โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ชาญชัย" ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลือกตั้ง 8 ก.พ.ปมบัตรติดบาร์โค้ดกระทบหลัก ‘ลงคะแนนลับ’

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ชาญชัย" ยื่นร้อง “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอชงเรื่องถึง “ศาลรัฐธรรมนูญ” รับเรื่องชี้ขาด การจัดการเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ.69 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 หรือไม่ เหตุบัตรเลือกตั้ง มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่เป็นความลับ ยก7 เหตุผล ย้ำ ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ถูกละเมิดสิทธิ เสรีภาพตอกย้ำ กกต. จัดเลือกตั้ง ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ไม่โปร่งใส เอื้อระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึกบ่อนประชาธิปไตยชาติ

วันที่ 20 ก.พ. 2569 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส. นครนายก ในฐานะผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งและถูกละเมิดสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามตามความในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2561 กรณีการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่มี ปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ดังนี้

1.เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2568 มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2568 และ กกต.ได้ประกาศให้วันที่ 1 ก.พ. 2569 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง และวันที่8 ก.พ.2569 เป็นวันเลือกตั้ง สส.

2.กระบวนการในการจัดการเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการลงคะแนน ที่ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 85 กำหนดชัดเจนว่า "การออกเสียงลงคะแนน ต้องโดยตรงและลับ"

ซึ่งหลักการดังกล่าว หมายถึงการลงคะแนนของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนจะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่น ไม่อาจทราบ หรือตรวจสอบได้ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไร หรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใดตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85
ซึ่งในเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่/2549 ลงวันที่ 8 พ.ค. 2549 สรุปได้ว่า หลักการเลือกตั้งโดยลับนั้นเป็นสาระสำคัญของการเลือกตั้งในการ ปกครองระบบประชาธิปไตยการใช้สิทธิเลือกตั้ง จะต้องโดยเสรีหากการเลือกตั้งไม่ เป็นไปโดยลับแล้ว การเลือกตั้งก็ไม่อาจที่จะเป็นการเลือกตั้งโดยเสรีได้ การเลือกตั้งโดยลับ ให้ความคุ้มครองทั้งผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคน และผลประโยชน์ส่วนรวมด้วย ตามหลักการการเลือกตั้งโดยลับจะต้องดำเนินการเลือกตั้งโดยไม่ให้ผู้ใดทราบได้เลยว่าผู้
ลงคะแนนออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคนตัดสินใจเลือกใคร

3.ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไปพ.ศ. 2569 พบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการลงคะแนนครั้งนี้มีการพิมพ์บาร์โค้ด และรหัวคิวอาร์โค้ด ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทวนกลับไปสู่ต้นขั้วบัตรบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และลำดับการลงคะแนนได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ หรือบุคคลผู้เข้าถึงระบบฐานข้อมูลสามารถตรวจสอบย้อนกลับ(Traceability)ได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือก ตั้งแต่ละราย ลงคะแนนเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

“ข้อเท็จจริงนี้ย้ำชัดจากคำแถลงของสำนักงาน กกต. ที่ได้ยอมรับว่า บัตรเลือกตั้งดังกล่าวสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ละรายลงคะแนนเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด และได้อธิบายว่า ยากที่จะทำเช่นนั้น ทั้งเห็นได้ชัดว่า การซื้อสิทธิขายเสียง ก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กล่าวคือผู้สมัครหรือ พรรคการเมืองที่ซื้อเสียง จะใช้หลักการสืบย้อนไปยังต้นขั้วให้ทราบถึงรายชื่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ไปข่มขู่ จูงใจ คุกคาม เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนนที่จะต้องทำตามที่ได้ตกลงกันในการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะไม่เช่นนั้น ข้อมูลการลงคะแนนเสียงที่ไม่เป็นความลับ จะเป็นข้อผูกมัดที่สำคัญให้ทำตามข้อตกลงที่ซื้อเสียงไว้ ข้อเท็จจริงนี้ เป็นกระบวนการทำลายระบบประชาธิปไตยชนิดไม่มีชิ้นดี ทำให้การทุจริตเลือกตั้งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น การที่มีบุคคลอื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลการเลือกตั้งได้เพียงฝ่ายเดียวผ่านเทคโนโลยี บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดทำให้หลักการตรวจสอบถ่วงดุลเสียไปจัดพิมพ์บัตรที่มีลักษณะ"ระบุตัวตนได้" จึงเป็นการกระทำที่ไร้ผลบังคับทางกฎหมายที่กระทบต่อเจตนารมณ์ประชาธิปไตย หากประชาชนเกิดความหวาดระแวงว่า ความลับถูกเปิดเผยการเลือกตั้งนั้น ย่อมไม่ใช่การแสดง เจตจำนงที่แท้จริง แต่เป็นการแสดงออกภายใต้ความกดดัน” นายชาญชัย กล่าว

