โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เกษียณอายุได้อะไรบ้าง? เช็กสิทธิประโยชน์ที่ข้าราชการ-พนักงานบริษัทต้องได้!

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ธ.ค. 2567 เวลา 07.10 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2567 เวลา 07.07 น. • The Bangkok Insight

เกษียณอายุได้อะไรบ้าง? รู้ทุกสิทธิประโยชน์เมื่อเกษียณอายุ สำหรับข้าราชการและพนักงานบริษัท วางแผนการเงินและสุขภาพเพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคงและมีความสุข

ข้าราชการและพนักงานบริษัทเอกชนจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันเมื่อเกษียณอายุ โดยข้าราชการจะได้รับเงินบำเหน็จหรือบำนาญ พร้อมสวัสดิการรักษาพยาบาลตลอดชีพ ในขณะที่พนักงานบริษัทเอกชนจะได้รับเงินชดเชยเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงาน เงินบำเหน็จชราภาพหรือบำนาญชราภาพจากประกันสังคม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อใช้จ่ายหลังเกษียณ

เกษียณอายุ

ในยุคที่คนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น การวางแผนเกษียณจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเรามีเวลาใช้เงินหลังเกษียณที่นานขึ้นจึงต้องเตรียมเงินไว้มากขึ้น K WEALTH ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์เมื่อเกษียณอายุและการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณมาฝากกัน

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุแตกต่างกันตามอาชีพ

คนที่ทำงานเป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัทเอกชน เมื่อเกษียณอายุจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน

สำหรับข้าราชการที่เกษียณอายุราชการจะได้รับสิทธิประโยชน์หลัก 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

1. เงินบำนาญรายเดือนตลอดชีพ หรือเงินบำเหน็จก้อนเดียว

  • เงินบำนาญคำนวณจาก อายุราชการ x เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ÷ 50 ทั้งนี้ เงินบำนาญที่ได้รับต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  • เงินบำเหน็จคำนวณจาก อายุราชการ x เงินเดือนเดือนสุดท้าย

2. สวัสดิการรักษาพยาบาล ครอบคลุมทั้งในส่วนของตนเอง คู่สมรส บุตร และบิดามารดา

สำหรับพนักงานบริษัทเอกชนที่เกษียณอายุจะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

1. เงินชดเชยเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงาน สูงสุด 400 วันของเงินเดือนสุดท้าย กรณีอายุงาน 20 ปีขึ้นไป

2. เงินบำเหน็จชราภาพหรือบำนาญชราภาพจากประกันสังคม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ่ายเงินสมทบ โดยหากจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ แต่หากจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ โดยจำนวนเงินบำนาญชราภาพที่จะได้รับขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ่ายเงินสมทบ

  • กรณีจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  • กรณีจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญเพิ่ม 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน

3. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากรัฐบาลจำนวน 600-1,000 บาทต่อเดือน ตามช่วงอายุ

4. เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี) ในส่วนของเงินสะสม ผลประโยชน์ของเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินสมทบ

เกษียณอายุ

กลยุทธ์สร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ

การพึ่งพาเพียงเงินบำเหน็จบำนาญหรือเงินชดเชยเกษียณอายุอาจไม่เพียงพอในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ดังนั้น ควรวางแผนออมเงินและลงทุนเพิ่มเติมผ่านเครื่องมือต่างๆ ได้แก่

  • การออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยแนะนำให้ส่งเงินสะสมสูงสุดเท่าที่สามารถทำได้เพื่อเป็นการสะสมเงินและต่อยอดเงินให้งอกเงย รวมถึงได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี
  • การลงทุนในกองทุน RMF/SSF/Thai ESG เพื่อให้มีเงินก้อนไว้ใช้และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • การทำประกันชีวิตแบบบำนาญ เพื่อสร้างรายได้ประจำที่แน่นอนหลังเกษียณ หรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เพื่อสร้างเงินก้อนที่แน่นอนตามระยะเวลาที่ตั้งใจ
  • การลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำในรูปของดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า เช่น พันธบัตร หุ้นปันผล หรืออสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดฯ อาคารพาณิชย์ปล่อยเช่า

เรื่องที่มักพลาดกับการเกษียณ

1. ไม่ศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการรับสิทธิประโยชน์ให้ดี เช่น

  • การเลือกระหว่างเงินบำเหน็จหรือบำนาญ สำหรับข้าราชการ
  • การลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
  • การเลือกต่อหรือไม่ต่อประกันสังคม เมื่อเกษียณก่อนอายุ 55 ปี
  • การเลือกนโยบายการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในช่วงที่ยังมีเวลาสะสมเงินและลงทุน

2. วางแผนภาษีไม่เหมาะสม เช่น

  • ไม่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุน RMF/SSF/Thai ESG ตลอดจนประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันบำนาญ ให้เต็มสิทธิ
  • ไม่วางแผนการรับเงินก้อนเพื่อลดภาระภาษี

3. เตรียมเงินไม่พอใช้ตอนเกษียณ เช่น

  • เริ่มวางแผนเกษียณช้า
  • ไม่นำเงินไปลงทุนในทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวม

เกษียณอายุ

กองทุนแนะนำสำหรับวัยใกล้เกษียณ

K WEALTH แนะนำกองทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน และมีโอกาสให้เงินงอกเงย ดังนี้

  • กองทุน K-SF-A* ไว้ใช้จ่ายสั้น ๆ ในชีวิตประจำวัน ความเสี่ยงต่ำ โดยมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ภาคเอกชน และหรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 2.20% ต่อปี
  • กองทุน K-FIXEDPLUS-A* ไว้ถือยาว เพื่อใช้จ่ายเกิน 1 ปีขึ้นไป โดยมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชน และเงินฝากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เน้นตราสารหนี้คุณภาพดี อายุเฉลี่ยตราสารระยะกลาง-ยาวซึ่งได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงในปี 2568 สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 3.44% ต่อปี
  • กองทุน K-WPBALANCED* เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้มีเงินใช้นานขึ้น โดยมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และทรัพย์สินทางเลือก ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 6.96% ต่อปี

ชีวิตในวัยเกษียณอย่างที่ฝันไว้สามารถเป็นจริงได้ ด้วยการเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงและมีความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างที่ต้องการ

ที่มา : ธนาคารกสิกรไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...