12.90% จากราคา IPO ที่ 3.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 87 ล้านบาท
IVF เป็นผู้ให้บริการด้านการรักษาผู้มีบุตรยากตั้งแต่การให้คำปรึกษา การวางแผนการรักษาภาวะมีบุตรยาก ตลอดจนการเลือกรักษาด้วยวิธีต่างๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น ICSI และ IUI เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ของคู่สมรส โดยมีทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ มีสถานที่ให้บริการตั้งอยู่ที่ อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ พื้นที่ประมาณ 1,000 ตร.ม. มีแพทย์แบบประจำ 1 ท่าน แพทย์แบบชั่วคราว 6 ท่าน และนักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการฯ 6 ท่าน
บล.คิงส์ฟอร์ด คาดการผลการดำเนินงาน IVF เติบโตได้เด่น โดยประเมินกำไรสุทธิปี 67 - 69 ที่ 30 ล้านบาท (-28%YoY), 79 ล้านบาท (+165%YoY) และ 98 ล้านบาท (+25%YoY) ตามลำดับ หรือ อัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ปี 67-69 เพิ่มขึ้น 34% โดยปัจจัยบวกจาก 1.ความสามารถในการเสริมบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ากับบริการเดิม 2.Success Rate ที่สูงกว่าอุตสาหกรรม 3.การรับรองมาตรฐานนานาชาติ และ 4.Facility ที่ยังสามารถรองรับผู้ใช้บริการอีกจำนวนมาก การเติบโตของรายได้ลู่ขึ้นไปตามภาวะอุตสาหกรรมตลาดท่องเที่ยวสำหรับผู้มีบุตรยากของโลก โดยในส่วนของปี 67 แม้เราจะประเมินรายได้จากการขายและบริการหดตัวอยู่ที่ 117 ล้านบาท (-4%YoY) จากกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ลดลงชั่วคราว ระหว่างศึกษาตลาดผู้มีบุตรยากในประเทศใหม่ๆ
แต่ภาพระยะถัดไปปี 68-69 คาดว่ารายได้จากการขายและบริการ ของ IVF จะกลับมาเติบโตเด่นอยู่ที่ 214 ล้านบาท (+83%YoY) และ 256 ล้านบาท (+20%YoY) ตามลำดับ หนุนด้วย 1.รายได้จากการบริการรักษาผู้มีบุตรยากเฉลี่ยต่อ OPU ที่สูงขึ้น และ 2.จำนวนรอบเก็บไข่(OPU) ที่คาดว่าจะสูงขึ้นจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในกลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะอินเดีย ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย ในส่วนของปี67 นี้มีปัจจัยกดดันชั่วคราวจาก 1.การลงทุนใน Embryoscope Plus และ 2.ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ และ การศึกษาตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง ให้ Fair Value ปี 68 ที่ 4.50 บาท
ด้านบล.บียอนด์คาดกำไรสุทธิเติบโตแข็งแกร่ง CARG โต 31% ช่วงปี 67-69 คาดกำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 25 ล้านบาท, 83 ล้านบาท และ 93 ล้านบาทตามลำดับ โดยมีปัจจัยหนุนมาจาก 1. การขยายให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ 2. เพิ่มบริการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุม และ 3. ขยายสาขาธุรกิจเพิ่มโอกาสในการเติบโต ประเมินราคาที่เหมาะสมของ IVF ที่ 5.30 บาท ซึ่งหลังจากเพิ่มทุน IPO เชื่อว่าบริษัทจะสามารถขยายการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มเติม 2 สาขา ภายใน 3 ปี
ส่วนบล.เอเอสแอล ประเมินมูลค่าเหมาะสมสิ้นปี 68 ของ IVF ที่ 5.50 บาทต่อหุ้น โดยประมาณการณ์กำไรสุทธิในปี 68 ที่ 83.67 ล้านบาท และบล.ไอร่าประเมินราคาพื้นฐาน 5.10 บาท/หุ้น เทียบเท่า P/E ปี 68 ที่ 28.1 เท่า
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