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า 5.การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตยมีหลักการพื้นฐานสากลคือ"การออกเสียงโดยเสรีและลับ"(freeandsecretballot)หลักการนี้ ทั้ง กกต.และรัฐธรรมนูญ ต่างรับรองให้การออกเสียงต้องเป็นไปโดยลับ เพื่อคุ้มครองเจตจำนงที่แท้จริงของผู้มีสิทธิเลใช้สิทธิเลือกตั้ง การละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ในการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่เป็น

ความลับ ย่อมเปิดช่องให้ผู้อื่นรับรู้ หรือคาดเดาว่า ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เลือกใคร ผลคือ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง อาจเกรงกลัวแรงกดดันจากผู้มีอิทธิพล นายจ้าง ผู้นำชุมชน หรือกลุ่มการเมืองทำให้การตัดสินใจไม่เป็นอิสระ ขัดต่อหลักการ สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญรับรอง ทั้งนี้ การเปิดช่องให้สามารถทวนการใช้สิทธิลงคะแนนที่ไม่เป็นการลับ นำไปสู่การข่มขู่ คุกคาม บังคับ หรือเอื้อให้ระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึกบ่อนทำลายความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งโดยตรง ทั้งยังทำลายความชอบธรรมของผลการเลือกตั้ง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นสาธารณะเป็นทุนทาง การเมืองที่สำคัญ หากประชาชนเชื่อว่าการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งไม่ปลอดภัย หรือไม่ลับความ จะนำไปสู่ข้อพิพาท การร้องเรียน และสร้างความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยให้ยืดเยื้อซึ่งกระทบเสถียรภาพของระบบโดยรวม
เพราะความลับของการลงคะแนน เป็นหลักประกันสำคัญของสิทธิและเสรีภาพทางการเมือง ดังนั้น การเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับถือเป็นการละเมิด
สิทธิและเสรีภาพในการตัดสินใจของประชาชน

6.จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินโปรดเร่งไต่สวนในประเด็นเหล่านี้อย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อให้เกิดความชัดเจน ดังนี้
6.1 การนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส เมื่อมีการขานคะแนนแล้ว แต่มีการขีดคะแนน โดยไม่โปร่งใส มีการติดใบปิดแบบรวมผลขีดคะแนนที่ทับซ้อนกันเจ้าหน้าที่ขีดคะแนนที่ต้องมุดศรีษะ เพื่อเข้าไปขีดผลคะแนน ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ทำกัน เป็นการกระทำที่ส่อเจตนาที่ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม ไม่โปร่งใส่

6.2 ผลการขีดคะแนน มีจำนวนไม่ตรงกันกับเอกสารผลสรุปคะแนน ในประเด็นนี้ ชัดเจนว่า มีหลายหน่วยเลือกตั้งที่มีพฤติการณ์เช่นนี้ของกรรมการขานคะแนน และกรรมการนับจีดคะแนนเป็นปัญหาชี้ชัดถึงความไม่สุจริต และไม่
เที่ยงธรรมในลักษณะเหมือนถูกสั่งหรืออบรมกันมา

