โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ช่วยเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ก่อนโอนเงิน 3 เคสสำคัญ

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ช่วยเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ก่อนโอนเงิน 3 เคสสำคัญ
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดข้อมูลการเข้าช่วยเหลือเหยื่อ ในวันที่ 21 ม.ค.69 โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ประสานงานกับทุกภาคส่วนรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่อที่กำลังถูกมิจฉาชีพหลอกอย่างทันท่วงที มีเคสที่น่าสนใจ ดังนี้
เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1, สภ.คลองหลวง และกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือชายหนุ่มวัย 19 ปี ไว้ได้ในหอพักแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยชายหนุ่มคนดังกล่าวอยู่ในสภาพตกใจกลัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวและปลอบจนสงบ และอธิบายเหตุการณ์ให้ฟังว่าทั้งหมดเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ

โดยเคสดังกล่าว สืบเนื่องมาจากแม่ของชายหนุ่มวัย 19 ปีรายนี้ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลูกชายอาจจะถูกคนร้ายจับตัวไปเรียกค่าไถ่ โดยเมื่อวันที่ 19 ม.ค.69 ตนเองได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าลูกชายได้รับทุนแลกเปลี่ยนไปดูงานเป็นระยะเวลา 8 วัน และพยายามหลอกให้โอนเงินการันตีจำนวน 850,000 บาท แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้โอนเงินและได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงกับมหาวิทยาลัยที่ถูกกล่าวอ้าง เพื่อถามว่ามีทุนโครงการดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯยืนยันว่าไม่มีโครงการหรือทุนดังกล่าว จึงทราบว่าเป็นมิจฉาชีพ แต่เมื่อคนร้ายทราบว่าผู้เสียหายรู้ตัวว่าเป็นการหลอกลวง จึงเปลี่ยนรูปแบบเป็นการข่มขู่เรียกเงินจำนวน 500,000 บาท โดยส่งภาพศพมาให้ผู้เสียหายหวังสร้างความหวาดกลัว ทำให้ผู้เสียหายกังวลว่าลูกชายอาจจะได้รับอันตราย จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้ จากนั้นจึงมีการประสานข้อมูลระหว่างศูนย์ ACSC และตำรวจในพื้นที่ จนทราบว่าลูกชายของผู้เสียหายพักอยู่ในหอพัก ในพื้นที่ของจ.ปทุมธานี เป็นที่มาของการเข้าช่วยเหลือดังกล่าว พร้อมนำตัวชายคนดังกล่าวมาพบผู้เป็นแม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1, สภ.คลองหลวง และกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือชายวัย 20 ปี เป็นการเร่งด่วน พบว่าปลอดภัยดี จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะอธิบายว่าสิ่งที่พบเจออยู่นั้นคือมิจฉาชีพ สำหรับเคสนี้ผู้เสียหายถูกแก๊งสแกมเมอร์โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อมูลส่วนตัวได้อย่างถูกต้อง พร้อมระบุว่าชายคนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน มิหนำซ้ำยังมีการให้แอดไลน์ เพื่อพูดคุยผ่านวิดีโอคอล ส่งเอกสารราชการปลอมเพื่อข่มขู่ให้ตกใจกลัว พร้อมทั้งยังสั่งให้ผู้เสียหายย้ายมาเช่าโรงแรม อีกทั้งให้แต่งเรื่องราวหลอกบุคคลในครอบครัวอ้างว่าตัวเองถูกลักพาตัวและเพิ่มเติมเรื่องว่าไปเล่นพนันฟุตบอลจนมีปัญหา พร้อมกำชับให้โอนเงินจำนวน 300,000 บาท ภายในเวลาที่กำหนด ก่อนเจ้าหน้าที่จะติดตามช่วยเหลือไว้ได้ดังกล่าว โดยยังไม่มีการโอนเงินและผู้เสียหายยังไม่ได้รับอันตรายใดๆ

เคสที่ 3 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ สภ.เขวาใหญ่ ภ.จว.มหาสารคาม เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 60 ปี หลังพบว่าผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์หลอกลวง โดยอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ แนะนำว่าในวันที่ 22 ม.ค.69 นี้ ให้ผู้เสียหายนำเอกสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของข้าราชการบำนาญได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลที่ตึกอธิการบดี พร้อมสอบถามว่าผู้เสียหายได้รับเอกสาร 7127 จากกระทรวงการคลังหรือไม่ หากยังไม่ได้รับให้ดาวน์โหลดเอกสารดังกล่าว โดยอ้างว่าจะมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ช่วยกรอกข้อมูลให้ จากนั้นมิจฉาชีพได้หลอกล่อให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนต่างๆ

ต่อมาผู้เสียหายทราบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปจำนวน 2 ล้านบาท จึงเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ผู้เสียหายได้รีบติดต่อธนาคารเพื่อขออายัดบัญชีทันที จากการตรวจสอบพบว่าเงินจำนวนดังกล่าว ถูกโอนไปยังบัญชีของ บริษัท ไฉเฉิงเฟยหรง จำกัด ซึ่งผู้เสียหายได้โทรแจ้งสายด่วน 1441 เพื่อแจ้งความผ่านระบบออนไลน์และนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เขวาใหญ่ เพื่อให้ปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...