6.3 จำนวนบัตรของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกสส. ในระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ ที่มีจำนวนไม่เท่ากัน เป็นข้อพิรุธมากที่สุด (บัตรเขย่ง) จำนวนไม่เท่ากันในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ที่ขัดต่อข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย เพราะผู้มีสิทธิเลืาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแต่ละคน จะได้รับบัตรเลือกตั้งทั้งสองระบบ จำนวน2 ใบ คือบัตรสีเขียวเลือกสส.เขต ,บัตรสีชมพูเลือกสส.บัญชีรายชื่อ ตามข้อเท็จจริงจำนวนบัตรทั้ง2 ระบบจะต้องมี
จำนวนที่ตรงกัน หรือเท่ากัน ไม่ใช่เป็นบัตรเขย่งที่ไม่เท่ากัน ในเกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง

6.4 ในหลายหน่วยเลือกตั้งที่ปรากฏในข่าวสารของสื่อมวลชนที่เผยแพร่ คือการ จัดคูหาเลือกตั้งที่บุคคลอื่นสามารถสังเกตเห็นไปจากด้านหลังได้ว่า ผู้เลือกตั้งได้ใช้สิทธิเลือกตั้งหมายเลขใดในบัตรเลือกตั้ง หรือการกาคะแนนที่ไม่เป็นการลับ

”สุดท้าย ข้อ7. เมื่อการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีการถูกคุกคาม และละเมิดสิทธิเสรีภาพ เมื่อผลการลงคะแนนถูกเปิดเผยผู้สิทธิเลือกตั้งอาจถูกติดตาม กดดันหรือ ข่มขู่ จากผู้มีอิทธิพล นายจ้าง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เกิดความกลัวว่า หากเลือกฝ่ายตรงข้าม จะได้รับอันตรายหรือเสียประโยชน์การสูญเสียเสรีภาพ ในการตัดสินใจหัวใจของการเลือกตั้งคือ การตัดสินใจอย่างอิสระ หากไม่เป็นความลับประชาชนจะเลือกตาม“ความต้องการจริง"ได้ยากขึ้น และมักจะเลือกตาม "ความคาดหวังของสังคม หรือผู้มี อำนาจ"เพื่อความอยู่รอด หรือเพื่อแลกกับผลประโยชน์ในการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะสามารถตรวจสอบผลได้ ความบิดเบือนของระบอบประชาธิปไตยเมื่อคนไม่กล้าแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาผลการเลือกตั้งที่ได้จึงไม่ใช่ "เจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน” ทำให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ขาดความชอบธรรมและเป็นการทำลายรากฐานของความเท่าเทียมที่ทุก

คนควรมีสิทธิออกเสียงโดยปราศจากการแทรกแซง กรณีนี้ถือว่า ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ถูกละเมิดสิทธิ และเสรีภาพโดยตรง ทั้งยังได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จึงขออาศัยอำนาจตามความในมาตรา46 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย

วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2561 ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณายื่นคำร้องนี้ โดยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา7(11)แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ.2561 ว่าการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภา

ผู้แทนราษฎรพ.ศ.2568 ที่ กกต.ได้ประกาศให้วันที่ 1 ก.พ. 2569 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า และวันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันเลือกตั้ง สส. เป็นการจัดการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 85 การจัดการเลือกตั้งทั่วไปดังกล่าว จึงมิใช่การจัดการเลือกตั้งตามความหมายของการปกครองในระบบ ประชาธิปไตยตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ เป็นการเลือกตั้งที่ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ไม่โปร่งใส ไม่เป็นไปตามการปกครองในระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
ของผู้ร้องและประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

ทั่งนี่ ผมพร้อมเข้าชี้แจงประกอบคำร้องพร้อมหลักฐาน เช่น ตัวอย่าง ต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งในปี 2554 รวมถึง บัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...